The Girl with the Dragon Tattoo (2011)

หนังสืบสวน The Girl with the Dragon Tattoo (2011) เป็นหนังที่มีพล็อตเรื่องง่ายๆ เบย์ๆ ว่ากันด้วยนักธุรกิจผู้ร่ำรวยแห่งประเทสสวีเดนที่ต้องการหาข้อเท็จจริงว่า หลานสาวของเขาหายไปไหนกว่า 40 ปี โดยเขาได้จ้าง Mikael Blomkvist ผู้สื่อข่าวสายการเงิน และเพื่อนร่วมงานอย่าง Lisbeth Salander ให้สืบหาความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ และแน่นอนว่าหนังทำให้คนดูรู้สึกว่า การสืบสวนของตำรวจเป็นอะไรที่ชาญฉลาดและรู้ความจริงได้ในระยะสั้นๆ แต่ข้อเสียของหนังเรื่องนี้ก็คือทำให้คนดูขาดความต่อเนื่อง แต่ยังไงซะ The Girl with the Dragon Tattoo (2011) ก็เป็นหนังที่มีความยูนีคที่ยากที่หนังอื่นจะลอกเลียนแบบอยู่ดี

The Wailing (2016)

หนังสืบสวน เป็นหนังที่รวมความความดาร์กไว้จริงๆ สำหรับ The Wailing (2016) ก็พี่แกเล่นเอาทั้งความสยองขวัญ ความลึกลับ และการสืบสวนสอบสวนไว้ด้วยกัน ว่ากันด้วยคดีฆาตกรรมต่อเนื่องอันแสนน่ากลัวที่เกิดในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซึ่งตำรวจไม่สามารถหาต้นตอได้ จุดสำคัญของหนังเรื่องนี้เลยก็คือ ผู้กำกับพยายามทำให้คนดูสับสนและไขว้เขวกับความเชื่อของตัวเอง จนหนังเฉลยความจริงในที่สุด บอกเลยโคตรพีค

J.S.A.: Joint Security Area (2000)

คุณรู้จักหนังสือเรื่อง ชาโรมอน มั้ย? หนังเรื่องนี้เป็นแบบนั้นแหละ มันเป็นการที่คนปกปิดความจริงเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง โดย J.S.A.: Joint Security Area (2000) จะมีเนื้อเรื่องประมาณว่า Lee Soo-hyeok ทหารฝ่ายเกาหลีใต้ และ Oh Kyeong-pil ทหารฝ่ายเกาหลีเหนือ ทั้งคู่สนิทสนมและรักกันเหมือนพี่น้องมาก่อน แต่จู่ๆ วันหนึ่งก็เกิดเหตุการณ์ฆาตรกรรมนายทหาร 2 คน ซึ่งทั้งคู่อยู่ในเหตุการณ์ด้วย แต่เมื่อถึงสอบสวนออกมาแล้ว นายทหารสองคนกลับเล่าเรื่องไม่เหมือนกัน แล้วความจริงมันคืออะไรกันแน่ล่ะ? ใครกันที่เป็นฝ่ายโกหก ?

Tinker Tailor Soldier Spy (2011)

ใครที่เครียดๆ อยู่เราแนะนำให้คุณหลีกเลี่ยงการดู Tinker Tailor Soldier Spy (2011) บอกเลยว่าถ้าคุณดู คุณปวดกระบาลมากกว่าเดิม โดยหนังเรื่องนี้ว่าด้วยยุคสงครามเย็น โดยสายลับอาวุโสอย่าง George Smiley ถูกเรียกตัวกลับมาทำภารกิจสำคัญ เขาจะต้องหาตัวสายลับรัสเซียที่แฝงอยู่ในองค์กร แน่นอนว่าบรรยากาสในการสืบสนนั้นช่างเต็มไปด้วยความตึงเครียดและความหวาดระแวง สายลับทุกคนต่างตีหน้าซื่อและเย็นชาใส่กัน แล้วความจริงใครกันนะที่เป็นหนอนบ่อนไส้ ?

Mulholland Dr. (2001)

ใครที่ชอบหนังแนวเบี้ยนๆ บวกกับความสลับซับซ้อนล่ะก็ ก็ต้องหนังเรื่องนี้เลย Mulholland Dr. (2001) ว่ากันด้วยหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์แต่ซ้ำร้ายกว่านั้นก็คือ เธอความจำเสื่อม จากนั้นเธอก็ได้แอบเข้าไปในบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งเธอก็ได้พบกับ Betty Elms หญิงสาวที่พร้อมจะช่วยเธอสืบหาตัวตน บอกเลยว่าใครที่ดูหนังเรื่องนี้จะต้องแยกแยะหน่อย เพราะเขาใช้วิธีการตัดต่อแบบ nonlinear มันจะทำให้เรื่องดูยุ่งเหยิง และซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม

สนับสนุนโดย ดูหนังออนไลน์ใหม่

 

Prison Break

ซีรีส์ น่าดูที่สุด : ยอมรับว่า Prison Break เป็นซีรีส์ Netflix ที่ขึ้นหิ้งว่าน่าดูที่สุด เรียกได้ว่าเป็นการแหกคุกที่มันส์ที่สุดตั้งแต่เคยเห็นมา ไม่ดูถือว่าเสียชาติเกิดมาก คุณจะได้เห็นความฉลาดในการวางแผนแหกคุกที่ไม่มีใครเทียบได้ของสกอฟิลด์ ซึ่งเป็นพระเอกของเรื่อง

เนื้อเรื่อง : เริ่มจากพี่ชายของพระเอกโดนใส่ร้ายว่าฆ่าน้องชายของรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ จนโดนโทษประหาร เขาจึงวางแผนปล้นธนาคารเพื่อเข้าคุกไปช่วยพี่ชายหนีออกมา ด้วย IQ ที่สูงปรี๊ดกับอาชีพวิศวกรโครงสร้าง การเตรียมการของเขาจึงเริ่มที่สักพิมพ์เขียวของคุกไว้บนร่างกาย โดยไม่มีใครมองออก นอกจากจะเป็นอัจฉริยะเหมือนกัน

ความยาวของซีรีส์ : มีทั้งหมด 5 ซีซัน เห็นเยอะขนาดนี้ แต่ทุก Ep. ไม่น่าเบื่อเลย ชวนติดตามทุกตอน รีบดู! เพราะแว่ว ๆ มาว่า Netflix จะเอาออก เนื่องจากซีรีส์นานมากแล้ว

Locke & Key

ซีรีส์ รีวิวความน่าดู : ยกให้ Locke & Key เป็นซีรีส์ Netflix ที่น่าดูอีกเรื่องหนึ่งเลย ดัดแปลงมาจากคอมมิก ตอนนี้หลายคนคงตั้งหน้าตั้งตารอซีซัน 2 กันแล้ว เพราะเนื้อเรื่องนั้นชวนลุ้นและน่าติดตาม เนื้อหาโดยรวมจะเกี่ยวกับกุญแจวิเศษหลายดอก มีทั้งกุญแจที่สามารถพาไปไหนก็ได้ กุญแจที่สั่งให้คนทำอะไรก็ได้ กุญแจที่เข้าไปดูความทรงจำ สำหรับใครที่ชอบการเดินเรื่องเร็ว ๆ บางตอนอาจจะดูอืดไปนิด เพราะมีเรื่องความรักและชีวิตของวัยรุ่นมาเข้าเอี่ยวด้วย

เนื้อเรื่อง : เริ่มจากครอบครัว Locke ที่ต้องเจอกับโศกนาฏกรรมจนพ่อเสียชีวิต และต้องย้ายบ้านมาที่ตระกูลฝั่งพ่อ ซึ่งบ้านหลังนี้มีกุญแจซุกซ่อนเต็มไปหมด 1 ใน 3 พี่น้อง ซึ่งก็คือ “โบดี้” น้องชายคนเล็กมักจะได้ยินเสียงกุญแจกระซิบเรียกเสมอ ด้วยความที่เป็นเด็กฉลาด หัวไว จึงรู้ว่าพลังของกุญแจแต่ละดอกทำอะไรได้บ้าง แต่มีกุญแจดอกหนึ่งที่ตัวร้ายกำลังตามหา โดยกุญแจนี้น่าจะนำไปสู่อะไรบางอย่างที่เธอต้องการ

ความยาวของซีรีส์ : ซีซันแรกมีทั้งหมด 10 ตอน

Stranger Things

ซีรีส์ น่าดูที่สุด : ทีแรกก็กะว่าจะไม่ดู แต่พอดูแล้วสนุกมาก เนื้อเรื่องดำเนินเร็วทันใจมาก ลุ้นทุกตอน ถือว่าเรื่องนี้เป็นซีรีส์ Netflix ที่ทำให้คนรู้จักเน็ตฟลิกซ์มากขึ้นเลยล่ะ และยังเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงอีกด้วย แถมเอฟเฟ็กต์ยังยอดเยี่ยมจนต้องยกนิ้วให้ โดยเนื้อหาก็จะเกี่ยวกับเรื่องเหนือธรรมชาติที่มีสัตว์ประหลาดจากโลกกลับด้านโผล่มา จนสมาชิกในครอบครัวของแก๊งเด็ก ๆ ต้องวุ่นวายเพื่อต่อสู้กับเหล่า Stranger Things

เนื้อเรื่อง : เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อ “วิล” หนึ่งในแก๊งเด็กที่หลงใหลในเรื่องราววิทยาศาสตร์หายตัวไป เพื่อน ๆ หลายคนจึงช่วยกันตามหา จนกระทั่งมาเจอ “Eleven หรือ แอล” เด็กจากห้องแล็ปซึ่งมีพลังทำลายล้างสูง ถูกจับมาทดลองเพื่อใช้เป็นอาวุธสู้กับศัตรู พลังของเธอสามารถสู้กับสัตว์ประหลาดได้ และยังสามารถใช้คลื่นความถี่ดึงจิตของตัวเองเพื่อไปตามหาวิลว่าอยู่ที่ไหนได้อีกด้วย แต่เรื่องไม่ได้จบเพียงแค่นี้ เพราะหลังจากวิลกลับมา เขาก็มีบางอย่างเปลี่ยนไป

ความยาวของซีรีส์ : ซีรีส์มีทั้งหมด 3 ซีซัน มีต่อซีซัน 4 ด้วย น่าจะกำลังถ่ายทำ แต่มาติด Covid-19 เสียก่อน ได้ดูอีกทีก็น่าจะนานเลยล่ะ

สนับสนุนโดย ดูหนังออนไลน์

Cruise Control (1997)

“ห่วยที่สุด” Rotten Tomatoes Score ภาคต่อเทียบภาคแรก: 4% / 94%
รายได้รวมทั่วโลก ภาคต่อเทียบภาคแรก: 164 / 350 ล้านเหรียญฯ
นักแสดงภาคต่อ: Sandra Bullock, Jason Patric, Willem Dafoe, Temuera Morrison
ผู้กำกับภาคต่อ: Jan de Bont (Speed, Twister, The Haunting, Lara Croft Tomb Raider: The Cradle of Life)
ทำไมมันถึงห่วยได้ขนาดนั้น?: ภาคแรกเป็นหนังฮิตระเบิด ติดท็อปหนังดังของ Keanu Reeves และ Sandra Bullock และถ้าดูจากคะแนนวิจารณ์ก็สูงขนาด 94% ไม่แปลกที่ภาคต่อจะตามมาและยังได้ทั้งนางเอกและผู้กำกับจากภาคแรกกลับมา ขาดก็แต่เพียง Reeves ที่ถือเป็นปัจจัยความสำเร็จเพียงหนึ่งเดียวของหนังแอ็กชันเรื่องนี้ ซึ่งไม่ตามมากับภาค 2 ที่ไม่ได้มีความแปลกใหม่ แค่เปลี่ยนสถานการณ์จากบนรถบัสมาเป็นเรือหรู และได้พระเอกที่ไม่มีเสน่ห์เอาเสียเลย ทำให้คะแนนของหนังจากอีก 6 % จะร้อย เหลือแค่ 4% และรายได้หล่นลงกว่าครึ่ง แบบนี้ให้คนจำแค่ว่ามีภาคเดียวก็น่าจะดีกว่า

The Whole Ten Yards (2003)

“ห่วยที่สุด” Rotten Tomatoes Score ภาคต่อเทียบภาคแรก: 4% / 45%
รายได้รวมทั่วโลก ภาคต่อเทียบภาคแรก: 26 / 106 ล้านเหรียญฯ
นักแสดงภาคต่อ: Bruce Willis, Matthew Perry, Amanda Peet, Kevin Pollak
ผู้กำกับภาคต่อ: Howard Deutch (Grumpier Old Men, The Replacements, The Great Outdoors, My Best Friend’s Girl)
ทำไมมันถึงห่วยได้ขนาดนั้น?: เอาเข้าจริง ๆ หนังภาคแรกที่เกี่ยวข้องกับมือปืนผู้มาหลบซ่อนตัวและมีเพื่อนบ้านเข้าไปเกี่ยวข้องโดยบังเอิญเรื่องนี้ ก็ไม่ได้มีคำวิจารณ์ที่ดีเด่นอะไร (จนขนาดที่ควรจะมีภาค 2 ตามออกมา) แต่ก็เป็นไปได้ว่าค่ายหนังอาจอยากลองเสี่ยงกับพระเอกนักบู๊ที่เล่นหนังตลกได้ดีอย่าง Bruce Willis และพระเอกซีรีส์ Friends ที่ก็ฮิตอยู่หลายปีอย่าง Matthew Perry แต่ความสำเร็จแม้แต่ในระดับเดิมทั้งคุณภาพและการทำเงินก็ไม่ได้กลับมา แถมรายได้ยังหล่นหายไปกว่า 3 ใน 4 และยิ่งไม่ต้องพูดถึงคุณภาพของหนัง ปิดโอกาสที่จะมีภาค The Whole Eleven Yards ให้ได้อึดกันอีกสักสิบเอ็ดหลา

Basic Instinct 2 (2006)

“ห่วยที่สุด” Rotten Tomatoes Score ภาคต่อเทียบภาคแรก: 6% / 53%
รายได้รวมทั่วโลก ภาคต่อเทียบภาคแรก: 38 / 352 ล้านเหรียญฯ
นักแสดงภาคต่อ: Sharon Stone, Hugh Dancy, David Thewlis, Charlotte Rampling
ผู้กำกับภาคต่อ: Michael Caton-Jones (The Jackal, Scandal, This Boy’s Life, Rob Roy)
ทำไมมันถึงห่วยได้ขนาดนั้น?: ภาคแรกออกฉายปี 1992 ก็ไม่ได้รับคำวิจารณ์ในแง่ดีเท่าไรนัก แต่ความฉาวของเรื่องราว และความแซ่บของนักแสดงสาวสวยเป๊ะในเวลานั้นอย่าง Sharon Stone รวมไปถึงท่านั่งไขว้ขาในตำนานก็ทำให้หนังฮิตระเบิดและเรียกได้ว่าเป็นหนังที่ดังที่สุดของเธอ 14 ปีให้หลัง ภาค 2 ก็ตามมา โดยไม่มีใครกลับมาเลยนอกจาก Stone และท่าไขว้ขาของเธอ ซึ่งก็ต้องยองรับว่าด้วยความที่หนังไม่มีอะไรใหม่ และ Stone ก็หมดมนต์ขลังทั้งความสาวและความสวยลงไปเยอะ หนังที่มาในรสชาติเดิมในยุคใหม่ที่คนดูไปสนใจหนังแนวอื่นกันเยอะแล้ว คุณภาพก็หล่น รายได้ก็หล่นตาม

Son of the Mask (2005)

“ห่วยที่สุด” Rotten Tomatoes Score ภาคต่อเทียบภาคแรก: 6% / 77%
รายได้รวมทั่วโลก ภาคต่อเทียบภาคแรก: 59 / 351 ล้านเหรียญฯ
นักแสดงภาคต่อ: Alan Cumming, Damon Herriman, Kal Penn, Bob Hoskins
ผู้กำกับภาคต่อ: Lawrence Guterman (Cats & Dogs, Antz)
ทำไมมันถึงห่วยได้ขนาดนั้น?: ภาคแรกเมื่อปี 1994 คือหนังที่ทำรายได้รวมทั่วโลกเป็นอันดับสองในเครดิตของ Jim Carrey ที่ 352 ล้านเหรียญฯ ทั่วโลก (เป็นรองแค่ Bruce Almighty (2003)) และแจ้งเกิดนางเอกสาว Cameron Diaz ภาคต่อใช้เวลาถึง 11 ปี โดยไม่มีทีมงานหลักและนักแสดงคนไหนกลับมาเลย นอกจากไอเดียมนุษย์สวมหน้ากากแล้วกลายเป็นไอ้หน้าเขียวตัวฮา ซึ่งเพราะการไม่มีนักแสดงดังและทีมงานที่มือถึงมาคุมงานสร้าง ก็ทำให้หนังสะเปะสะปะและดูไม่สนุกเอาเลยทั้งเรื่อง จนดูเป็นหนังเกรดบีที่เหมาะจะลงโฮมวิดีโอในสมัยนั้น (หรือสตรีมมิงในสมัยนี้) มากกว่า

The Next Karate Kid (1994)

“ห่วยที่สุด” Rotten Tomatoes Score ภาคต่อเทียบภาคแรก: 7% / 88%
รายได้รวมทั่วโลก ภาคต่อเทียบภาคแรก: 15 / 91 ล้านเหรียญฯ
นักแสดงภาคต่อ: Hilary Swank, Michael Ironside, Pat Morita, Constance Towers
ผู้กำกับภาคต่อ: Christopher Cain (Young Guns, Gone Fishin’, The Principal)
ทำไมมันถึงห่วยได้ขนาดนั้น?: ภาคแรกนั้นเป็นหนังฮิตระดับตำนานในการเชื่อมวัฒนธรรมระหว่างการต่อสู้ของญี่ปุ่นและวิถีชีวิตของเด็กอเมริกัน ออกฉายในปี 1984 และทำรายได้รวมทั่วโลกไป 91 ล้านเหรียญฯ จากทุนสร้างแค่ 8 ล้านเหรียญฯ จึงมีภาคต่อตามออกมา ภาค 2 ในปี 1986 ภาค 3 ในปี 1989 ซึ่งคะแนนของคุณภาพหนังก็ลดต่ำลงเรื่อย แต่ไม่หนักเท่าภาค 4 ที่ได้ Hilary Swanks นักแสดงรางวัลออสการ์ที่ยังวัยรุ่นอยู่ในตอนที่เล่นมารับบท คะแนนความนิยมต่ำเตี้ยเหลือ 7% เป็นเพราะเสน่ห์ที่จางหายและการซ้ำรอยภาคเดิม ๆ ย่อมทำให้คนดูเบื่อ หนังมีฉบับรีเมกเป็นหนังฮิตอีกครั้งในปี 2010 ในชื่อ The Karate Kid นำแสดงโดย Jaden Smith และเฉินหลง โดยได้ผู้กำกับภาคแรกปี 1984 กลับมา และทวงคืนคุณภาพได้ที่คะแนน 66

สนับสนุนโดย ดูหนังออนไลน์

Guardians Galaxy 2 กำหนดฉาย 26 เมษายน

“ที่ดีสุด” เอาใจสาวกมาเวลด้วยภาพยนตร์ซุปเปอร์ฮีโร่สุดแปลกแหวกแนว Guardian of the Galaxy Vol.2 พบกับการร่วมตัวกันของเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่ที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันดี ทั้ง “สตาร์ลอร์ด”, “กาโมร่า”, “แดร็ก”,”ร็อกเก็ต”, และที่ขาดไม่ได้ ฮีโร่สุดน่ารัก“เบบี้กรูท” และตัวละครอื่นๆอีกมากมายพร้อมพาคุณออกเดินทางไปในอวกาศกับภารกิจการกอบกู้จักรวาลครั้งใหม่ รวมถึงการค้นหาถึงชาติกำเนิดที่แท้จริงของ “ปีเตอร์ควิลล์” พระเอกหนุ่มขวัญใจสาวๆอีกด้วย

“Alien: Covenant” กำหนดฉาย 10 พฤษภาคม

“ที่ดีสุด” หนังภาคต่อภาคที่ 2 ของ Prometheus ซึ่งจะเชื่อมโยงโดยตรงเข้ากับนิยายวิทยาศาสตร์ปี 1979 ของสก็อตต์เอง โดยเรื่องราวจะดำเนินขึ้นเมื่อการเดินทางสู่ดาวเคราะห์อันไกลโพ้นที่สุดอีกด้านหนึ่งของกาแล็กซี่ ลูกเรือของยานอาณานิคม Covenant ได้ค้นพบสิ่งที่พวกเขาคิดว่าเป็นสวรรค์ซึ่งยังไม่เคยมีใครค้นพบมาก่อน แต่แท้จริงแล้วมันคือโลกอันตรายและดำมืด เป็นที่อยู่ของสิ่งมีชีวิตสังเคราะห์ที่เจ้าเล่ห์และบ้าคลั่งหนึ่งเดียวนั้นคือ เดวิด (ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์) ผู้รอดชีวิตจากการสำรวจ Prometheus ที่ถูกทำลายไปแล้ว

Pirates of the Caribbean: Salazar’s Revenge กำหนดเข้าฉาย 24 พฤษภาคม

กำกับโดย โยคิม รอนนิง และ เอสเพน แซนด์เบิร์ก มุ่งหน้าเปิดศึกแห่งมหาสมุทรบทใหม่โดยมี “ตรีศูลของโพไซดอน” อาวุธสำคัญของเทพแห่งกรีกเป็นศูนย์กลางของเรื่อง ซึ่งใครที่ได้ครอบครองมันจะมีพลานุภาพเหนือทุกสิ่งทุกอย่างใต้ท้องทะเล กัปตันแจ็ค สแปร์โรว์ต้องเดินทางออกตามหามันเพื่อปกป้องท้องทะเลจากกัปตันซาลาซ่า มหาวายร้ายที่หลบหนีจากแดนแห่งความตายกลับมาล้างแค้นและหมายฆ่ากัปตันเดินเรือทุกคนบนโลก โดยเฉพาะ กัปตัน แจ็ค สแปร์โรว์ ที่มีอดีตบาดหมาง ยากที่จะให้อภัยได้นั่นเอง

Despicable Me 3 กำหนดเข้าฉาย 15 มิถุนายน

จากความสำเร็จของ Despicable Me และ Despicable Me 2 ที่กวาดรายได้ทั่วโลกมากกว่า 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ รวมถึง Minions ที่สามารถทำรายได้มากกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ อิลลูมิเนชั่น เอนเตอร์เทนเมนท์ เตรียมส่ง Despicable Me 3 มิสเตอร์แสบ ร้ายเกินพิกัด 3 พบกับการกลับมาของกรู, ลูซี่ พร้อมด้วยลูกสาวสุดที่รัก มาร์โก, อีดิธ และแอ็กเนส รวมถึงเจ้าตัวเหลือง มินเนี่ยน Despicable Me 3 มิสเตอร์แสบ ร้ายเกินพิกัด 3 กำกับโดย ปีแอร์ คอฟฟิน และไคล์ บัลดา โดยได้ สตีฟ คาเรลล์ และคริสเทน วิก กลับมาให้เสียงพากย์เหมือนเดิม ร่วมด้วย เทรย์ พาร์คเกอร์ เจ้าของรางวัลเอ็มมี่, โทนี่ และแกรมมี่ ที่มาให้เสียงพากย์วายร้ายตัวใหม่ บัลธาซาร์ แบรตต์ อดีตดาราเด็กที่ยังฝังใจกับคาแรกเตอร์ที่เขาเล่นในยุค 80’s

Transformers: The Last Knight กำหนดเข้าฉาย22 มิถุนายน

จะโฟกัสไปที่ ออพติมัส ไพรม์ ออโต้บอตส์ที่กำลังกลับไปยังดาวบ้านเกิดอย่าง ไซเบอร์ตรอนและพบว่าดาวของตนเองได้ถูกทำลายลง ซึ่งเขานั้นก็มีส่วนที่ทำให้ดาวถูกทำลายด้วย เพื่อจะทำให้ดาวของเขากลับมาเป็นปกติสุขได้นั้นออพติมัส ไพรม์ ต้องตามหาวัตถุชิ้นหนึ่งที่อยู่บนโลกมนุษย์ และวัตถุที่ว่านั้นก็เกี่ยวโยงไปถึง เมอร์ลิน พ่อมดในตำนานสมัยกษัตริย์อาเธอร์ด้วย

สนับสนุนโดย ดูหนังออนไลน์