แก้ว จริญญา
แก้ว จริญญา

แก้ว จริญญา ทำเอาอินสตาแกรม @kaewjarin ของนักแสดงสาว แก้ว-จริญญา ศิริมงคลสกุล แอบลุกขึ้นมาเป็นไฟเลยทีเดียว เมื่อจู่ๆ เจ้าตัวก็ได้ลุกขึ้นมาหยิบชุดว่ายน้ำสีดำขับผิวขาวจั๋วเดินเล่นอยู่ริมชายทะเล ufa

โดยงานนี้ แก้ว จริญญา ได้เขียนแคปชั่นไว้ว่า “นานๆ ทีเนอะ Photo by @tonirakkaen” พร้อมแท็กไปที่สามีหนุ่ม โทนี่ รากแก่น ช่างภาพรู้ใจที่เป็นกดลั่นชัตเตอร์ให้อีกด้วย

ซึ่งพอแฟนคลับได้เห็นต่างก็เข้ามากดไลก์ให้อย่างรัวๆ เพราะแทบจะไม่ค่อยได้เห็น แก้ว จริญญา ในมุมเซ็กซี่แบบนี้บ่อยสักเท่าไหร่ และพอได้เห็นทีก็ทำหัวใจคนดูแทบละลายไปเลยจ้า

จริญญา ศิริมงคลสกุล (เกิด 22 มิถุนายน พ.ศ. 2535) ชื่อเล่น แก้ว เป็นนักร้องและนักแสดงชาวไทย เคยเป็นสมาชิกวงเฟย์ ฟาง แก้ว ร่วมกับพรปวีณ์ นีระสิงห์ (เฟย์) และธนันต์ธรญ์ นีระสิงห์ (ฟาง) สังกัดค่ายกามิกาเซ่ ในเครือบริษัทอาร์เอส

ประวัติ

จริญญาเกิดเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2535 ที่กรุงเทพมหานคร สำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนสารสาสน์วิเทศบางบอน ระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนนานาชาติทรีนิตี้ และระดับปริญญาตรีที่คณะบริหารธุรกิจการบิน มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด[1]

การงาน

จริญญาเปิดตัวในฐานะศิลปินครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2550 ณ ลานพาร์ค พารากอน ศูนย์การค้าสยามพารากอน พร้อมกับการเปิดตัวค่ายกามิกาเซ่ และวงเฟย์ ฟาง แก้ว ที่จริญญาเป็นสมาชิก จริญญาจึงเป็นศิลปินรุ่นแรกของค่าย ในวันเดียวกัน อัลบัมแรกของวงเฟย์ ฟาง แก้ว ชื่อเดียวกับชื่อวง ก็ได้ออกจำหน่าย[2] หลังจากได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว จึงออกอัลบัมที่สองชื่อ มิซยูทู ในวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2551 ออกอัลบัมที่สามชื่อ ป็อปปารัซซี ในวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2552 และออกอัลบัมที่สี่ชื่อ “เลดีส์แอนด์เจนเทิลเมน ในวันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2553 ตามลำดับ[2]

ก่อนเปิดตัว จริญญาได้รับการฝึกฝนมายาวนานจากสุทธิพงษ์ วัฒนจัง ผู้บริหารค่ายกามิกาเซ่ซึ่งเป็นอดีตสมาชิกวงฟรุตตี้ เมื่อเปิดตัวแล้ว สุทธิพงษ์ก็ดูแลใกล้ชิดเสมอ จนสุทธิพงษ์ลาออกจากค่ายกามิกาเซ่ไปในกลาง พ.ศ. 2553[3]

นอกจากความนิยมภายในประเทศแล้ว จริญญายังเป็นที่ชื่นชอบในต่างประเทศ ใน พ.ศ. 2552 จริญญาเปิดการแสดงสดชื่อ กามิกาเซ่เกิลส์ไลฟ์อินแบ็งค็อก (Kamikaze Girls Live In Bangkok) ที่กรุงเทพมหานคร มีชาวญี่ปุ่นจำนวนมากเดินทางมาประเทศไทยเพื่อชมดูเธอ[4]

ใน พ.ศ. 2559 จริญญาสิ้นสุดสัญญากับบริษัทอาร์เอส ต้นสังกัดของค่ายกามิกาเซ่ และไม่ต่อสัญญา หลังจากนั้น จริญญาทำงานเป็นนักแสดงอิสระ และได้ร่วมงานกับบริษัทจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ คู่แข่งของบริษัทอาร์เอส มีผลงานเป็นละครเรื่องต่าง ๆ

ชีวิตส่วนตัว

จริญญาสามารถเล่นเปียโนได้

เมื่อเริ่มเป็นสมาชิกวงเฟย์ ฟาง แก้ว จริญญามักแต่งกายและไว้ทรงผมอย่างผู้ชาย จึงมีผู้เข้าใจผิดว่า จริญญาเป็นทอม และช่วงหนึ่ง ยังมีข่าวว่า จริญญาเป็นคู่รักกับมัฑณาวี คีแนน นักร้องหญิงร่วมค่าย[7] แต่จริญญาปฏิเสธเรื่องดังกล่าวมาเสมอ[8] และเพื่อนร่วมวงทั้งสองคนก็ออกความเห็นเช่นเดียวกับจริญญา[9] อย่างไรก็ดี ภาพลักษณ์ดังกล่าวทำให้จริญญามักมีผลงานแนวทอม เช่น ใน พ.ศ. 2553 จริญญาได้รับบท กะปอม ในละครเรื่อง บริษัทสร้างสุข ตอน เขาหาว่าหนูเป็นทอม ออกอากาศเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2553 ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี[1] ต่อมาใน พ.ศ. 2555 จริญญาออกอัลบัม เอฟเอฟเค อะฮอลิก และเปลี่ยนภาพลักษณ์เป็นหญิงมากขึ้น[10]

ผู้ชื่นชอบจริญญามักกระตุ้นให้จริญญาคบหากับวิศว ไทยานนท์ (โทโมะ) นักร้องร่วมค่าย[11] ทำให้ทั้งคู่มีผลงานร่วมกันบ่อยครั้ง โดยเฉพาะใน พ.ศ. 2554 ค่ายกามิกาเซ่ให้ทั้งสองออกผลงานร่วมกันเป็นเพลงชื่อ “เพื่อนที่ไม่รู้ใจ” และให้คนทั้งสองเล่นเป็นคู่รักกันในมิวสิกวิดีโอเพลงดังกล่าว ซึ่งเผยแพร่ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ปีนั้น[12] นอกจากนี้ ใน พ.ศ. 2555 จริญญาได้แสดงภาพยนตร์เรื่อง บางกอกกังฟู ซึ่งยุทธเลิศ สิปปภาค กำกับ โดยจริญญาเป็นนางเอกชื่อ กอหญ้า คู่กับรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ (ฟิล์ม)[2] แต่ภายหลังจากเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับรัฐภูมิ จึงมีการนำวิศวมาแสดงแทนรัฐภูมิ[2] ภาพยนตร์นี้ถ่ายทำเสร็จในปลายเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2554 และออกฉายในวันที่ 1 กันยายน ปีนั้น[13]

ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 จริญญาเปิดตัวเป็นคู่รักกับโทนี่ รากแก่น[14] และวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2563 โทนี่ รากแก่น ได้ทำการเซอร์ไพรส์ขอจริญญาแต่งงานต่อหน้าครอบครัว[15] วันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2563 จริญญาและโทนี่ รากแก่น ได้จัดงานพิธีมงคลสมรส

นอกจากงานด้านบันเทิงแล้ว จริญญายังสนับสนุนการกุศล เช่น ใน พ.ศ. 2553 จริญญาบริจาคเงินส่วนตัวให้แก่บ้านอุปถัมภ์สัตว์ วัดทำเลทอง จังหวัดปทุมธานี ในวันคล้ายวันเกิดของตน[16] และในปีเดียวกัน สมาคมป้องกันการทารุณกรรมสัตว์แห่งประเทศไทยเลือกจริญญาเป็นทูตเยาวชนรณรงค์รักสัตว์ในโรงเรียน[17] ต่อมาใน พ.ศ. 2554 สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยเลือกจริญญาเป็นผู้ประชาสัมพันธ์การขายดอกมะลิเพื่อนำรายได้เข้าสภา[18] ในปีนั้น จริญญายังได้เข้าเยี่ยมให้กำลังใจแก่แป้ง ชนัญธิดา วัชระ เด็กหญิงอายุ 11 ปีซึ่งป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวระยะสุดท้ายที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และเป็นผู้ชื่นชอบจริญญา[19]