The Girl with the Dragon Tattoo (2011)

หนังสืบสวน The Girl with the Dragon Tattoo (2011) เป็นหนังที่มีพล็อตเรื่องง่ายๆ เบย์ๆ ว่ากันด้วยนักธุรกิจผู้ร่ำรวยแห่งประเทสสวีเดนที่ต้องการหาข้อเท็จจริงว่า หลานสาวของเขาหายไปไหนกว่า 40 ปี โดยเขาได้จ้าง Mikael Blomkvist ผู้สื่อข่าวสายการเงิน และเพื่อนร่วมงานอย่าง Lisbeth Salander ให้สืบหาความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ และแน่นอนว่าหนังทำให้คนดูรู้สึกว่า การสืบสวนของตำรวจเป็นอะไรที่ชาญฉลาดและรู้ความจริงได้ในระยะสั้นๆ แต่ข้อเสียของหนังเรื่องนี้ก็คือทำให้คนดูขาดความต่อเนื่อง แต่ยังไงซะ The Girl with the Dragon Tattoo (2011) ก็เป็นหนังที่มีความยูนีคที่ยากที่หนังอื่นจะลอกเลียนแบบอยู่ดี

The Wailing (2016)

หนังสืบสวน เป็นหนังที่รวมความความดาร์กไว้จริงๆ สำหรับ The Wailing (2016) ก็พี่แกเล่นเอาทั้งความสยองขวัญ ความลึกลับ และการสืบสวนสอบสวนไว้ด้วยกัน ว่ากันด้วยคดีฆาตกรรมต่อเนื่องอันแสนน่ากลัวที่เกิดในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซึ่งตำรวจไม่สามารถหาต้นตอได้ จุดสำคัญของหนังเรื่องนี้เลยก็คือ ผู้กำกับพยายามทำให้คนดูสับสนและไขว้เขวกับความเชื่อของตัวเอง จนหนังเฉลยความจริงในที่สุด บอกเลยโคตรพีค

J.S.A.: Joint Security Area (2000)

คุณรู้จักหนังสือเรื่อง ชาโรมอน มั้ย? หนังเรื่องนี้เป็นแบบนั้นแหละ มันเป็นการที่คนปกปิดความจริงเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง โดย J.S.A.: Joint Security Area (2000) จะมีเนื้อเรื่องประมาณว่า Lee Soo-hyeok ทหารฝ่ายเกาหลีใต้ และ Oh Kyeong-pil ทหารฝ่ายเกาหลีเหนือ ทั้งคู่สนิทสนมและรักกันเหมือนพี่น้องมาก่อน แต่จู่ๆ วันหนึ่งก็เกิดเหตุการณ์ฆาตรกรรมนายทหาร 2 คน ซึ่งทั้งคู่อยู่ในเหตุการณ์ด้วย แต่เมื่อถึงสอบสวนออกมาแล้ว นายทหารสองคนกลับเล่าเรื่องไม่เหมือนกัน แล้วความจริงมันคืออะไรกันแน่ล่ะ? ใครกันที่เป็นฝ่ายโกหก ?

Tinker Tailor Soldier Spy (2011)

ใครที่เครียดๆ อยู่เราแนะนำให้คุณหลีกเลี่ยงการดู Tinker Tailor Soldier Spy (2011) บอกเลยว่าถ้าคุณดู คุณปวดกระบาลมากกว่าเดิม โดยหนังเรื่องนี้ว่าด้วยยุคสงครามเย็น โดยสายลับอาวุโสอย่าง George Smiley ถูกเรียกตัวกลับมาทำภารกิจสำคัญ เขาจะต้องหาตัวสายลับรัสเซียที่แฝงอยู่ในองค์กร แน่นอนว่าบรรยากาสในการสืบสนนั้นช่างเต็มไปด้วยความตึงเครียดและความหวาดระแวง สายลับทุกคนต่างตีหน้าซื่อและเย็นชาใส่กัน แล้วความจริงใครกันนะที่เป็นหนอนบ่อนไส้ ?

Mulholland Dr. (2001)

ใครที่ชอบหนังแนวเบี้ยนๆ บวกกับความสลับซับซ้อนล่ะก็ ก็ต้องหนังเรื่องนี้เลย Mulholland Dr. (2001) ว่ากันด้วยหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์แต่ซ้ำร้ายกว่านั้นก็คือ เธอความจำเสื่อม จากนั้นเธอก็ได้แอบเข้าไปในบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งเธอก็ได้พบกับ Betty Elms หญิงสาวที่พร้อมจะช่วยเธอสืบหาตัวตน บอกเลยว่าใครที่ดูหนังเรื่องนี้จะต้องแยกแยะหน่อย เพราะเขาใช้วิธีการตัดต่อแบบ nonlinear มันจะทำให้เรื่องดูยุ่งเหยิง และซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม

สนับสนุนโดย ดูหนังออนไลน์ใหม่

 

Prison Break

ซีรีส์ น่าดูที่สุด : ยอมรับว่า Prison Break เป็นซีรีส์ Netflix ที่ขึ้นหิ้งว่าน่าดูที่สุด เรียกได้ว่าเป็นการแหกคุกที่มันส์ที่สุดตั้งแต่เคยเห็นมา ไม่ดูถือว่าเสียชาติเกิดมาก คุณจะได้เห็นความฉลาดในการวางแผนแหกคุกที่ไม่มีใครเทียบได้ของสกอฟิลด์ ซึ่งเป็นพระเอกของเรื่อง

เนื้อเรื่อง : เริ่มจากพี่ชายของพระเอกโดนใส่ร้ายว่าฆ่าน้องชายของรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ จนโดนโทษประหาร เขาจึงวางแผนปล้นธนาคารเพื่อเข้าคุกไปช่วยพี่ชายหนีออกมา ด้วย IQ ที่สูงปรี๊ดกับอาชีพวิศวกรโครงสร้าง การเตรียมการของเขาจึงเริ่มที่สักพิมพ์เขียวของคุกไว้บนร่างกาย โดยไม่มีใครมองออก นอกจากจะเป็นอัจฉริยะเหมือนกัน

ความยาวของซีรีส์ : มีทั้งหมด 5 ซีซัน เห็นเยอะขนาดนี้ แต่ทุก Ep. ไม่น่าเบื่อเลย ชวนติดตามทุกตอน รีบดู! เพราะแว่ว ๆ มาว่า Netflix จะเอาออก เนื่องจากซีรีส์นานมากแล้ว

Locke & Key

ซีรีส์ รีวิวความน่าดู : ยกให้ Locke & Key เป็นซีรีส์ Netflix ที่น่าดูอีกเรื่องหนึ่งเลย ดัดแปลงมาจากคอมมิก ตอนนี้หลายคนคงตั้งหน้าตั้งตารอซีซัน 2 กันแล้ว เพราะเนื้อเรื่องนั้นชวนลุ้นและน่าติดตาม เนื้อหาโดยรวมจะเกี่ยวกับกุญแจวิเศษหลายดอก มีทั้งกุญแจที่สามารถพาไปไหนก็ได้ กุญแจที่สั่งให้คนทำอะไรก็ได้ กุญแจที่เข้าไปดูความทรงจำ สำหรับใครที่ชอบการเดินเรื่องเร็ว ๆ บางตอนอาจจะดูอืดไปนิด เพราะมีเรื่องความรักและชีวิตของวัยรุ่นมาเข้าเอี่ยวด้วย

เนื้อเรื่อง : เริ่มจากครอบครัว Locke ที่ต้องเจอกับโศกนาฏกรรมจนพ่อเสียชีวิต และต้องย้ายบ้านมาที่ตระกูลฝั่งพ่อ ซึ่งบ้านหลังนี้มีกุญแจซุกซ่อนเต็มไปหมด 1 ใน 3 พี่น้อง ซึ่งก็คือ “โบดี้” น้องชายคนเล็กมักจะได้ยินเสียงกุญแจกระซิบเรียกเสมอ ด้วยความที่เป็นเด็กฉลาด หัวไว จึงรู้ว่าพลังของกุญแจแต่ละดอกทำอะไรได้บ้าง แต่มีกุญแจดอกหนึ่งที่ตัวร้ายกำลังตามหา โดยกุญแจนี้น่าจะนำไปสู่อะไรบางอย่างที่เธอต้องการ

ความยาวของซีรีส์ : ซีซันแรกมีทั้งหมด 10 ตอน

Stranger Things

ซีรีส์ น่าดูที่สุด : ทีแรกก็กะว่าจะไม่ดู แต่พอดูแล้วสนุกมาก เนื้อเรื่องดำเนินเร็วทันใจมาก ลุ้นทุกตอน ถือว่าเรื่องนี้เป็นซีรีส์ Netflix ที่ทำให้คนรู้จักเน็ตฟลิกซ์มากขึ้นเลยล่ะ และยังเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงอีกด้วย แถมเอฟเฟ็กต์ยังยอดเยี่ยมจนต้องยกนิ้วให้ โดยเนื้อหาก็จะเกี่ยวกับเรื่องเหนือธรรมชาติที่มีสัตว์ประหลาดจากโลกกลับด้านโผล่มา จนสมาชิกในครอบครัวของแก๊งเด็ก ๆ ต้องวุ่นวายเพื่อต่อสู้กับเหล่า Stranger Things

เนื้อเรื่อง : เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อ “วิล” หนึ่งในแก๊งเด็กที่หลงใหลในเรื่องราววิทยาศาสตร์หายตัวไป เพื่อน ๆ หลายคนจึงช่วยกันตามหา จนกระทั่งมาเจอ “Eleven หรือ แอล” เด็กจากห้องแล็ปซึ่งมีพลังทำลายล้างสูง ถูกจับมาทดลองเพื่อใช้เป็นอาวุธสู้กับศัตรู พลังของเธอสามารถสู้กับสัตว์ประหลาดได้ และยังสามารถใช้คลื่นความถี่ดึงจิตของตัวเองเพื่อไปตามหาวิลว่าอยู่ที่ไหนได้อีกด้วย แต่เรื่องไม่ได้จบเพียงแค่นี้ เพราะหลังจากวิลกลับมา เขาก็มีบางอย่างเปลี่ยนไป

ความยาวของซีรีส์ : ซีรีส์มีทั้งหมด 3 ซีซัน มีต่อซีซัน 4 ด้วย น่าจะกำลังถ่ายทำ แต่มาติด Covid-19 เสียก่อน ได้ดูอีกทีก็น่าจะนานเลยล่ะ

สนับสนุนโดย ดูหนังออนไลน์

Cruise Control (1997)

“ห่วยที่สุด” Rotten Tomatoes Score ภาคต่อเทียบภาคแรก: 4% / 94%
รายได้รวมทั่วโลก ภาคต่อเทียบภาคแรก: 164 / 350 ล้านเหรียญฯ
นักแสดงภาคต่อ: Sandra Bullock, Jason Patric, Willem Dafoe, Temuera Morrison
ผู้กำกับภาคต่อ: Jan de Bont (Speed, Twister, The Haunting, Lara Croft Tomb Raider: The Cradle of Life)
ทำไมมันถึงห่วยได้ขนาดนั้น?: ภาคแรกเป็นหนังฮิตระเบิด ติดท็อปหนังดังของ Keanu Reeves และ Sandra Bullock และถ้าดูจากคะแนนวิจารณ์ก็สูงขนาด 94% ไม่แปลกที่ภาคต่อจะตามมาและยังได้ทั้งนางเอกและผู้กำกับจากภาคแรกกลับมา ขาดก็แต่เพียง Reeves ที่ถือเป็นปัจจัยความสำเร็จเพียงหนึ่งเดียวของหนังแอ็กชันเรื่องนี้ ซึ่งไม่ตามมากับภาค 2 ที่ไม่ได้มีความแปลกใหม่ แค่เปลี่ยนสถานการณ์จากบนรถบัสมาเป็นเรือหรู และได้พระเอกที่ไม่มีเสน่ห์เอาเสียเลย ทำให้คะแนนของหนังจากอีก 6 % จะร้อย เหลือแค่ 4% และรายได้หล่นลงกว่าครึ่ง แบบนี้ให้คนจำแค่ว่ามีภาคเดียวก็น่าจะดีกว่า

The Whole Ten Yards (2003)

“ห่วยที่สุด” Rotten Tomatoes Score ภาคต่อเทียบภาคแรก: 4% / 45%
รายได้รวมทั่วโลก ภาคต่อเทียบภาคแรก: 26 / 106 ล้านเหรียญฯ
นักแสดงภาคต่อ: Bruce Willis, Matthew Perry, Amanda Peet, Kevin Pollak
ผู้กำกับภาคต่อ: Howard Deutch (Grumpier Old Men, The Replacements, The Great Outdoors, My Best Friend’s Girl)
ทำไมมันถึงห่วยได้ขนาดนั้น?: เอาเข้าจริง ๆ หนังภาคแรกที่เกี่ยวข้องกับมือปืนผู้มาหลบซ่อนตัวและมีเพื่อนบ้านเข้าไปเกี่ยวข้องโดยบังเอิญเรื่องนี้ ก็ไม่ได้มีคำวิจารณ์ที่ดีเด่นอะไร (จนขนาดที่ควรจะมีภาค 2 ตามออกมา) แต่ก็เป็นไปได้ว่าค่ายหนังอาจอยากลองเสี่ยงกับพระเอกนักบู๊ที่เล่นหนังตลกได้ดีอย่าง Bruce Willis และพระเอกซีรีส์ Friends ที่ก็ฮิตอยู่หลายปีอย่าง Matthew Perry แต่ความสำเร็จแม้แต่ในระดับเดิมทั้งคุณภาพและการทำเงินก็ไม่ได้กลับมา แถมรายได้ยังหล่นหายไปกว่า 3 ใน 4 และยิ่งไม่ต้องพูดถึงคุณภาพของหนัง ปิดโอกาสที่จะมีภาค The Whole Eleven Yards ให้ได้อึดกันอีกสักสิบเอ็ดหลา

Basic Instinct 2 (2006)

“ห่วยที่สุด” Rotten Tomatoes Score ภาคต่อเทียบภาคแรก: 6% / 53%
รายได้รวมทั่วโลก ภาคต่อเทียบภาคแรก: 38 / 352 ล้านเหรียญฯ
นักแสดงภาคต่อ: Sharon Stone, Hugh Dancy, David Thewlis, Charlotte Rampling
ผู้กำกับภาคต่อ: Michael Caton-Jones (The Jackal, Scandal, This Boy’s Life, Rob Roy)
ทำไมมันถึงห่วยได้ขนาดนั้น?: ภาคแรกออกฉายปี 1992 ก็ไม่ได้รับคำวิจารณ์ในแง่ดีเท่าไรนัก แต่ความฉาวของเรื่องราว และความแซ่บของนักแสดงสาวสวยเป๊ะในเวลานั้นอย่าง Sharon Stone รวมไปถึงท่านั่งไขว้ขาในตำนานก็ทำให้หนังฮิตระเบิดและเรียกได้ว่าเป็นหนังที่ดังที่สุดของเธอ 14 ปีให้หลัง ภาค 2 ก็ตามมา โดยไม่มีใครกลับมาเลยนอกจาก Stone และท่าไขว้ขาของเธอ ซึ่งก็ต้องยองรับว่าด้วยความที่หนังไม่มีอะไรใหม่ และ Stone ก็หมดมนต์ขลังทั้งความสาวและความสวยลงไปเยอะ หนังที่มาในรสชาติเดิมในยุคใหม่ที่คนดูไปสนใจหนังแนวอื่นกันเยอะแล้ว คุณภาพก็หล่น รายได้ก็หล่นตาม

Son of the Mask (2005)

“ห่วยที่สุด” Rotten Tomatoes Score ภาคต่อเทียบภาคแรก: 6% / 77%
รายได้รวมทั่วโลก ภาคต่อเทียบภาคแรก: 59 / 351 ล้านเหรียญฯ
นักแสดงภาคต่อ: Alan Cumming, Damon Herriman, Kal Penn, Bob Hoskins
ผู้กำกับภาคต่อ: Lawrence Guterman (Cats & Dogs, Antz)
ทำไมมันถึงห่วยได้ขนาดนั้น?: ภาคแรกเมื่อปี 1994 คือหนังที่ทำรายได้รวมทั่วโลกเป็นอันดับสองในเครดิตของ Jim Carrey ที่ 352 ล้านเหรียญฯ ทั่วโลก (เป็นรองแค่ Bruce Almighty (2003)) และแจ้งเกิดนางเอกสาว Cameron Diaz ภาคต่อใช้เวลาถึง 11 ปี โดยไม่มีทีมงานหลักและนักแสดงคนไหนกลับมาเลย นอกจากไอเดียมนุษย์สวมหน้ากากแล้วกลายเป็นไอ้หน้าเขียวตัวฮา ซึ่งเพราะการไม่มีนักแสดงดังและทีมงานที่มือถึงมาคุมงานสร้าง ก็ทำให้หนังสะเปะสะปะและดูไม่สนุกเอาเลยทั้งเรื่อง จนดูเป็นหนังเกรดบีที่เหมาะจะลงโฮมวิดีโอในสมัยนั้น (หรือสตรีมมิงในสมัยนี้) มากกว่า

The Next Karate Kid (1994)

“ห่วยที่สุด” Rotten Tomatoes Score ภาคต่อเทียบภาคแรก: 7% / 88%
รายได้รวมทั่วโลก ภาคต่อเทียบภาคแรก: 15 / 91 ล้านเหรียญฯ
นักแสดงภาคต่อ: Hilary Swank, Michael Ironside, Pat Morita, Constance Towers
ผู้กำกับภาคต่อ: Christopher Cain (Young Guns, Gone Fishin’, The Principal)
ทำไมมันถึงห่วยได้ขนาดนั้น?: ภาคแรกนั้นเป็นหนังฮิตระดับตำนานในการเชื่อมวัฒนธรรมระหว่างการต่อสู้ของญี่ปุ่นและวิถีชีวิตของเด็กอเมริกัน ออกฉายในปี 1984 และทำรายได้รวมทั่วโลกไป 91 ล้านเหรียญฯ จากทุนสร้างแค่ 8 ล้านเหรียญฯ จึงมีภาคต่อตามออกมา ภาค 2 ในปี 1986 ภาค 3 ในปี 1989 ซึ่งคะแนนของคุณภาพหนังก็ลดต่ำลงเรื่อย แต่ไม่หนักเท่าภาค 4 ที่ได้ Hilary Swanks นักแสดงรางวัลออสการ์ที่ยังวัยรุ่นอยู่ในตอนที่เล่นมารับบท คะแนนความนิยมต่ำเตี้ยเหลือ 7% เป็นเพราะเสน่ห์ที่จางหายและการซ้ำรอยภาคเดิม ๆ ย่อมทำให้คนดูเบื่อ หนังมีฉบับรีเมกเป็นหนังฮิตอีกครั้งในปี 2010 ในชื่อ The Karate Kid นำแสดงโดย Jaden Smith และเฉินหลง โดยได้ผู้กำกับภาคแรกปี 1984 กลับมา และทวงคืนคุณภาพได้ที่คะแนน 66

สนับสนุนโดย ดูหนังออนไลน์

Guardians Galaxy 2 กำหนดฉาย 26 เมษายน

“ที่ดีสุด” เอาใจสาวกมาเวลด้วยภาพยนตร์ซุปเปอร์ฮีโร่สุดแปลกแหวกแนว Guardian of the Galaxy Vol.2 พบกับการร่วมตัวกันของเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่ที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันดี ทั้ง “สตาร์ลอร์ด”, “กาโมร่า”, “แดร็ก”,”ร็อกเก็ต”, และที่ขาดไม่ได้ ฮีโร่สุดน่ารัก“เบบี้กรูท” และตัวละครอื่นๆอีกมากมายพร้อมพาคุณออกเดินทางไปในอวกาศกับภารกิจการกอบกู้จักรวาลครั้งใหม่ รวมถึงการค้นหาถึงชาติกำเนิดที่แท้จริงของ “ปีเตอร์ควิลล์” พระเอกหนุ่มขวัญใจสาวๆอีกด้วย

“Alien: Covenant” กำหนดฉาย 10 พฤษภาคม

“ที่ดีสุด” หนังภาคต่อภาคที่ 2 ของ Prometheus ซึ่งจะเชื่อมโยงโดยตรงเข้ากับนิยายวิทยาศาสตร์ปี 1979 ของสก็อตต์เอง โดยเรื่องราวจะดำเนินขึ้นเมื่อการเดินทางสู่ดาวเคราะห์อันไกลโพ้นที่สุดอีกด้านหนึ่งของกาแล็กซี่ ลูกเรือของยานอาณานิคม Covenant ได้ค้นพบสิ่งที่พวกเขาคิดว่าเป็นสวรรค์ซึ่งยังไม่เคยมีใครค้นพบมาก่อน แต่แท้จริงแล้วมันคือโลกอันตรายและดำมืด เป็นที่อยู่ของสิ่งมีชีวิตสังเคราะห์ที่เจ้าเล่ห์และบ้าคลั่งหนึ่งเดียวนั้นคือ เดวิด (ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์) ผู้รอดชีวิตจากการสำรวจ Prometheus ที่ถูกทำลายไปแล้ว

Pirates of the Caribbean: Salazar’s Revenge กำหนดเข้าฉาย 24 พฤษภาคม

กำกับโดย โยคิม รอนนิง และ เอสเพน แซนด์เบิร์ก มุ่งหน้าเปิดศึกแห่งมหาสมุทรบทใหม่โดยมี “ตรีศูลของโพไซดอน” อาวุธสำคัญของเทพแห่งกรีกเป็นศูนย์กลางของเรื่อง ซึ่งใครที่ได้ครอบครองมันจะมีพลานุภาพเหนือทุกสิ่งทุกอย่างใต้ท้องทะเล กัปตันแจ็ค สแปร์โรว์ต้องเดินทางออกตามหามันเพื่อปกป้องท้องทะเลจากกัปตันซาลาซ่า มหาวายร้ายที่หลบหนีจากแดนแห่งความตายกลับมาล้างแค้นและหมายฆ่ากัปตันเดินเรือทุกคนบนโลก โดยเฉพาะ กัปตัน แจ็ค สแปร์โรว์ ที่มีอดีตบาดหมาง ยากที่จะให้อภัยได้นั่นเอง

Despicable Me 3 กำหนดเข้าฉาย 15 มิถุนายน

จากความสำเร็จของ Despicable Me และ Despicable Me 2 ที่กวาดรายได้ทั่วโลกมากกว่า 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ รวมถึง Minions ที่สามารถทำรายได้มากกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ อิลลูมิเนชั่น เอนเตอร์เทนเมนท์ เตรียมส่ง Despicable Me 3 มิสเตอร์แสบ ร้ายเกินพิกัด 3 พบกับการกลับมาของกรู, ลูซี่ พร้อมด้วยลูกสาวสุดที่รัก มาร์โก, อีดิธ และแอ็กเนส รวมถึงเจ้าตัวเหลือง มินเนี่ยน Despicable Me 3 มิสเตอร์แสบ ร้ายเกินพิกัด 3 กำกับโดย ปีแอร์ คอฟฟิน และไคล์ บัลดา โดยได้ สตีฟ คาเรลล์ และคริสเทน วิก กลับมาให้เสียงพากย์เหมือนเดิม ร่วมด้วย เทรย์ พาร์คเกอร์ เจ้าของรางวัลเอ็มมี่, โทนี่ และแกรมมี่ ที่มาให้เสียงพากย์วายร้ายตัวใหม่ บัลธาซาร์ แบรตต์ อดีตดาราเด็กที่ยังฝังใจกับคาแรกเตอร์ที่เขาเล่นในยุค 80’s

Transformers: The Last Knight กำหนดเข้าฉาย22 มิถุนายน

จะโฟกัสไปที่ ออพติมัส ไพรม์ ออโต้บอตส์ที่กำลังกลับไปยังดาวบ้านเกิดอย่าง ไซเบอร์ตรอนและพบว่าดาวของตนเองได้ถูกทำลายลง ซึ่งเขานั้นก็มีส่วนที่ทำให้ดาวถูกทำลายด้วย เพื่อจะทำให้ดาวของเขากลับมาเป็นปกติสุขได้นั้นออพติมัส ไพรม์ ต้องตามหาวัตถุชิ้นหนึ่งที่อยู่บนโลกมนุษย์ และวัตถุที่ว่านั้นก็เกี่ยวโยงไปถึง เมอร์ลิน พ่อมดในตำนานสมัยกษัตริย์อาเธอร์ด้วย

สนับสนุนโดย ดูหนังออนไลน์

ดูหนังฟรี รีวิวหนัง Lucky You – ภาพรวมที่สมบูรณ์ของภาพยนตร์โป๊กเกอร์ เป็นละครโรแมนติกที่กำกับโดยเคอร์ติสแฮนสัน เปิดตัวในปี 2007 ภาพยนตร์เรื่องนี้ขัดต่อฉากหลังของการแข่งขันโป๊กเกอร์เวิลด์ซีรีส์ 2003 Eric Bana รับบทเป็น Huck Cheever ผู้เล่นโป๊กเกอร์ที่มีความสามารถสามารถอ่านภาษากายและความอ่อนแอของผู้เล่นคนอื่นเพื่อช่วยเขาทำความสะอาดโต๊ะ ufabetอย่างไรก็ตามเขาถูกหลอกหลอนจากความสัมพันธ์ที่ลำบากของเขากับพ่อแอลซีที่แยกกันอยู่ (Robert Duvall) และบ่อยครั้งที่ปล่อยให้อารมณ์ของเขาขุ่นเคืองการตัดสินใจของเขา Huck พบกับ Billie (Drew Barrymore) นักร้องที่ต้องการค่านิยมที่ซื่อสัตย์และดั้งเดิม ฮัคขอขอยืมและขโมยที่นั่งในเมนอีเวนต์โป๊กเกอร์ซึ่งเขาจะเผชิญหน้ากับพ่อของเขา

ดูหนังฟรี ภาพยนตร์เรื่องนี้ติดตามการเดินทางของ Huck ในขณะที่เขาเรียนรู้วิธีจัดการกับความสัมพันธ์ของเขาในขณะที่ให้ข้อมูลเชิงลึกที่น่าสนใจเกี่ยวกับโลกของการแข่งขันโปกเกอร์เดิมพันสูง ในไม่ช้าเราจะเปิดตัวบทวิจารณ์ภาพยนตร์ Lucky You โดยมีรายละเอียดภาพรวมของเนื้อเรื่อง หากคุณยังไม่ได้ดูภาพยนตร์โปรดทราบว่ารีวิวนี้มีสปอยเลอร์ บทวิจารณ์ของเราจะเจาะลึกลงไปในประเด็นสำคัญของภาพยนตร์ด้วยภาพรวมที่สำคัญและการวิเคราะห์ว่าผู้กำกับนำเสนอโป๊กเกอร์อย่างไร Sa gaming ให้เราเริ่มด้วยภาพตัวอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ของหนังเรื่องนี้กับตัวอย่างหนัง Lucky You

ดูหนังฟรี เรื่องย่อโดยละเอียด – คำเตือน, ภาพยนตร์สปอยเลอร์ข้างหน้า!

Lucky You ถูกตั้งค่าในลาสเวกัสในสัปดาห์การแข่งขันโป๊กเกอร์เวิลด์ซีรีส์ 2003 Huck Cheever จำนำแหวนแต่งงานของแม่อย่างไม่เต็มใจแล้วมุ่งตรงไปที่โต๊ะโป๊กเกอร์ที่ Bellagio Casino หลังจากนั้นเขาก็ไปงานเลี้ยงที่เขาได้พบกับ Billie (Drew Barrymore) นักร้องเลาจน์ที่ต้องการจาก Bakersfield ซึ่งเป็นน้องสาวของเพื่อนของเขา Suzanne (Debra Messing) ในขณะที่ซูซานเตือนว่าบิลลี่ฮัคเป็นข่าวร้ายบิลลี่สนใจ

ฮัคกลับไปที่คาสิโน Cheever เข้าร่วม Big Game ลงเงินครั้งสุดท้ายของเขา Huck วางเงินประกันสำหรับแหวนแต่งงานของแม่ Huck เก็บความโกรธและความแค้นต่อพ่อของเขาซึ่งขโมยแหวนแต่งงานจากแม่ของเขาก่อนที่จะทิ้งครอบครัวของเขา อารมณ์ของฮัคทำให้การตัดสินใจและแอล. ซี. ตาบอด ชนะมือ

หลังจาก Huck พยายามยืมเงินจากแจ็คเพื่อนของเขา (Robert Downey Jr) และล้มเหลวเขามุ่งหน้าไปที่ Suzanne’s หวังว่าจะได้รับเงินกู้ เขากลับไปที่ Billie ซึ่งเพิ่งรู้ว่าเธอได้งานเป็นนักร้องที่ Dino’s Lounge Huck แนะนำให้พวกเขาเฉลิมฉลองและมุ่งหน้าไปที่คาสิโนด้วยเช็คของ Traveller Huck สอนวิธีเล่นโป๊กเกอร์ของ Billie L.C. มาถึงควงแหวนแต่งงานที่เขาชนะจากลูกชายของเขาบาคาร่า

ระหว่างรับประทานอาหารเย็นกับบิลลี่ฮัคก็เปิดกว้างเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนของเขากับพ่อของเขา Billie และ Huck ค้างคืนด้วยกัน ฮัคตื่นขึ้นมาและเก็บเงิน 1,200 ดอลลาร์จากกระเป๋าเงินของ Billie แล้วมุ่งหน้ากลับไปที่คาสิโน L.C. มาถึงและส่งคืนแหวนแต่งงานให้ Huck แม้จะชนะและตั้งใจจะออก แต่ฮัคก็ยังเล่นต่อที่บิ๊กเกมและเสียเงินให้กับบิลลี่

ฮัคเล่นในซูเปอร์แซทเทลไลท์เพื่อลองและเข้าร่วมกิจกรรมโป๊กเกอร์หลัก ดูเหมือนว่าเขาจะชนะ แต่ความผิดพลาดหมายถึงเขาสูญเสียการเข้าร่วมกิจกรรมของเขา ด้วยช่องทางทั้งหมดที่ดูเหมือนหมดลง Huck ใช้เงินค่าสมัคร $ 10,000 จากฉลามกู้ Roy ด้วยข้อตกลงการแบ่งเงินชนะ 70/30 พร้อมกับ $ 1,200 เพื่อจ่ายคืน Billie Huck ขอโทษที่ Billie บอกว่าเขาคิดว่าพวกเขาสามารถมีอะไรพิเศษและคืนเงินให้เธอได้ ต่อมาทั้งคู่ชนเข้ากับแอลซี ที่ร้านกาแฟซึ่งฮัคเสียเงินอย่างรวดเร็วในเกมหัวต่อหัว

Huck ยอมรับการเดิมพันแบบเสาจาก Ready Eddie ผู้เดิมพัน $ 10,000 ที่ Huck ไม่สามารถวิ่งได้ 5 ไมล์และยิง 18 หลุมของสนามกอล์ฟใน 78 ครั้งหรือต่ำกว่าทั้งหมดภายใน 3 ชั่วโมงหรือต่ำกว่า Billie ถือนาฬิกาจับเวลาและประกาศว่า Huck สูญเสียเงินเดิมพันในขณะที่เขาท้าทายใน 3 ชั่วโมง 2 วินาที พวกเขาโต้เถียงขณะที่เธอปฏิเสธที่จะโกงเพื่อให้เขาชนะและเธอก็ตัดสินใจที่จะทิ้งให้เบเกอร์สฟีลด์ อันธพาลของ Roy คุกคาม Huck โดยบอกว่าเขามีเวลา 24 ชั่วโมงในการรับที่นั่งในทัวร์นาเมนต์หรือคืนเงินให้

ในฐานะที่เป็นทางเลือกสุดท้าย Huck ขายแหวนของแม่ให้แอลซี สำหรับ $ 500 และเล่นโปกเกอร์ตลอดทั้งคืนเพื่อเพิ่มค่าธรรมเนียมแรกเข้า $ 10,000 เขาเดินทางไปดูบิลลี่และพยายามเอาชนะเธอ เหตุการณ์หลักของ WSOP เกิดขึ้นและ Huck and L.C ทั้งสองถึงโต๊ะสุดท้าย ในห้องน้ำแอล. ซี. อธิบายว่าแม่ของ Huck มอบแหวนแต่งงานให้เขาและให้อภัยเขาที่ขโมยและทอดทิ้งเธอและลูกชายของพวกเขา เขาแสดงความปรารถนาที่จะชนะการแข่งขัน WSOP ครั้งที่สามเพื่อให้มรดกของเขาดำเนินต่อไป Billie เฝ้าดูจากผู้ชมในฐานะ Huck และ L.C มีการเปิดไพ่รอบสุดท้ายที่โต๊ะโป๊กเกอร์ ฮัคมีมือที่ชนะ แต่จงใจพับและออกจากการแข่งขันในสถานที่ที่สาม เพียงไม่กี่นาทีต่อมาแอล. ซี. ออกไปในสถานที่ที่สองกับเจสันคีย์สชนะรางวัล $ 2.3 ล้าน Keys ชนะตำแหน่งของเขาในการแข่งขันหลักในการเล่นโปกเกอร์ออนไลน์เช่นเดียวกับผู้ชนะการแข่งขัน WSOP 2003 – Chris Moneymaker

L.C. รู้ว่าฮัคปล่อยให้เขาชนะ พวกเขาเล่นโปกเกอร์ด้วยกันเพื่อเพนนี, เซ็นต์และสลึงเช่นที่พวกเขาทำเมื่อฮัคเป็นเด็ก Huck มุ่งหน้าไปดู Billie ด้วยเงินรางวัล $ 4.37 เธอบอกฮัคว่าเธอรู้ว่าเขาโยนชัยชนะให้พ่อของเขาและทั้งคู่ก็ตกลงกันได้

สรุปภาพรวมที่สำคัญของภาพยนตร์

ด้วยภาพยนตร์ที่ยอดเยี่ยมรวมถึง L.A. Confidential และ 8 Mile ภายใต้เข็มขัดของเขาฉันมีความคาดหวังสูงสำหรับภาพยนตร์ Lucky You จาก Curtis Hanson น่าเสียดายที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ในขณะที่เรียกเก็บเงินเป็นละครโรแมนติกเรื่องราวความรักระหว่าง Huck และ Billie ขาดความเชื่อมั่น มีเคมีเล็กน้อยระหว่างทั้งคู่ ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูกชายเป็นเรื่องราวที่โดดเด่นมากขึ้นและเรื่องราวความรักดู

เหมือนจะมีอยู่เพียงเพื่อเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาของ Huck และ L.C เพื่อกระทบยอด ละครที่เคลื่อนไหวช้ามีการพัฒนาตัวละครที่เป็นหัวใจของมัน แต่มันเป็นเกมโป๊กเกอร์ที่ใช้เวทีกลางและปล่อยให้ความทรงจำที่ยั่งยืนที่สุดหลังจากที่ภาพยนตร์เรื่องนี้เสร็จสิ้น

ภาพยนตร์เรื่องนี้มีจุดที่ดี มันถูกยิงส่วนใหญ่ในสถานที่ในลาสเวกัสสร้างช่วงเวลาที่สวยงามบางอย่างที่มองเห็นได้ มีภาพช็อตเด็ดมากมายของลาสเวกัสด้วยแสงสีของแถบลาสเวกัสเพื่อจับภาพเมืองบาปที่แท้จริง มีช็อตเด็ดที่น่าดึงดูดใจของน้ำพุน้ำเบลลาจิโอที่น่าอับอายซึ่งเป็นฉากหลังอันน่าทึ่งสำหรับจูบแรกของทั้งคู่ ถึงกระนั้นมันก็ไม่ได้เป็นเพียงแค่เวกัสที่สื่อถึงในหนังเท่านั้น แต่ยังเป็นร้านอาหารร้านค้าและละแวกใกล้เคียงที่ผู้คนออกไปเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวที่ทันสมัย

โลกของการเดิมพันโป๊กเกอร์สูงในลาสเวกัสเป็นภาพที่มีความกระตือรือร้น และโดยรวมแล้วฉากต่างๆของเกมโป๊กเกอร์นั้นสนุกสนานและเต็มไปด้วยละคร เกมโป๊กเกอร์ทั้งหมดถูกยิงจากมุมมองของ Huck นักเคลื่อนไหวและนักถ่ายทำภาพยนตร์ Peter Deming ได้ช่วยผู้ชมในการระบุตัวตนของ Huck และเพื่อให้เกมมีความน่าสนใจและน่าสนใจ

ซาวด์แทร็กภาพยนตร์ The Lucky You เป็นอีกไฮไลท์ของหนังเรื่องนี้ที่ช่วยจับภาพบรรยากาศและอารมณ์ของเรื่องราว ตำนานเพลงอเมริกันรวมถึง Bruce Springsteen, Ryan Adams และ George Jones ยังมีในซาวด์แทร็ก Bob Dylan เขียนเพลงใหม่ชื่อ“ Huck’s Tune” ซึ่งเติมเต็มซาวน์แทร็กของภาพยนตร์ แบรี่มอร์ดำเนินการปิดบังทางของจอร์จโจนส์ทาง Cold Hard Truth

ความสมจริงของโป๊กเกอร์ในลัคกี้คุณเป็นอย่างไร?

ภาพยนตร์ The Lucky You เป็นหนึ่งในภาพยนตร์เรื่องแรกที่ได้รับการต่อต้านจากปรากฏการณ์โป๊กเกอร์ทั่วโลกที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ทีมผู้สร้างต้องการที่จะพรรณนาโลกแห่งโป๊กเกอร์ที่เดิมพันสูงในลาสเวกัสประมาณปี 2003 อย่างถูกต้องและได้พยายามอย่างเต็มที่ที่จะทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นจริงและสมจริงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

เพื่อให้ฉากโป๊กเกอร์เป็นจริงผู้เล่นโป๊กเกอร์มืออาชีพ Doyle Brunson ถูกเกณฑ์ให้เป็นที่ปรึกษาโป๊กเกอร์ เขาใช้เวลาหลายเดือนกับบานาและดูวัลสอนพวกเขาถึงวิธีการเล่นอย่างมืออาชีพ ไซมอนดอยล์ดูแลมือไพ่ทุกใบที่ปรากฎในภาพยนตร์ซึ่งอิงจากมือจริงที่พบในทัวร์นาเมนต์และเกมเงินสด

เขาแนะนำเกี่ยวกับลำดับของไพ่และการเดิมพันอนุญาตให้ปรับเปลี่ยนที่จะทำให้เกมของแท้ขึ้น Matt Savage ผู้อำนวยการแข่งขันสำหรับกิจกรรมโป๊กเกอร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือที่ปรึกษาการแข่งขันของภาพยนตร์ ขณะที่เจสันเลสเตอร์ผู้เล่นโป๊กเกอร์มืออาชีพ (จบอันดับ 4 ในกิจกรรมหลัก WSOP ปี 2003) ได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับฉากของการแข่งขันรายการหลัก Brunson, Savage และ Lester ต่างก็ปรากฏตัวในภาพยนตร์เรื่องนี้

ในความพยายามต่อไปที่จะทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้น่าเชื่อถือสำหรับผู้ชมจำนวนมากที่รับชมโป๊กเกอร์บนทีวีผู้เล่นโป๊กเกอร์มืออาชีพที่โด่งดังที่สุดในโลกบางคนก็ปรากฏตัวบนหน้าจอเช่นกัน Jennifer Harman, John Hennigan และ David Oppenheim ต่างก็เล่นเป็นตัวละคร ในขณะที่ผู้เล่นโป๊กเกอร์มืออาชีพชั้นนำกว่า 20 คนมีจี้รวมถึงบางคนที่ทำตารางสุดท้ายของกิจกรรมหลัก WSOP ในปี 2003 นี่คือรายชื่อผู้เล่นโปกเกอร์ที่ติดดาวในหนัง:

ผู้สร้างภาพยนตร์ต้องการถ่ายทำที่ห้องโป๊กเกอร์ของ Bellagio อย่างไรก็ตามมันได้รับการปรับปรุงใหม่ตั้งแต่ปี 2546 เมื่อมีการตั้งค่าภาพยนตร์ ดังนั้นแบบจำลองที่แน่นอนของห้องโป๊กเกอร์เบลลาจิโอปี 2003 ถูกสร้างขึ้นบนเวทีเสียงในแคลิฟอร์เนีย

ช่วงเวลานั้นโชคดีเนื่องจาก Bellagio กำลังประมูลซื้อเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งจากห้องเดิม ทีมมีราคาสูงกว่าคนอื่น ๆ ทั้งหมดและสามารถที่จะสร้างการพักผ่อนหย่อนใจที่แปลกใหม่ของห้องโป๊กเกอร์ ผู้ออกแบบงานสร้างยังสร้าง Bullpen ของ Benny ขึ้นมาใหม่อย่างเจ็บปวดห้องชั้นบนของ Binion’s Horseshoe ซึ่งเป็นงานหลักของ WSOP ในปี 2003

สนับสนุนโดย ดูหนังออนไลน์

แนะนำ
แนะนำ

Itoshi no Nina

ประเดิมเรื่องแรกของ ซีรีย์ญี่ปุ่นแนะนำ กับซีรีย์ใหม่ล่าสุดที่กำลังจะออนแอร์ช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2020 นี้ เป็นเรื่องราวของอาสึชิ นักเรียนมัธยมปลายคนหนึ่งที่อยู่ๆ เพื่อนสนิทของเขาก็มาบอกว่าได้ลักพาตัว นีน่า สาวสวยประจำโรงเรียนที่อาสึชิแอบชอบอยู่ไป! งานนี้กลัวเพื่อนก็กลัวแต่เขาก็อยากช่วยคนที่แอบชอบให้ได้ แต่จะช่วยได้ไหมต้องรอมาลุ้นหลังซีรีย์ออนแอร์นะคะ

ถึงเปิดเรื่องย่อมาจะดูเหมือนเรื่องราวลึกลับทริลเลอร์ แต่ความจริงแล้วนี่คือซีรีย์โรแมนติกดราม่าของนักเรียนไฮสคูล เพราะฉะนั้นใครอยากฝึกภาษาหล่ะก็ลองดูกันได้เลย เพราะเราจะได้ฝึกฟังประโยคในชีวิตประจำวันและยังมีคำแสลงของวัยรุ่นญี่ปุ่นให้จำไปใช้กันอีกด้วย

ความยาว : 8 ตอน

นักแสดงนำ : โอคาดะ เคนชิ, ฮอตตะ มายุ อ่านต่อ

ฉลาดเกมส์โกงเดอะซีรีส์
ฉลาดเกมส์โกงเดอะซีรีส์

ฉลาดเกมส์โกงเดอะซีรีส์

กำกับการแสดง : พัฒน์ บุญนิธิพัฒน์
ผลิต : ค่ายจีดีเอช
วันเวลาออกอากาศ : ทุกวันจันทร์และอังคาร เวลา 20:15 น. ทางช่องวัน 31และดูออนไลน์ทาง WeTV เท่านั้น
ระยะเวลาออกอากาศ : ตอนแรกวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม 2563

จากจุดเริ่มต้นการโกงข้อสอบในห้องเรียนจะลุกลามบานปลายจนกลายเป็นการโจรกรรมข้อสอบระดับประเทศพวกเขาเหล่านี้ไม่ใช่แค่นักเรียนมัธยมแต่คือตัวแทนที่สะท้อนการโกงในทุกระดับชั้นของสังคมไทย ลิน (จูเน่-เพลินพิชญา โกมลารชุน) เด็กอัจฉริยะที่โกงเพื่อแก้แค้นโรงเรียน หวังเอาคืนค่าแป๊ะเจี๊ยะที่พ่อ (แท่ง-ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง) จ่ายให้กับผอ. (อุ๋ม-อาภาศิริ จันทรัศมี) แบงค์ (เจ้านาย-จินเจษฎ์ วรรธนะสิน) เด็กเนิร์ดที่กตัญญูต่อแม่(นก-รัชนก แสงชูโต) แต่ต้องโกงเพราะโชคชะตากลั่นแกล้ง พัฒน์ (ไอซ์ พาริส อินทรโกมาลย์สุต) ลูกเศรษฐีที่โกงเพราะความกดดันจากครอบครัวที่มีพ่อ (วิลลี่ แมคอินทอช) เป็นจอมบงการ เกรซ (นาน่า-ศวรรยา ไพศาลพยัคฆ์) เด็กสาวที่ยากจะคาดเดาเหตุผลว่า เธอโกงเพราะคล้อยตามเพื่อน เพื่อคนที่เธอรัก หรือเพื่อตัวเองกันแน่

เด็กกลุ่มนี้จะเปิดโปงระบบ “โกง” ศึกษาด้วย “เกมส์”ที่มันส์ ล้ำ โหดกว่าที่คุณเคยเจอ !

การันตีความดราม่าที่แตกต่างและหลากหลายจากเวอร์ชั่นภาพยนตร์ ทั้งดราม่าครอบครัว ระหว่างลินกับแม่ (ออร์แกน-ราศี ดิศกุล ณ อยุธยา) ที่ทิ้งไปมีครอบครัวใหม่ , ดราม่ารัก/แค้นของคู่ลิน-แบงค์ และคู่ของพัฒน์-เกรซ , ดราม่าด้านมืดของธุรกิจ “สอบแทน” ที่มี พี่มิวสิค (นุ่น-ศิรพันธ์ วัฒนจินดา) เป็นนายหน้าติวเตอร์จอมเจ้าเล่ห์ อ่านต่อ

 

หนังภาคต่อจากหลายๆ
หนังภาคต่อจากหลายๆ

หนังภาคต่อจากหลายๆ แฟรนไชส์ หนังจากผู้กำกับชื่อดัง ที่หลายคนสะดุดตา เผื่อใครสนใจจะได้เตรียมตัวเตรียมตังค์ได้ทัน พร้อมเข้าโรงหนังในวันฉาย

1. The Invisible Man

Cecilia Kass หญิงสาวที่เป็นแฟนกับ Adrian Griffin ชายผู้ชอบควบคุมเธอ แต่เขาได้ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองและมอบมรดกให้ Cecilia กระนั้นอะไรหลายอย่างบอกหญิงสาวว่า แฟนเก่าของเธออาจจะไม่ได้ตายแต่ยังมีชีวิตในฐานะมนุษย์ล่องหน และคอยหลอกหลอนเธออยู่ เรื่องราวฟังดูคุ้นๆ นี้ เป็นการดัดแปลงจากนิยายของ H. G. Wells ที่คราวนี้ Leigh Whannell ผู้กำกับภาพยนตร์ ‘Upgrade’ และเป็นผู้เขียนบท ‘Saw’ ภาค 1-3 ปรับให้กลายเป็นแนวระทึกขวัญมากกว่าครั้งก่อนหน้า และชวนให้ตั้งคำถามว่า นางเอกของเราหลอน หรือมนุษย์ล่องหนมีอยู่จริง

 

2. Mulan

Disney ยังคงหยิบจับเอาภาพยนตร์อนิเมชั่นมารีเมคใหม่ ในปี ค.ศ.2020 นี้ก็เป็นทีของมู่หลานที่จะถูกสรรสร้างเป็นภาพยนตร์คนแสดงแทน และตัวภาพยนตร์จะเป็นการดัดแปลง ‘ลำนำมู่หลาน’ (The Ballad of Mulan หรือ 木蘭辭 มู่หลานฉือ) จึงมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดให้ต่างจากฉบับภาพยนตร์อนิเมชั่นชุดเดิมไปพอสมควร เช่น การตัดตัวละครมังกรมูซูทิ้งไป ประเด็นของมู่หลานกับครูฝึกที่จะไม่มีความเป็นคู่พระ-นาง มีแม่มดคู่ปรับ และฉากแอ็กชั่นมีบรรยากาศแบบหนังจอมยุทธ์มากขึ้น

อ่านต่อ

รวมซีรีย์จีนสนุก
รวมซีรีย์จีนสนุก

รวมซีรีย์จีนสนุก ๆ แนวย้อนยุค ความบันเทิงผ่านโทรทัศน์หรืออินเตอร์เน็ต แฟน ๆ ที่รักซีรีย์จีนได้เลือกดูกัน ใครที่เป็นสาวกตัวจริงต้องไม่พลาด

1. The Untamed

ซีรีย์จีนที่กำลังได้รับความนิยมสูงสุดในตอนนี้ เรื่อง The Untamed หรือชื่อไทยว่า ปรมาจารย์ลัทธิมาร ที่ตอนนี้ได้ครองแฟนชาวไทยกันไปหลายคนแล้วเรียบร้อย โดยเฉพาะสาววายและขาจิ้นทั้งหลาย ถ้าใครไม่ได้ดูเรื่องนี้ถือว่าคุยกับคนอื่นเขาไม่รู้เรื่อง !! และ The Untamed เป็นซีรีย์แห่งปีที่ทำเรตติ้งสูงสุดในเว็บดูซีรีย์จีนเลยก็ว่าได้ !

อ่านต่อ

Under The Power 
Under The Power

Under The Power ซีรีย์จีนย้อนยุคสนุก ๆ เรื่อง Under The Power บอกเล่าเรื่องราวในราชวงศ์หมิง เป็นเรื่องราวของ “ลู่อี้” (รับบทโดย เริ่นเจียหลุน) องครักษ์หนุ่มที่ต้องมาสืบคดีและได้พบกับสาวสวยที่คอยช่วยเหลือ “หยวนจินเซี่ย” (รับบทโดย ถานซงอวิ้น) ในขณะที่คดีค่อย ๆ คลี่คลายไปพร้อมกับหัวใจของทั้งสองที่พองโต จากเป็นคู่ปรับกลายเป็นคู่หู และแปรเปลี่ยนเป็นคู่รัก

Under The Power ถือเป็นซีรีย์จีนที่ถูกดัดแปลงมาจากนิยายเรื่อง Lan Se Shi สำหรับเรื่องนี้จะฟินแค่ไหนต้องรอดู อ่านต่อ