แก้ว จริญญา
แก้ว จริญญา

แก้ว จริญญา ทำเอาอินสตาแกรม @kaewjarin ของนักแสดงสาว แก้ว-จริญญา ศิริมงคลสกุล แอบลุกขึ้นมาเป็นไฟเลยทีเดียว เมื่อจู่ๆ เจ้าตัวก็ได้ลุกขึ้นมาหยิบชุดว่ายน้ำสีดำขับผิวขาวจั๋วเดินเล่นอยู่ริมชายทะเล ufa

โดยงานนี้ แก้ว จริญญา ได้เขียนแคปชั่นไว้ว่า “นานๆ ทีเนอะ Photo by @tonirakkaen” พร้อมแท็กไปที่สามีหนุ่ม โทนี่ รากแก่น ช่างภาพรู้ใจที่เป็นกดลั่นชัตเตอร์ให้อีกด้วย

ซึ่งพอแฟนคลับได้เห็นต่างก็เข้ามากดไลก์ให้อย่างรัวๆ เพราะแทบจะไม่ค่อยได้เห็น แก้ว จริญญา ในมุมเซ็กซี่แบบนี้บ่อยสักเท่าไหร่ และพอได้เห็นทีก็ทำหัวใจคนดูแทบละลายไปเลยจ้า

จริญญา ศิริมงคลสกุล (เกิด 22 มิถุนายน พ.ศ. 2535) ชื่อเล่น แก้ว เป็นนักร้องและนักแสดงชาวไทย เคยเป็นสมาชิกวงเฟย์ ฟาง แก้ว ร่วมกับพรปวีณ์ นีระสิงห์ (เฟย์) และธนันต์ธรญ์ นีระสิงห์ (ฟาง) สังกัดค่ายกามิกาเซ่ ในเครือบริษัทอาร์เอส

ประวัติ

จริญญาเกิดเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2535 ที่กรุงเทพมหานคร สำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนสารสาสน์วิเทศบางบอน ระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนนานาชาติทรีนิตี้ และระดับปริญญาตรีที่คณะบริหารธุรกิจการบิน มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด[1]

การงาน

จริญญาเปิดตัวในฐานะศิลปินครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2550 ณ ลานพาร์ค พารากอน ศูนย์การค้าสยามพารากอน พร้อมกับการเปิดตัวค่ายกามิกาเซ่ และวงเฟย์ ฟาง แก้ว ที่จริญญาเป็นสมาชิก จริญญาจึงเป็นศิลปินรุ่นแรกของค่าย ในวันเดียวกัน อัลบัมแรกของวงเฟย์ ฟาง แก้ว ชื่อเดียวกับชื่อวง ก็ได้ออกจำหน่าย[2] หลังจากได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว จึงออกอัลบัมที่สองชื่อ มิซยูทู ในวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2551 ออกอัลบัมที่สามชื่อ ป็อปปารัซซี ในวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2552 และออกอัลบัมที่สี่ชื่อ “เลดีส์แอนด์เจนเทิลเมน ในวันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2553 ตามลำดับ[2]

ก่อนเปิดตัว จริญญาได้รับการฝึกฝนมายาวนานจากสุทธิพงษ์ วัฒนจัง ผู้บริหารค่ายกามิกาเซ่ซึ่งเป็นอดีตสมาชิกวงฟรุตตี้ เมื่อเปิดตัวแล้ว สุทธิพงษ์ก็ดูแลใกล้ชิดเสมอ จนสุทธิพงษ์ลาออกจากค่ายกามิกาเซ่ไปในกลาง พ.ศ. 2553[3]

นอกจากความนิยมภายในประเทศแล้ว จริญญายังเป็นที่ชื่นชอบในต่างประเทศ ใน พ.ศ. 2552 จริญญาเปิดการแสดงสดชื่อ กามิกาเซ่เกิลส์ไลฟ์อินแบ็งค็อก (Kamikaze Girls Live In Bangkok) ที่กรุงเทพมหานคร มีชาวญี่ปุ่นจำนวนมากเดินทางมาประเทศไทยเพื่อชมดูเธอ[4]

ใน พ.ศ. 2559 จริญญาสิ้นสุดสัญญากับบริษัทอาร์เอส ต้นสังกัดของค่ายกามิกาเซ่ และไม่ต่อสัญญา หลังจากนั้น จริญญาทำงานเป็นนักแสดงอิสระ และได้ร่วมงานกับบริษัทจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ คู่แข่งของบริษัทอาร์เอส มีผลงานเป็นละครเรื่องต่าง ๆ

ชีวิตส่วนตัว

จริญญาสามารถเล่นเปียโนได้

เมื่อเริ่มเป็นสมาชิกวงเฟย์ ฟาง แก้ว จริญญามักแต่งกายและไว้ทรงผมอย่างผู้ชาย จึงมีผู้เข้าใจผิดว่า จริญญาเป็นทอม และช่วงหนึ่ง ยังมีข่าวว่า จริญญาเป็นคู่รักกับมัฑณาวี คีแนน นักร้องหญิงร่วมค่าย[7] แต่จริญญาปฏิเสธเรื่องดังกล่าวมาเสมอ[8] และเพื่อนร่วมวงทั้งสองคนก็ออกความเห็นเช่นเดียวกับจริญญา[9] อย่างไรก็ดี ภาพลักษณ์ดังกล่าวทำให้จริญญามักมีผลงานแนวทอม เช่น ใน พ.ศ. 2553 จริญญาได้รับบท กะปอม ในละครเรื่อง บริษัทสร้างสุข ตอน เขาหาว่าหนูเป็นทอม ออกอากาศเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2553 ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี[1] ต่อมาใน พ.ศ. 2555 จริญญาออกอัลบัม เอฟเอฟเค อะฮอลิก และเปลี่ยนภาพลักษณ์เป็นหญิงมากขึ้น[10]

ผู้ชื่นชอบจริญญามักกระตุ้นให้จริญญาคบหากับวิศว ไทยานนท์ (โทโมะ) นักร้องร่วมค่าย[11] ทำให้ทั้งคู่มีผลงานร่วมกันบ่อยครั้ง โดยเฉพาะใน พ.ศ. 2554 ค่ายกามิกาเซ่ให้ทั้งสองออกผลงานร่วมกันเป็นเพลงชื่อ “เพื่อนที่ไม่รู้ใจ” และให้คนทั้งสองเล่นเป็นคู่รักกันในมิวสิกวิดีโอเพลงดังกล่าว ซึ่งเผยแพร่ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ปีนั้น[12] นอกจากนี้ ใน พ.ศ. 2555 จริญญาได้แสดงภาพยนตร์เรื่อง บางกอกกังฟู ซึ่งยุทธเลิศ สิปปภาค กำกับ โดยจริญญาเป็นนางเอกชื่อ กอหญ้า คู่กับรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ (ฟิล์ม)[2] แต่ภายหลังจากเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับรัฐภูมิ จึงมีการนำวิศวมาแสดงแทนรัฐภูมิ[2] ภาพยนตร์นี้ถ่ายทำเสร็จในปลายเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2554 และออกฉายในวันที่ 1 กันยายน ปีนั้น[13]

ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 จริญญาเปิดตัวเป็นคู่รักกับโทนี่ รากแก่น[14] และวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2563 โทนี่ รากแก่น ได้ทำการเซอร์ไพรส์ขอจริญญาแต่งงานต่อหน้าครอบครัว[15] วันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2563 จริญญาและโทนี่ รากแก่น ได้จัดงานพิธีมงคลสมรส

นอกจากงานด้านบันเทิงแล้ว จริญญายังสนับสนุนการกุศล เช่น ใน พ.ศ. 2553 จริญญาบริจาคเงินส่วนตัวให้แก่บ้านอุปถัมภ์สัตว์ วัดทำเลทอง จังหวัดปทุมธานี ในวันคล้ายวันเกิดของตน[16] และในปีเดียวกัน สมาคมป้องกันการทารุณกรรมสัตว์แห่งประเทศไทยเลือกจริญญาเป็นทูตเยาวชนรณรงค์รักสัตว์ในโรงเรียน[17] ต่อมาใน พ.ศ. 2554 สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยเลือกจริญญาเป็นผู้ประชาสัมพันธ์การขายดอกมะลิเพื่อนำรายได้เข้าสภา[18] ในปีนั้น จริญญายังได้เข้าเยี่ยมให้กำลังใจแก่แป้ง ชนัญธิดา วัชระ เด็กหญิงอายุ 11 ปีซึ่งป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวระยะสุดท้ายที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และเป็นผู้ชื่นชอบจริญญา[19]

เปิ้ล นาคร
เปิ้ล นาคร

เปิ้ล นาคร เผยภาพลูกชาย น้องออก้า กำลังนั่งนับเงินเก็บก้อนแรกในชีวิต เพื่อไปซื้อโทรศัพท์ในฝันที่อยากได้ ใกล้จะเป็นจริงแล้ว ufabet

เป็นภาพที่น่ารักน่าเอ็นดูมากๆ น้องออก้า ลูกชายคนที่สองของ เปิ้ล นาคร กำลังนั่งนับเงินเก็บของตัวเองที่เพียรพยายามอดออมาสักพัก เพื่อนำไปซื้อโทรศัพท์ในฝันเครื่องที่อยากได้ ภาพดังกล่าวทำเอาหัวใจของ คุณพ่อเปิ้ล พองโตใจฟูกันไปเลย เห็นในความเพียรและอดทนของลูกชาย

ซึ่ง พ่อเปิ้ล ได้เขียนบันทึกไว้ว่า “น้ำพักน้ำแรงออก้า…เงินก้อนแรกในชีวิต ทำงานแลกเงิน…อยากได้ต้องขยัน….โทรศัพท์ในฝันของออก้าใกล้เป็นจริงละ….!!!”

หลายคนเห็นแล้วต่างเข้ามาให้กำลังใจ ออก้า กันยกใหญขอให้ฝันเป็นจริงเร็วๆ พร้อมกับชื่นชมการเลี้ยงลูกของครอบครัว เปิ้ล นาคร ที่ให้ลูกๆ รู้จักเก็บนำ แรงงานมาแลกเป็นรายได้เพื่อของในฝันได้ได้สปอยด์ซื้อตามใจลูกๆ

ชื่อจริง : นาคร ศิลาชัย
ชื่อเล่น : เปิ้ล
เกิดเมื่อ : วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม 2507
นํ้าหนัก : –
ส่วนสูง : –
การศึกษา : –

ผลงาน :

ละคร
-เหตุเกิดที่ สน. (ดารารับเชิญเป็นละครเรื่องแรกของ นาคร ศิลาชัย)
-ว้าวุ่น (ละครเรื่องที่ 2) (2537-2538) ช่อง 7
-สนทนาประสาจน (2537) ช่อง 5
-ขอโทษทีขอเป็นฮีโร่ (2541) ช่อง 3
-เทวดาตกสวรรค์ (2542) ช่อง 5
-บ้านนี้ผีไม่ปอบ (2546) ช่อง 3
-บันทึกกรรม ตอน แผ่นผีมีกรรม (2553) ช่อง 3
-ร้ายรักพยัคฆ์กังฟู (2557) ช่อง 3
-แสนดี เดอะซีรีส์ (2557) ทรูโฟร์ยู (รับเชิญ)

พิธีกร
-พลิกล็อกเพชร พิธีกรภาคสนาม
-ยุทธการขยับเหงือก
-สืบสะเด็ด
-สาระแน
-นั่งยางโชว์
-TV พูดได้
-บางจะเกร็ง
-สาระแนจังดึก
-ฮาจะเกร็ง
-คุยอย่างเฮีย (สาระแน แชแนล)
-Snake บันไดงู
-เพนกวินสีชมพู
-แก่งกระเด้ง

ภาพยนตร์
-เพราะว่า..ฉันรักเธอ (2531)
-ขอชื่อ สุธี สามสี่ชาติ (2532)
-หนุก (2533)
-หนุ่มสาว (2533)
-ฉลุย โครงการ 2 (2533)
-เจนนี่ กลางวันครับ กลางคืนค่ะ (2539)
-โกยเถอะเกย์ (2550) …. ใหญ่
-สาระแน ห้าวเป้ง!! (2552)
-สาระแนสิบล้อ (2553)
-สาระแนเห็นผี (2553)
-รักเว้ยเฮ้ย (2555)
-หนังสั้นชุดศีล 5 ตอน FAKEBOOK (ศีลข้อ4 ละเว้นจากการพูดเท็จ)
-สูบคู่กู้โลก (2555)

โฆษณา
-ลูกอม”เมนทอส” (Mentos) 2533
-ผลิตภัณฑ์ลูกชิ้น “ศรีไทย” 2539
-ลูกอมคลอเรต ชุด ไม่ชอบไม่ใช่เหรอ (ร่วมกับ วิลลี่ แมคอินทอช) 2544
-นิตยสาร “ทีวี อินไซด์” (ร่วมกับ เกียรติศักดิ์ อุดมนาค) 2546
-ข้าวเกรียบตรา “ตะวัน” (ร่วมกับ วิลลี่ แมคอินทอช และ เกียรติศักดิ์ อุดมนาค) 2549 – ปัจจุบัน

มิวสิกวิดีโอ
-เพลง บังเอิญติดดิน ของ อัสนี-วสันต์
-เพลง รักเท่าไรก็ยังไม่พอ ของ ลูกปัด

หนังสือ
-The Toilet 1-5 2549 – ปัจจุบัน

นายนาคร ศิลาชัย ชื่อเล่น เปิ้ล​ เกิดวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2507 เป็นหนุ่มนักบู๊ นักแสดง พิธีกร ชาวไทย จบการศึกษาระดับอุดมศึกษาคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีผลงานเป็นพิธีกรร่วมในยุทธการขยับเหงือก เป็นพิธีกร รายการ สาระแนจังดึก, นั่งยางโชว์

ประวัติ

ด้านการแข่งขันเจ็ตสกี ได้รับรางวัลการแข่งขันมากมาย ไม่ว่าจะเป็น แชมป์ถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพฯ รุ่น Pro runabout 800 super stock ปี 2547, แชมป์ประเทศไทยปี 2545 Novice runabout 0-1200 stock, ผลงานระดับนานาชาติเช่น แชมป์ประเทศไทย การแข่งขันเจ็ตสกี ชิงแชมป์ไทยแลนด์ โอเพ่นปี 2542 และได้รับรางวัล Novice runabout 1200 stock, Novice runabout 1200 stock-slalom, Novice runabout 1200 Limited-slalom จากสหรัฐอเมริกา รวมถึงรางวัล Novice runabout 1200 stock-slalom ยังเป็นการทำลายสถิติโลกอีกด้วย นอกจากนี้ยังร่วมแข่งขันชิงแชมป์โลกที่สหรัฐอเมริกาในรุ่น Pro-am runabout 800 super stock

เปิ้ล ได้สมรสกับ นางกษมา ศิลาชัย (จูน) (สกุลเดิม: มยุรมาศ) พร้อมจดทะเบียนสมรสในเขตบางรัก เมื่อวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2552 มีบุตร-ธิดา 4 คน เป็นชาย 2 คน หญิง 2 คน บุตรคนแรกชื่อ เด็กหญิงศิศิรา ศิลาชัย (ออกัส) บุตรคนที่สองชื่อ เด็กชายนครา ศิลาชัย (ออก้า) บุตรคนที่สามชื่อ เด็กชายนครินทร์ ศิลาชัย (ออกู๊ด) บุตรคนที่สี่ชื่อ เด็กหญิงศิริกร ศิลาชัย (ออเกรซ)

โบว์ แวนด้า
โบว์ แวนด้า

โบว์ แวนด้า เป็นเรื่องราวที่หลายคนให้ความสนใจและจับตามอง หลังคุณแม่คนเก่ง โบว์  ได้ออกมาโพสต์อินสตาแกรมข้อความแรงว่า “วันนี้เป็นวันที่แม่ตัดสินใจพลาดในการรับงานและรู้สึกผิดจริงๆ สิ่งสำคัญในการทำงาน คือ “สัจจะ”  ทำให้ชาวโซเชียลเดากันไปว่าเกิดจากการที่โบว์ พาลูกสาว “น้องมะลิ” ไปออกรายการชื่อดัง “คุยแซ่บโชว์” แล้วอาจจะมีคำถามหรือคำพูดที่อาจจะเปราะบางเกินไปสำหรับเด็กและก่อให้เกิดความไม่สบายใจสำหรับคนเป็นแม่หรือไม่

ล่าสุดทุกอย่างก็กระจ่าง เมื่อ 2 พิธีกร ธัญญ่า ธัญญาเรศ และ เป็กกี้ ศรีธัญญา ที่รับหน้าที่เป็นพิธีกรรายการเทปล่าสุด ได้เป็นตัวแทนทีมงานออกมาขอโทษแม่โบว์ และ น้องมะลิอย่างเป็นทางการผ่านหน้าจอ โดยมีการยกมือไหว้ขอโทษ ยืนยันไม่มีเจตนาทำให้เสียความรู้สึก

และหลังจากนั้น โบว์ ได้โพสต์อินสตาแกรม @vanda29 ขอบคุณจากใจที่เห็นถึงความรู้สึกเล็กๆ ของตนและลูก ที่ผ่านมาไม่ได้อยากเป็นกระแสใดๆ ขอบคุณผู้ใหญ่ทางรายการที่เปิดโอกาสให้ได้ไปเป็นแขกรับเชิญ

ยืนยันว่าด้วยความเป็นแม่เพียงแค่ต้องการปกป้องลูก พิธีกรดำเนินรายการในวันนั้นทำหน้าที่อย่างเต็มที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ สุดท้ายโบว์ขอโทษ ธัญญ่า และ เป็กกี้ ที่ต้องมายกมือไหว้ขอโทษแทนคนที่ผิดสัญญา

ท่ามกลางแฟนๆ ที่ติดตามเรื่องนี้เข้ามาแสดงความคิดเห็นและส่งกำลังใจกันอย่างล้นหลาม ufa

ทำความรู้จักกับ โบว์ ภรรยาสาว ปอ ทฤษฎี และคุณแม่ของ น้องมะลิ พาขวัญ สาวผู้กุมหัวใจพระเอกหนุ่มกว่า 10 ปี พร้อมเส้นทางความรักของทั้งคู่

ถือเป็นการสูญเสียบุคคลสำคัญในวงการบันเทิงไปอีกคน สำหรับการจากไปของพระเอกหนุ่มขวัญใจประชาชนอย่าง ปอ ทฤษฎี สหวงษ์ ที่ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบเมื่อเวลา 11.50 น. วันที่ 18 มกราคม 2559 ณ ห้องซีซียู โรงพยาบาลรามาธิบดี หลังเข้ารักษาอาการป่วยไข้เลือดออกขั้นวิกฤตและโรคแทรกซ้อนนานร่วม 2 เดือน โดยระหว่างที่พระเอกหนุ่ม ปอ ทฤษฎี นอนพักรักษาตัวอยู่นั้นก็ได้มีสื่อมวลชนมาติดตามทำข่าวอย่างใกล้ชิด รวมทั้งมีประชาชนแฟนคลับคนรักปอ และคนในวงการบันเทิงแวะเวียนมาให้กำลังใจกันไม่ขาดสายตั้งแต่วันแรกจวบจนวาระสุดท้ายของปอ ทฤษฎี

และสิ่งหนึ่งที่หลายคนเห็นกันดีก็คือภรรยาสาวของพระเอกหนุ่มอย่าง โบว์  ที่มักจูงมือลูกสาววัย 2 ขวบ อย่างน้องมะลิ พาขวัญ สหวงษ์ ลูกสาวสุดที่รักของพระเอกหนุ่มมาเฝ้าดูอาการของสามีอยู่บริเวณหน้าห้องซีซียูไม่ยอมห่าง รวมทั้งเธอยังทำหน้าที่แม่ที่ดีแม้จะเป็นวันที่เสียใจที่สุดอย่างงานศพของพระเอกหนุ่มเธอก็ยังเข้มแข็งเพื่อลูก และเชื่อว่าหลายคนคงจะเทคะแนนความเห็นใจและอยากรู้จัก โบว์ กันอย่างแน่นอน กระปุกดอทคอมจึงได้นำประวัติคร่าว ๆ ของสาว โบว์ มาฝากกัน

 ประวัติโบว์ 

แวนด้า มุททาสุวรรณ (สกุลเดิม คือ ฉิ่งเล็ก) หรือ แวนด้า สหวงษ์ ชื่อเล่น โบว์, ด้า สาวสวยหน้าหวาน ในอดีตเธอเคยเป็นนักกีฬาเทควันโด ชาวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และเป็นพิธีกรรายการทีวี นอกจากนี้ โบว์  ยังเคยทำงานเป็นผู้ประกาศข่าวทางช่องทรูวิชั่นส์อีกด้วย

 เส้นทางความรักระหว่าง โบว์  กับ ปอ ทฤษฎี

สำหรับความรักของ โบว์  และ ปอ ทฤษฎี นั้น ทั้งคู่ได้คบหาดูใจกันมานานกว่า 10 ปี ซึ่งอาน้ำอ้อย ผู้จัดการส่วนตัวของหนุ่มปอ ได้ออกมากล่าวถึงความรักของทั้งคู่ว่า ก่อนหน้านี้ ปอเคยพยายามขอ โบว์  แต่งงาน แต่ฝ่ายหญิงยังไม่พร้อม ประกอบกับทั้งสองคนคิดว่าอยากให้ลูกได้อยู่ในงานแต่งด้วย จึงจดทะเบียนสมรสและใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันก่อน

กระทั่งต่อมา โบว์ ได้ตั้งครรภ์และคลอดลูกสาวเมื่อปี 2556 ซึ่งหนุ่ม ปอ ทฤษฎี ได้ตั้งชื่อให้ลูกสาวสุดที่รักว่า น้องมะลิ พาขวัญ สหวงษ์ เพราะอยากให้ลูกได้มีชื่อแบบไทย ๆ อย่างไรก็ตามเมื่อเดือนตุลาคม 2558 ปอ ทฤษฎี ได้เคยออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการวางแพลนเข้าประตูวิวาห์กับสาว โบว์  ด้วย ส่วนเรื่องน้องมะลิที่ไม่ได้เปิดเผยก่อนหน้านี้ เพราะฝ่ายหญิงอยากรอให้เวลาเหมาะสมก่อนถึงออกมาพูด

หลังจากได้รู้ประวัติคร่าว ๆ ของสาวโบว์ มาบ้างแล้ว เรียกได้ว่าเธอเป็นผู้หญิงสู้ชีวิตคนหนึ่ง ซึ่งหากใครอยากติดตามความเคลื่อนไหว ให้กำลังใจ หรืออยากดูภาพน่ารัก ๆ ของน้องมะลิ สามารถติดตามได้ที่ Instagram vanda29 ทางกระปุกดอทคอมก็ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้กับสาวโบว์ และครอบครัวด้วยนะคะ

ย้อนกลับไปเจอกันครั้งแรกกับ ปอ ทฤษฎี?
“เราไม่ได้รู้จักกันมาก่อนค่ะ ปอเป็นเพื่อนกับเพื่อนโบว์ที่มหา’ลัย แล้วเพื่อนคนนี้เค้าจะอายุเยอะกว่าโบว์ประมาณ 2 ปี แล้วพี่ปอกับเพื่อนโบว์คนนี้อยู่หมู่บ้านเดียวกัน วันนั้นเป็นวันเกิดเพื่อน เราก็ได้เจอปอหน้าลิฟต์พอดี ซึ่งตอนนั้นปอยังไม่ได้เข้าวงการ ยังเป็นนักศึกษาปี 1 ค่ะ เราก็มองเค้าทำไมหล่อจัง ทำไมไม่ไปเป็นดารา แล้วเค้าก็มองเรากลับมา เราก็ยิ้มให้กันแค่นั้น ก็ได้กินข้าวกันไปเฮฮากันไปแล้วก็แยกย้ายกัน นั่นก็คือครั้งแรกที่ได้เจอกัน แต่ไม่มีความรู้สึกว่าปิ๊งกันหรืออะไรเลย เพราะตัวเค้าเองก็มีแฟน เราก็มีแฟน ครั้งแรกที่เจอกันก็เลยรู้สึกเหมือนถูกชะตากันแค่นั้น”

ในตอนนั้นนอกจากที่เรามองเห็นเค้าเป็นคนหน้าตาดีแล้ว มีบุคลิกอะไรของเค้าที่เรามองเห็นอีกบ้าง?
“สิ่งที่โบว์ได้เห็นตั้งแต่รู้จักเค้าวันแรก เรารู้สึกว่าผู้ชายคนนี้เจ๋งมากเลย เขาทำงานทุกรูปแบบ ทั้งแจกใบปลิว ขึ้นไปบนสะพานลอยแจก เราก็มานั่งคิดว่าถ้าเป็นคนอื่น หน้าตาดีขนาดนี้ เค้าจะอายมั้ย แต่ด้วยความเป็นปอ พอเค้าเรียนจบปุ๊บ มีงานอะไรเค้าก็ทำหมดค่ะ แล้วเค้าก็ตั้งใจกับทุกงานที่ทำ ให้เกียรติกับทุกงานที่ทำ ไม่เคยดูถูก ไม่ว่างานนั้นจะได้เงินน้อยหรือได้เงินมาก”

แล้วชีวิตเราก็เดินหน้าต่อไป แต่งงานกับแฟน ใช้ชีวิตคู่ของเราไป?
“ใช่ค่ะ เราก็ห่างหายจากเค้าไปเลย ไม่ได้เจอไม่ได้คุยอะไร แล้วก็จะมารู้ข่าวอีกทีว่า อ๋อ เค้าไปเป็นดาราแล้ว”

แล้วโบว์ใช้ชีวิตครอบครัวอยู่นานไหม?
“หลายปีค่ะ เริ่มคบตั้งแต่แฟนคนเก่าตั้งแต่วันแรกจนถึงวินาทีสุดท้ายที่เราใช้ชีวิตครอบครัวด้วยกัน ก็ประมาณ 8-9 ปี มีลูกชายด้วยกัน 1 คนค่ะ”

แต่ว่าสุดท้ายความสัมพันธ์ในครั้งนั้น กับการใช้ชีวิตครอบครัวในครั้งแรกของเราก็ยุติลง?
“(โบว์พยักหน้า) ค่ะ”

ถามได้ไหม?
“จริงๆ โบว์ว่ามันเป็นเรื่องพื้นฐานของหลายๆ ครอบครัวค่ะ ที่มันมีความไม่เข้าใจกัน หลายๆ ครอบครัวโชคดีก็ปรับจูนเข้าหากันได้ บางครอบครัวโชคร้ายก็ไม่สามารถที่จะปรับจูนกัน ทางสุดท้ายก็คือต้องแยกกัน”

ในครั้งนั้นสภาพจิตใจเราอยู่ในระยะไหน ในการที่เรากลับมาเป็นโสดอีกครั้งหนึ่ง พร้อมกับมีน้องมาด้วย 1 คน?
“ก็เคว้ง รู้สึกเสียใจ เราโทษตัวเองเหมือนทำให้พ่อแม่เสียใจ ทำไมเราต้องเป็นแบบนี้ ทำไมเรารักษาครอบครัวไว้ไม่ได้ แต่ด้วยทั้งหมดทั้งมวล พ่อแม่ก็เข้าใจสิ่งที่เราเป็นมาตลอด”

แล้วผู้ชายที่เราหายไป 8-9 ปี ไม่ได้ติดต่อกลับมา แล้วเค้าก็ดันโทรติดต่อกลับมาในวันหนึ่ง?
“หลายปีค่ะ พอหลังจากเราเลิกกับครอบครัวแรก 3 ปีได้ค่ะ ก็โทรมา ซึ่งเราไม่มีเบอร์กัน ไม่เคยเดินสวนกัน ตอนนั้นเค้าดังแล้วเป็นพระเอกเรียบร้อยแล้ว เค้าโทรมา เราก็ไม่ได้เมมเบอร์ไว้นะคะ คำแรกที่เค้าถามเลย คือ เป็นยังไงบ้าง เราก็ถามกลับ ใครอ่ะ เค้าก็บอกว่า ปอไง จำไม่ได้เหรอ เราก็ถามกลับ ปอไหน คือเราก็ไม่คิดว่าเค้าจะโทรมาหาเราอีก เค้าก็บอกว่า ก็ปอไง ปอในหมู่บ้าน เค้าก็ถามเราปกติค่ะ เป็นยังไง ดีรึยัง โอเคมั้ย”

แปลว่าเค้าก็รู้เรื่องราวของเรา?
“รู้หมดค่ะ ซึ่งเค้าไปรู้มาจากไหน เราก็ไม่รู้ รู้ละเอียดด้วย คงจะรู้มาจากเพื่อนอีกทีหนึ่ง”

ความรู้สึกเราเป็นยังไงบ้าง ไม่ได้เจอกันนานมาก แล้วได้ยินเสียงนี้?
“แปลกใจค่ะ เพราะปกติปอไม่ค่อยโทรหาใคร ไม่ค่อยอยากรู้เรื่องใคร ทีนี้พอเค้าเล่ามา เราก็ถามว่ารู้จากไหน เค้าบอกมีสายสืบละกัน เราก็บอกดีขึ้นแล้ว ใช้ชีวิตปกติแล้ว เค้าก็ดีใจกับเราด้วย”

โบว์เคยถามเค้าไหมว่า ในช่วงที่ไม่ได้เจอกัน อะไรทำให้เค้าสนใจมาตามติดชีวิตเราขนาดนั้น?
“เคยมานั่งคุยตอนร่วมครอบครัวกันแล้ว มีมะลิแล้ว เคยถามเค้าว่า ถามจริงๆเหอะชอบโบว์ตรงไหน แล้วเค้าก็บอกว่าเค้าไม่รู้ แต่รู้แค่ว่าเค้าเห็นเราแล้วเค้าถูกชะตา เค้าคุยกับโบว์แล้วเค้ารู้เรื่อง พอคุยแล้วเค้ามีรอยยิ้ม หัวเราะได้”

มีข่าวบางกระแสบอกว่า สามีเก่าหรือความรักครั้งเก่าของเรา เป็นเพื่อนกับปอ?
“ไม่ ไม่ค่ะ แทบจะไม่ค่อยได้เจอกันด้วย”

หลังจากวันนั้นที่เค้าโทรมา เรารู้เลยไหมว่ามันต้องมีอะไรแปลกๆ?
“ไม่กล้าคิด คือถามว่ามันแวบๆ เข้ามา เอ้ย เค้าโทรมา ไม่ค่อยมีนิสัยแบบนี้ แล้วเราห่างกันไปตั้งหลายปีแล้ว แล้วหายไปและโทรมา เอ๊ะ คิดอะไรรึเปล่า แต่ใจเราไม่กล้าคิด ไม่หรอก คงจะเป็นเพื่อนที่เคยคุยกัน ถามสารทุกข์สุกดิบกัน”

ไม่กล้าคิดเพราะอะไร?
“ด้วยหลายๆ อย่างค่ะ ในเรื่องของความที่เค้าเป็นพระเอกแล้ว และเราเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่ผิดหวังจากครอบครัวแรก แล้วก็มีลูกติดมา ไม่กล้าคิดถึงขนาดที่เค้าจะชอบเรา คงเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว และหลังจากครั้งแรกที่เค้าโทรมา ก็โทรมาเรื่อยๆ ค่ะ วันเว้นวันบ้าง เกือบทุกวันบ้าง ทีนี้ก็ผิดปกติแล้ว นิสัยปอไม่ใช่แบบนี้ จะคุยกับใครยากมาก เราก็โทรคุยกันเรื่อยๆ ค่ะ โทรคุยจนเค้านัดกินข้าว เค้าชวนเราไปกินข้าว เราก็บอกว่าจะไปยังไงเดี๋ยวคนจะเห็น เค้าก็ตอบกลับมาว่า จะกลัวอะไร เราก็บอกปอว่า ถ้าปอไปกับคนอื่นก็คงจะโอเคกว่านี้ แต่ถ้าไปกับโบว์ แล้วคนถ่ายรูปได้ แล้วมีคนขุดประวัติโบว์ขึ้นมา เดี๋ยวมันจะเป็นเรื่อง แล้วมันจะกระทบปอด้วย เค้าก็บอกว่าไปๆ เราก็เลือกร้านเอง ไปเลือกร้านที่ไม่มีคนเลย แบบคนน้อยหรืออะไรอย่างนี้ แล้วก็ไปนั่งหลืบๆ เอา คุยกันจนกลับบ้านก็ไม่มีอะไร ก็ยังโทรมาอยู่ แล้วอีกวันก็มารับเหมือนเดิม แล้วเค้าก็ถามรู้ใช่มั้ยว่า ปอชอบโบว์”

เป็นการสารภาพรักง่ายๆ มาก?
“ง่ายมากแต่มันเจ็บปวดมาก มันดีใจนะคะ แต่ว่ามันเจ็บที่ใจมากกว่า มันไม่มีอะไรที่มันเป็นไปได้เลยค่ะ”

ทำไมโบว์ถึงคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้?
“เค้าเป็นพระเอก และเราก็เป็นแม่ม่ายลูกติด ด้วยหลายคนก็รู้ว่า ความเป็นสังคมยังไม่ได้รับตรงนี้มากเท่าไร”

ปอถามกลับไหมว่า โบว์ชอบปอรึเปล่า?
“โบว์ก็นิ่งไปพักหนึ่ง แล้วโบว์ว่าไง เราก็บอกว่าเป็นไปไม่ได้ เค้าถามว่าทำไมเป็นไปไม่ได้ เราบอก ปอก็รู้ เค้าบอก โบว์ก็สู้ดิ โบว์ก็หันไปมองเค้าแล้วบอก อย่าพูดอะไรเล่นๆ มันไม่ได้ง่ายอย่างที่ปอพูด แต่ปอชอบ ปอจะลองดู แล้วอยู่ที่โบว์จะลองมั้ย แต่ตอนนั้นเราไม่มีใจที่อยากจะลองค่ะ เพราะมองไปทางไหนมันก็ไม่มีทาง”

ถึงขั้นต้องหนี คือเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ หักซิม ย้ายบ้าน?
“ก็เริ่มจะสนิทกัน มีความรักกันมากขึ้นในทุกๆ วันที่เจอ มานั่งคิดหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อคุณแม่พี่ปอ ญาติพี่น้องพี่ปอ หน้าที่การงานเค้า และอะไรหลายๆ อย่าง เราอย่าเอาตัวเราไปยุ่งเลย เพราะว่าเราไม่รู้หรอกว่าวันหนึ่งถ้าเราเข้าไป เราไม่ใช่ผู้หญิงที่เพอร์เฟกต์ ถ้าวันหนึ่งมีข่าวแม่ม่ายลูกติด โบว์ไม่อยากให้มีอะไรไปสะกิดกับหน้าที่การงานเค้าว่า เพราะผู้หญิงคนนี้ฉุด ผู้หญิงคนนี้ตัวซวย ก่อนหน้านั้นมันมีคอมเมนต์ค่ะ คือพอจะมีคนทราบ ทุกวันจะมีคนด่าหยาบๆ คายๆ เรานั่งอ่านไปเราก็ร้องไห้ไป ด่าในโซเชียลค่ะว่าทิ้งสามีมา ทิ้งลูกมาเอาดารา เราก็ร้องไห้เกือบทุกวัน จนเรามานั่งคิดพอเถอะ เค้าไม่ถอย เราถอยเองก็ได้ง่ายๆ แต่เค้าก็เต็มที่ตลอดค่ะ เราห่วงเค้า ห่วงเรื่องงานเค้า ชีวิตเค้ารักเรื่องงานกับพ่อกับแม่มาก ความรู้สึกคุณพ่อคุณแม่เค้าแน่นอนไม่ผิดค่ะ เค้าอยากให้ลูกได้อะไรที่ดีๆ สิ่งดีๆ ให้กับลูก ก็เลยมานั่งทบทวนวันนี้สุดท้าย เดี๋ยวเราเจอกัน ก็ยังให้เค้ามารับ ไปกินข้าว สังสรรค์เฮฮากันเหมือนเดิม เสร็จกลับบ้าน โบว์บอกจอดที่เดิมเดี๋ยวลงตรงนี้ เค้าบอกเดี๋ยววันศุกร์เจอกันนะ วันศุกร์ปอว่าง เราก็โอเค เดี๋ยวเจอกัน แต่ตอนที่เราโบกมือบ๊ายบายมือเราสั่น บ๊ายบายเสร็จเราก็ปิดเครื่อง ทิ้งซิมเลย แล้วก็ยืนร้องไห้ตรงนั้นเลยค่ะ แบบไม่อายใครแล้วคนก็หันมามอง ร้องไห้แบบวันสุดท้ายแล้ว (ร้องไห้น้ำตาไหล) แล้วเค้าก็ไป เราก็โอเคไม่เป็นไร ก็เดินกลับบ้าน พอกลับบ้านเสร็จก็ย้ายของเลยค่ะ ย้ายของหนี เพราะว่าทำใจไม่ได้ค่ะ พอเรากลับบ้านต้องผ่านตรงนี้ ตรงที่ปอมาส่งเรา ทำใจไม่ได้ก็เลยหนีไปเลย”

ย้ายไปอยู่กับใคร?
“ไปอยู่กับพี่สาวค่ะ บอกเค้าว่าเหงา ขอมาอยู่ด้วยนะ คือตอนที่โบว์คบกับปอ ไม่มีใครรู้เลย เก็บไว้คนเดียว”

บางคนอาจจะมองว่าทำไมต้องทำขนาดนั้น?
“เพราะโบว์รักพี่ปอ เราอยากให้เค้าได้อะไรดีๆ กับชีวิต”

คิดไหมว่า เราทำอย่างนี้เค้าจะทำยังไง เค้าจะตามหาเราไหม?
“ใจคิดว่า เขาคงไม่หนักกว่าเรา เพราะว่าเค้าอยู่ในวงการเดี๋ยวคงไปเจอคนนั้นคนนี้ เพราะคนในวงการสวยๆ เยอะ ตอนนั้นไม่ดูทีวีเลย กลัวเห็นเค้า แล้วก็ฟังแต่เพลงเกาหลี เพราะแปลไม่ได้”

เพราะเราเคยผิดหวังมาก่อน เราเลยตีค่าราคาตัวเองต่ำไปไหม?
“พี่ปอด่าโบว์ทุกวัน เวลาโบว์พูดว่าโบว์มีตำหนิ เค้าจะด่าโบว์ แล้วพูดว่าทำไมถึงพูดจาแบบนี้ ไม่ชอบให้พูดแบบนี้ บอกคนเราทุกคนมันมีค่าในชีวิตทุกคนแหละ โบว์รู้สึกตัวเองมีค่า เวลาเราทำอะไรเราทำเต็มที่ แต่ว่าอย่างเดียวคือกับปอ โบว์แค่รู้สึกว่าไม่เหมาะสมกับปอแค่นั้นเอง”

แล้วเค้ากลับเข้ามาในชีวิตของเรายังไง นานไหมที่เค้าใช้เวลาในการหาเรา?
“เวลาผ่านไปเกือบปีค่ะ”

มีสักนิดไหมที่เราแบบรอเค้า มองหาเค้า?
“รอทุกวัน แต่ก็หนี ช่วงนั้นไม่ใช้โทรศัพท์เลยค่ะ เพราะไม่กล้าใช้ กลัวจะดูแต่โทรศัพท์”

เค้าเข้ามาในชีวิตเรายังไง ถึงตามเจอ?
“วันนั้นทำงานอยู่ เพื่อนก็บอกว่าโทรศัพท์ค่ะ เราก็ไปรับ แล้วถามว่าติดต่อเรื่องอะไรคะ เพราะตอนนั้นเป็นประชาสัมพันธ์อยู่ที่ทำงานค่ะ ประโยคแรกก็คือ จะให้เข้าไปหรือจะออกมาเอง เสียงเข้มมาเลย เราถามกลับว่าอยู่ไหน เค้าบอกอยู่หน้าประตู เราก็บอกอยู่ตรงนั้นแหละ แล้วโบว์ก็เลยวาง และไปเคลียร์กันข้างนอก เค้าก็ถามเราว่า หนีทำไม รู้มั้ยกว่าจะตามเจอ เราถามตามเจอได้ไง เค้าบอกอย่ามารู้เลย เนี่ยโทรหาพ่อหาแม่หมด คือเค้ามีลิสต์หมดแล้วก็ไล่โทรว่าอันไหนเบอร์โบว์ หลังจากนั้นก็คุยแล้วลองคบกันอีกครั้ง”

“พอคบกันแล้ว มีน้อง โบว์ก็ยังใช้ชีวิตการตั้งท้องมะลิ ก็อยู่คนเดียว ครอบครัวอะไรรู้หมดแล้วค่ะ แต่เวลาไปข้างนอกเค้าก็อยากไปกับโบว์แหละ โบว์ก็ไปทั้งตั้งท้อง ก็ไปกินข้าวกัน เค้ากินเสร็จก็เดินออกแล้วไปเจอกันที่รถเลย”

ทั้งหมดเป็นความตั้งใจของน้องโบว์เองว่าให้ปิดไปเรื่อยๆก่อน แล้วครอบครัวเค้าว่ายังไง เค้าพาเราไปแนะนำกับครอบครัวยังไงบ้าง?
“ต้องบอกก่อนค่ะว่า โบว์โชคดีมากนะคะ ที่เจอคุณพ่อกับคุณแม่พี่ปอ ท่านเป็นคนที่น่ารักมาก แต่ ณ ตอนแรกอย่างที่บอกไปว่า การเจอกันครั้งแรกมันไม่ได้สวยงาม คุณแม่คุณพ่อจะเฉยๆ อยู่แล้วค่ะ แล้วตัวโบว์เองจะเป็นคนที่แข็งๆ หน่อย พี่ปอจะพยายามให้โบว์ทำทุกอย่าง ให้โบว์อยู่กับคุณแม่ลำพัง คือพยายามให้โบว์กับแม่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันตามลำพัง แต่พอนานๆ ไป เราสู้กัน เราทำให้เห็นว่าไม่ได้มีอะไรที่แย่ มันมีแต่ดีขึ้น คุณแม่เขาก็เลยบอกว่า ถ้าปอรักใคร แม่ก็รักคนนั้น ด้วยความที่ว่าครอบครัวสหวงษ์ใช้ชีวิตง่ายๆ บ้านๆ แล้วตัวเราก็ใช้ชีวิตแบบธรรมดาค่ะ มันก็เลยเข้ากันได้ดี”

ประเด็นที่อยู่ในใจเรา เราเคยมีครอบครัวมาแล้ว เรามีน้องมาด้วย 1 คน เค้าว่ายังไงบ้าง?
“เคยคุยกับคุณแม่ คุณแม่ก็บอกว่า จริงๆ ก็เคยแอบคิดนิดนึงว่าจะได้เหรอ แต่พอทุกอย่างโอเค ส่วนลูกอีกคนหนึ่งคือน้องออโต้นะคะ ก็ใช้ชีวิตอยู่กับคุณตาคุณยายที่โน่น แล้วก็ทุกอย่างก็ไปกันได้ดีหมดน่ะค่ะ ตัวพี่ปอเองก็เจอออโต้ประจำอยู่แล้ว เวลาไปหัวหินก็จะไปหา ก็คุยปกติ เล่นกันปกติ เข้ากันได้ดีค่ะ”

สุดท้ายก็ตัดสินใจว่า แต่งงานกันเลย ทำให้ถูกต้อง และจดทะเบียนกันด้วย?
“ค่ะ คือจริงๆ มาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมากๆ พี่ปอก็บอก เออ มันเกือบจะสมบูรณ์กันละเนอะ มีลูกกันมั้ย เราบอก มีได้ยังไงปอ ปอยังทำงานตรงนี้อยู่ ปอจะมีได้ยังไง ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย เราไม่ได้ปิดใคร แต่ไม่มีใครรู้ต่างหาก เราก็ทำพิธีทั้งสองฝ่าย ให้รู้สึกว่าปอให้เกียรติโบว์ แล้วญาติก็มากัน กินข้าวแค่นั้นค่ะ ซึ่งตอนนี้สื่อก็ไม่รู้เลย”

เรากลัวไหมว่าจะมีสื่อออกไป เพราะทั้งงานอ่ะ?
“ทั้งงานมีกล้องแค่ตัวเดียวค่ะ ก็ขอความร่วมมือทุกท่านค่ะ (หัวเราะ) ก็ไม่มีหลุดออกไปค่ะ”

เอาจริงๆ ตั้งใจจะปิดไปถึงเมื่อไหร่ นี่แต่งแล้วนะ?
“ก็เลยใช้ชีวิตมาเรื่อยๆ ค่ะ มาเรื่อยๆ จนตัวเค้าพูดว่า ปอไม่ไหวแล้ว ปออยากอุ้มลูกอ่ะโบว์ อยากอุ้มลูกไปเที่ยว อยากอุ้มลูกถ่ายรูปลงเฟซบุ๊กบ้าง เพื่อนเค้าก็มีลูก วันๆ ก็ดูแต่รูปลูกเพื่อน แล้วก็หันไปมองมะลิ ของเราก็มี ทำไมต้องเป็นอย่างนี้ เดี๋ยวสิ้นปีช่วงปลายปี มะลิเริ่มโตแล้วนะ เราเริ่มจูงมือลูกได้แล้ว เดี๋ยวเราจัดงานเลี้ยงเล็กๆ เราก็เชิญผู้ใหญ่ เชิญสื่อมาดูความน่ารักของลูกเราบ้าง”

ก็คือความตั้งใจในช่วงปลายปีที่แล้ว?
“ปี 2559 ค่ะ”

ความสัมพันธ์ของเค้ากับออโต้เป็นยังไง?
“ก็เล่นกันแรงๆ เล่นกันอย่างลูกผู้ชายได้ เค้าบอกว่า ถ้าเรียกพ่อได้ก็เรียกพ่อเลยนะลูก ออโต้ก็บอกว่า ครับพ่อ แล้วพี่ปอเค้าก็น้ำตาซึม เค้าก็พูดกับออโต้ว่า เค้าจะเลี้ยงให้ดีที่สุด”

แล้วความตั้งใจที่จะจัดงานเล็กๆ มีมะลิเดินถือดอกไม้ แล้วมีออโต้เดินข้าง ความหวังที่จะเปิดตัวครอบครัวทั้ง 4 คน?
“จริงๆ พี่ปอเค้าไม่ได้เป็นคนที่อยากมีงานแต่งงานใหญ่ๆ เค้าบอกว่าทำไมต้องมีงานใหญ่ๆ ก็แค่เล็กๆ แล้วสิ่งสำคัญที่สุดคือ เค้ารักมะลิมาก แล้วก็วันสำคัญของพ่อกับแม่เค้า มะลิต้องอยู่ในงาน เค้าวางไว้หมดเลยค่ะ ว่าจะทำงานออกมายังไง เป็นแค่คิดไว้เฉยๆ ค่ะ”

จนมามีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น ปอเริ่มมาป่วย เค้ามีเหตุการณ์หรืออาการยังไง?
“เค้ามีไข้ธรรมดาเลยค่ะ คือวันนั้นมะลิป่วย แล้วเราก็ไปเฝ้าลูกกัน เก็บของไปเฝ้าลูกปุ๊บ เฝ้าได้ประมาณ 2-3 วันค่ะ แล้วพี่ปอก็ไข้ขึ้นตอนกลางคืน เราบอกปอไปหาหมอมั้ย ไปตรวจ เค้าบอกไม่เป็นไร เค้าอยู่ได้ พอตรวจแล้วเป็นไข้เลือดออกนะครับ ผลออกมา คุณปอจะแยกห้องมั้ย เค้าบอกไม่เอา ผมจะอยู่กับลูก ก็อยู่ได้ประมาณ 3 วัน อยู่ๆ ต้องเข้าไอซียู แล้วทรุดเลยค่ะ ทรุดจนโบว์ก็ย้ายโรงพยาบาลเลยค่ะ พอย้ายโรงพยาบาลก็ไปที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ตอนนั้นเราก็ยังรู้สึกพอเค้าป่วยเดี๋ยวก็หาย เพราะอยู่ที่โรงพยาบาล ก้ไม่ได้อะไร พอวันที่ 3 ต้องเข้าไอซียูก็เริ่มใจไม่ดีแล้ว เสร็จปุ๊บเราก็บอกไปโรงพยาบาลรามาเลยแล้วกัน คุณอาก็รู้จักคุณหมอด้วยค่ะ ก็เลยย้ายไป เราก็ใจชื้นขึ้นว่าคงดีขึ้นแล้วแหละ เราก็กลับบ้านนอน พอตอนเช้า 8 โมง หมอโทรมาบอกให้เราไปโรงพยาบาลด่วน คุณปอไม่ค่อยไหว เราก็ไปที่โรงพยาบาล แล้วพอเสร็จปุ๊บคุยไปคุยมาตอนนั้น พี่ปอหยุดหายใจ ปั๊มหัวใจขึ้น ก่อนหน้าที่จะปั๊มหัวใจ โบว์รู้แล้วว่า คุณหมอบอกว่าไม่รอดแล้ว แล้วช่วงนั้นโบว์ก็ร้องไห้ จนน็อกไปเลยค่ะ สะดุ้งตื่นมาตี 2 ก็เข้าชะโงกหน้าไปดูห้องซีซียู ก็ยังอยู่ใช่มั้ย พี่สาวบอกโบว์ยังอยู่ พอเราน็อกแล้วสะดุ้งตื่นก็ไปเกาะประตูดูว่าพยาบาลยังนั่งเฉยๆ มั้ย ถ้าพยาบาลวิ่งนี่ไม่ได้แล้ว”

พอทรุดลงเพราะไข้เลือดออก คุณหมออธิบายเราว่ายังไงบ้าง?
“ก็พี่ปอเหมือนกับโดนไข้เลือดออกที่สายพันธุ์มันแรงมาก แล้วก็ด้วยภาวะต่างๆ ภูมิคุ้มกันต่างๆ พี่ปอเค้าก็สู้กับโรคนี้ จนไข้เลือดออกมันดีดตัวไปแล้ว แต่ว่าภูมิคุ้มกันพี่ปอหมดแล้ว แล้วตอนนั้นภาวะแทรกซ้อนมากค่ะ เหมือนเซลล์เม็ดเลือดขาวมันทำงานเองไม่ได้ เซลล์ร่างกายกินกันเอง ต่อต้านกันเอง ยาก็พยายามควานหาจากทั่วโลก คุณหมอที่รามาก็พยายามทุกอย่าง อาการนี่วันต่อวัน”

ในช่วงนั้นมีหลายข่าวที่เข้ามาหาเรา เป็นยังไงบ้าง?
“ตอนนั้นไม่ได้สนใจข่าวอะไรเลย เพราะว่า ณ เวลานั้นใจเราไปอยู่ที่พี่ปอตลอด คือทำยังไงก็ได้บอกตัวเองว่า ห้ามป่วย ห้ามล้ม ห้ามเป็นอะไรเด็ดขาดในช่วงนี้ เพราะว่าไหนจะคุณพ่อคุณแม่พี่ปออีก เราก็เซฟตัวเองทุกอย่าง แม้กระทั่งผ้าปิดปาก ก็มีแว่วเข้ามาว่า ปากเบี้ยวเหรอ เป็นอะไร สิวขึ้นเหรอ เราก็ไม่ได้สนใจ เพราะว่า ณ วันหนึ่งเค้าไม่ได้มาอยู่ตรงเรา เค้าไม่รู้สึก และถามว่าเอาลูกมาทำไม เอามาโชว์สื่อเหรอ ณ วันนั้นที่โบว์เอาลูกมา หมอเรียกโบว์เข้าไปพูด แล้วก็บอกกับโบว์ว่า คุณโบว์ครับ คุณปอไม่รอด โบว์ได้ยินคำนี้ตั้งแต่วันที่ 2 แล้วค่ะว่าไม่รอด แต่กลุ่มคุณหมอที่รักษาก็พยายามเค้าบอกว่า ถ้าสมองพี่ปอ 100% เค้าจะไม่ยอม โบว์ก็บอกตราบใดที่พี่ปอหายใจอยู่ ก็ไม่ยอมเหมือนกัน ก็เลยสู้กันมา ทุกเช้าโบว์ตื่นขึ้นมา ก็จะวิ่งไปหาหมอก่อน คำแรกที่ถามเลยว่า พี่ปอรอดมั้ยคะ หมอก็จะบอกว่า รอดครับ ชั่วโมงนี้รอด แต่ชั่วโมงต่อไปผมไม่รู้นะครับคุณโบว์ ก็บอกไม่เป็นไรค่ะ ชั่วโมงนี้รอดก็ยังดีค่ะ 70 วัน 15 ครั้งที่หมอเรียกไปทำใจ ที่เราเอาน้องมะลิไปโรงพยาบาลเพราะความรู้สึกอยากให้อยู่กับพ่อ โบว์มีความรู้สึกว่า ถ้าพี่ปอจะไป ถ้าพี่ปอจะไม่ได้อยู่กับเรา ทุกคนต้องรู้ว่านี่คือลูกของ ปอ ทฤษฎี สหวงษ์”

“คือตอนที่เค้านอนป่วย เค้ามีสติอยู่ครบ ปอเค้าใส่ท่อช่วยหายใจ แล้วโบว์บอกว่า ถ้าโบว์พูดอะไร แล้วปอรู้เรื่อง ให้กระพริบตา แล้ววันพ่อเค้าได้ถอดเครื่องช่วยหายใจ แล้วเราก็รู้สึกดีใจมาก มันเป็นสัญญาณที่ดี ช่วงนั้นเค้าจะพยายามพูด เค้าจะมีเสียง ครับๆ แต่คำที่หลุดออกมาที่สุดคืออยากกลับบ้าน ได้ยิ้มได้คุยช่วงนั้น ถอดเสร็จประมาณ 5 วัน ก็ใส่กลับเข้าไปเหมือนเดิม หัวใจก็จะสลายเหมือนเดิม ในวันที่หมอบอกว่า ไม่ไหวอีกแล้ว”

สิ่งที่ทำให้ไม่ไหวคือผลจากไข้เลือดออก?
“คือไข้เลือดออกมันเคลียร์ไปหมดแล้ว แต่ทีนี้ช่วงระหว่างภูมิคุ้มกันพี่ปอไม่ต่อสู้กับเจ้าโรคนี้มาก จนพอมันเคลียร์ไปแล้ว พี่ปอไม่มีภูมิต้านทานกับภาวะแทรกซ้อนแล้ว เพราะว่าคนนอนอยู่บนเตียงนานๆ สายนั่นนี่มันมีภาวะการติดเชื้อมาได้ง่ายมาก”

.

ตอนที่มีข่าวตัดขามีหลายกระแสมาก?
“คุณหมอเค้าก็ตรวจหาเชื้อ ว่าเป็นกลุ่มเชื้ออยู่ตรงไหนได้บ้าง แล้วก็วินิจฉัยมาว่า น่าจะอยู่ที่เท้าซ้าย ก็เลยตัดใจว่าจะต้องตัด เพื่อที่จะคุมเชื้อเพื่อไม่ให้มันกระจายเข้ามาในตัวอีก ก่อนตัดคุณหมอเรียกเข้าไปคุย เราก็ใจสลายไปแล้ว แต่ไม่เป็นไร อาจจะแค่ต้องตัด ผ่านมา 2 วัน ตอนเช้ารู้สึกอาจจะต้องผ่าตัดปอด วันนั้นโบว์ไปทำบุญ แม่โทรมาบอกว่า พี่ปอจะต้องตัดปอดนะ โบว์ก็รีบกลับเข้ามา หมอก็บอกให้โบว์เข้าไปในห้อง อาจจะ 50-50 หรืออาจะ 70-30 โบว์ถาม 70 นี่อะไรคะ เค้าบอก เสียชีวิตครับ ทุกครั้งที่ผ่าใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง เราก็นั่งอยู่อย่างนั้น พอออกมาก็วิ่งไปหาหมอก่อน หมอบอกโอเคครับ เราก็ใจชื้นแล้ว ตอนเย็นผ่าตัดขาอีก หมอก็บอก 70-30 เหมือนเดิมนะครับ หรืออาจจะ 90-10 นะครับ เราก็ไม่เป็นไรค่ะหมอ ก็นั่งรออย่างนั้น”

โบว์ไม่เคยร้องไห้ต่อหน้าปอเลย?
“ถ้าอยู่ในห้องไม่เคยค่ะ ถ้าเข้าไปหาเค้าก็จะไม่เคย ถ้าจะร้องก็จะลงไปนั่งข้างล่างเตียงค่ะ แล้วก็เช็ดๆ แล้วก็ขึ้นมาใหม่ ก็จะพยายามเล่นหัวเราะกับเค้า”

ตอนที่ต้องตัดขาคุณปอรู้ไหม?
“มันจะมีช่วงหนึ่งที่พี่ปอดีขึ้น แล้วคุณหมอที่อยู่กับโบว์ประจำ จะดูแลเรื่องสภาพจิตใจโบว์ด้วย เค้าบอกวันนี้พี่ปอดีขึ้นแล้วนะ เราจะต้องรายงานให้คนไข้ทราบทั้งหมด ว่าตัดขาเพราะอะไร เพราะถ้าพี่ปอมาเห็นเอง สภาพจิตใจไม่ได้ หมอเค้าจะเล่าตั้งแต่เข้ามาวันแรกเลยค่ะ ว่าตัดขาเพราะอะไร ทำให้ดูดูน้อยลงไปเลยการตัดขาสำหรับการยื้อชีวิตปอไว้ เราก็โอเค ก็ยืนอยู่หน้าห้อง หมอก็คุยๆ พี่ปอก็ครับๆ แล้วเค้าก็เรียกเราเข้าไป เราก็ถามหมอว่าไม่รู้เรื่องเหรอหมอ หมอก็บอกไม่แน่ใจว่ารู้เรื่องมั้ย เพราะว่าเค้าก็ครับๆ อยู่อย่างนี้ โบว์ก็หันไปคุยกับปอเค้า แล้วถามว่า ปอครับ หมอคุยอะไรกับปอ ไหนเล่าให้โบว์ฟังหน่อย เค้าก็ค่อยๆ หันมา แล้วพูดว่า ตัดขา โบว์ก็ใจแบบ แล้วตัดด้านไหนครับ เค้าบอกข้างซ้ายครับ เท่านั้นแหละ หมอก็หันหลัง คือหมอซ้าย โบว์ขวา โบว์ก็เลยก้มลงไปกอดเค้า กอดตรงหน้า น้ำตามันไหล เราก็พยายามเช็ด แล้วขึ้นมาก็ยิ้ม ถามเค้าว่า ปอกลัวมั้ย เค้าบอก ไม่ครับ เสียใจมั้ย ไม่ครับ แล้วเค้าก็มองหน้าโบว์บอกอยากกลับบ้าน”

ปอเคยแสดงอาการให้เราได้เห็นบ้างไหม?
“พี่ปอเป็นคนไม่เคยร้องไห้ให้คุณพ่อคุณแม่เห็น แล้วก็ไม่เคยแสดงอาการว่า เค้าเจ็บ เค้าปวด มีวันหนึ่งเค้าปวดมาก และพ่อแม่อยู่ก็คุยกันเล่นกัน แล้วอยู่ๆ พี่ปอเค้าก็หันไปหาแม่แล้วบอกออกไป เราก็รู้แล้ว เลยบอกให้แม่กับพ่อออกไปข้างนอกก่อนนะคะ เดี๋ยวแปบนึง พอพ่อกับแม่ให้หลังไปปุ๊บ เค้าหันมาหาโบว์ น้ำตาเค้าร่วงเต็มเลยเค้าบอกเค้าเจ็บ ก็เลยให้หมอมาช่วยทำอะไรให้หายเจ็บ จน 3 วันก่อนที่เค้าจะไป แม่ก็ออกมาจากห้องพี่ปอ แม่บอกพี่ปอร้องไห้ เราทรุดเลย แบบคิดในใจเลยว่า ไม่ไหวแล้ว เค้าต้องไปแล้ว คือคิดในใจเลยว่า เค้าไปแน่ๆ”

วันที่คุณหมอให้เราทำใจอีกครั้ง?
“วันนั้นรู้สึกเป็นวันที่คุยกับหมอตอนเช้า หมอบอกว่า วันนี้ปอหน้าใสมากเลยนะ เราก็บอก อุ้ย ก็ดีสิหมอ เค้าก็บอก ใช่ มันเป็นสัญญาณที่ดี วันนั้นหมอบอกอาจจะไม่มาแล้ว เพราะไปคุมสอบ สักพักเรานั่งจน 3 ทุ่ม เค้าก็เข้ามา เราก็เอ้ามาทำไม หมอบอกมาดูหน่อย เดี๋ยวจะน้อยใจ เราก็คุยเล่นกันไปนั่นนี่ จนมีโทรศัพท์ดังเข้ามา หมอก็รีบวิ่งเข้าไปเลย โบว์ก็นั่งอยู่ตรงนั้นประมาณ 5 นาที ก็ไม่ไหวแล้ว ก็เลยกดๆ ให้เค้าเปิด พอเปิดเสร็จ ภาพที่เห็นคือพยาบาลวิ่งจะชนกัน เราก็แบบขาก้าวไม่ออกแล้วค่ะ สักพักหันไป เค้าปั๊มหัวใจพี่ปอ ปอ ตื่นๆ อะไรอย่างนี้ เราก็ตัวสั่น ก้าวไม่ออกอยู่อย่างนั้นประมาณ 10 นาที ดูเค้าปั๊มหัวใจพี่ปอ สักพักแม่เดินเข้ามา เราก็กอดแม่เลย แม่ก็พูดอะไรไม่รู้เรื่องแล้ว ก็เลยบอกให้นั่ง พอนั่งเสร็จก็กอดกันรอ รอจนกว่าเค้าจะปั๊มได้ หมอก็วิ่งออกมา โบว์ก็มองหน้าหมอ เลยบอกหมอ ถ้าไม่ไหวก็ไม่เป็นไร พี่ปอเค้าสู้เพื่อเรามามากแล้ว ให้พี่ปอนอนนะ หมอก็มองหน้า โบว์จะเอาอย่างนั้นนะ ก็เลยบอกว่าให้เค้าหลับไปเลย ไม่ต้องให้เค้าตื่นมาฟังใครแล้ว คืนนั้นก็เลยใส่ยานอนหลับให้พี่ปอเค้าหลับไป จนวันรุ่งขึ้นทุกคนครบแล้ว มากันพร้อมแล้ว ก็เลยให้สั่งเสียอะไรกันเรียบร้อย”

เปา กิ่งกาญจน์
เปา กิ่งกาญจน์

เปา กิ่งกาญจน์ หลังจากที่มีการเปิดเผยไทม์ไลน์ของศิลปินหนุ่ม ข้าวโอ๊ต คริษฐ์ อดีตสมาชิกวง Axis แบบละเอียดไปก่อนหน้านี้ และมีระบุว่า ในวันที่ 12 มกราคม ได้เดินทางไปร่วมถ่าย MV เพลงแลงพุง ของนักร้องสาว เปา โดยในระหว่างการถ่ายทำมีซีนที่เข้าฉากด้วยกัน 1 ครั้ง เป็นเวลาไม่เกิน 30 นาที จากนั้นจึงเดินทางกลับที่พัก ufa

ล่าสุดทาง เปา กิ่งกาญจน์ ได้ไลฟ์สดชี้แจงกรณีดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊ค เปา  ส่องสว่าง ยอมรับได้ร่วมงานกับ ข้าวโอ๊ต จริงในการถ่ายทำ เอ็มวีเพลงแลงพุง ในวันที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา โดยในการทำงานมีการคัดกรองคนที่เข้าร่วมงานด้วยการวัดไข้ ใส่แมสก์ มีเจลแอลกอฮอล์ และเว้นระยะห่าง ซึ่งตนได้แยกห้องแต่งตัวออกจากนักแสดงท่านอื่น มีเพียงแค่ตนกับช่างแต่งหน้า ช่างทำผม เพียงแค่ 3 คนเท่านั้น

และได้ร่วมฉากกับ ข้าวโอ๊ต ในช่วงเวลาประมาณ 3-4 ทุ่ม เป็นฉากปาร์ตี้ แต่ไม่ได้ใกล้ชิดกัน ยืนอยู่ห่างกัน (ข้าวโอ๊ตยืนห่างอยู่ด้านหลัง) และไม่ได้มีการพูดคุยกัน ใช้เวลาถ่ายทำระยะสั้น

เปา กิ่งกาญจน์ เกิดวันที่ 20 ธันวาคม 2542 สาวใต้หน้าคม เปา เป็นคนพัทลุงตั้งแต่กำเนิด เกินที่พัทลุง โดย เปา จบการศึกษาระดับปวช. ที่วิทยาลัยนาฏศิลปพัทลุง และตอนนี้กำลังเรียนต่อในระดับปวส. ที่ วิทยาลัยเทคนิคพัทลุง สาขาวิชาการตลาด ซึ่ง เปา เกิดจากครอบครัวที่ไม่ได้ร่ำรวยมากนัก เลยคิดที่จะหารายได้มาช่วยครอบครัว พร้อมกับมีใจรักในการร้องเพลง เธอเลยเดินสายร้องเพลงตั้งแต่มัธยม จนได้ก้าวมาเป็นนักร้องในสังกัดค่ายเพลงได้หมดถ้าสดชื่นของ เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น แต่สุดท้ายก็ต้องขอยกเลิกสัญญาที่เธอมองว่ามันนานไปสำหรับเธอนั้นเอง ผู้ที่เอี่ยวไทม์ไลน์ ข้าวโอ๊ต ถ่ายMVในวันที่ 12 ม.ค. ในช่วงเวลา 21.00-22.00 น.

เปา เริ่มประกวดร้องเพลง เพราะเธอมีแววเป็นนักร้องตั้งแต่เด็กๆ มีความสามารถและเสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ์ เธอจึงได้ร่วมในโครงการเส้นทางสู่บ้านได้หมดถ้าสดชื่น เพื่อตามหานักร้อง โดย เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น และถ้านักร้องคนไหนได้รับผ่านการคัดเลือกก็จะได้เป็นนักร้องค่ายดังกล่าว จน เปา ได้ออกซิงเกิลแรกชื่อเพลงว่า พอแล้วหัวใจ ซึ่งภายหลังจากมีผลงานเพลงชิ้นนี้ออกมา เปา ขอถอนตัวออกจากต้นสังกัดเดิม ด้วยเหตุผลในเรื่องสัญญาที่เป็นเหตุผลส่วนตัวของเธอนั้นเอง

ภายหลังจากที่มีกระแสข่าวเกิดขึ้น เปา ก็ได้รับเชิญให้ไปสัมภาษณ์เพื่อชี้แจงตามรายการทีวี และเมื่อความสวยไปกระแทกตาพิธีกรชื่อดัง จนออกปากว่าเธอสวยเหมาะที่จะเป็นนางงาม เธอก็มีผลงานรีวิวสินค้ามากขึ้น จนได้มาทำเพลงเองเป็นเพลงแรกหลังออกจากค่ายได้หมดถ้าสดชื่นในเพลง มงลง และซิงเกิลที่2 ในเพลง แลงพุง ที่ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีเลยทีเดียว

พูดถึงกระแสวงการเพลงบ้านเราในยุคนี้ ต้องยอมรับว่า นักร้องลูกทุ่งหญิง จากแดนใต้มีแววมาแรงขึ้นเรื่อย ๆ เช่นเดียวกันกับ เปา  สาวหน้าสวยคม เสียงมีพลัง ที่กลายเป็นประเด็นฮอต หลังจากเธอตัดสินใจลาออกจากค่ายได้หมดถ้าสดชื่น ซึ่งประจวบเหมาะกับช่วงที่เจ้าของค่ายอย่าง เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น กำลังมีกระแสดราม่าเรื่องการแบ่งค่าตัวอยู่พอดี งานนี้หลายคนจึงอยากรู้ว่าสาว เปา  เป็นใคร มาจากไหน ? กระปุกดอทคอมเลยอาสารวบรวมประวัติของนักร้องสาวดาวรุ่งคนนี้มาฝาก

เปา  เกิดเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2542 ปัจจุบันอายุ 20 ปี เป็นคนจังหวัดพัทลุง ที่มาพร้อมความสวยแบบฉบับสาวใต้ เธอเคยศึกษาที่วิทยาลัยนาฏศิลปพัทลุง และกำลังศึกษาต่อระดับ ปวส. อยู่ที่สาขาวิชาการตลาด วิทยาลัยเทคนิคพัทลุง ซึ่งแววนักร้องของเธอก็มีมาตั้งแต่เล็ก ๆ อีกทั้งยังเป็นเด็กเรียนดี กิจกรรมเด่น ถนัดทั้งร้องทั้งเต้น โดยมีดีกรีชนะเลิศการแข่งขันประกวดร้องเพลงไทยสากล ในการประชุมทางวิชาการองค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย ระดับชาติ ประจำปีการศึกษา 2562 มาแล้ว

หลังจากผ่านเวทีประกวดร้องเพลงมาบ้างแล้ว สาวเปา กิ่งกาญจน์ ก็สานต่อความฝันที่อยากจะเป็นนักร้องต่อ ด้วยการเข้าร่วมรายการ “เส้นทางสู่บ้านได้หมดถ้าสดชื่น” เพื่อเฟ้นหาศิลปินเกิร์ลกรุ๊ปจำนวน 4 คน ของค่ายได้หมดถ้าสดชื่น แต่ด้วยบุคลิก น้ำเสียง ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเปา ทำให้เธอได้แจ้งเกิดและออกซิงเกิลเดี่ยวเป็นของตัวเองครั้งแรกในเพลง “พอแล้วหัวใจ” ที่ทำยอดวิวทะลุ 2 ล้าน หลังจากที่ปล่อยเอ็มวีออกมาเพียง 2 วัน ซึ่งสาวเปายังเป็นผู้แต่งท่อนฮุกเพลงนี้เองอีกด้วย

แต่แจ้งเกิดได้ไม่นาน เปา ก็ทำเอาทุกคนช็อกกับการออกมาประกาศขอถอนตัวออกจากค่ายเพลงดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่าต้องเซ็นสัญญาเป็นนักร้องในสังกัดนานถึง 4 ปี ซึ่งเธอมองว่านานเกินไป เหตุการณ์นี้ทำให้เธอโดนดราม่าถล่มว่าเนรคุณค่ายและผู้ที่ปั้นมา ล่าสุด สาวเปาจึงขอเคลียร์ว่าตลอดที่อยู่ในค่ายมา 3 เดือน ทางค่ายป้อนงานให้น้อยเกินไป มีรายรับแค่ 8,000 บาท รวมถึงเธอพิจารณาดีแล้วว่ามีเส้นทางของตัวเอง และยังมีภาระต้องเรียนให้จบ จึงได้ตัดสินใจลาออกมา

แม้เธอจะเลือกเส้นทางใหม่โดยไร้ปีกค่ายดัง แต่ตอนนี้สาวเปาก็มีงานรีวิวเข้ามาไม่หยุด ด้วยความสวยและความสามารถคับแก้วเช่นนี้ เชื่อว่าลูกทุ่งสาวคนสวยจะต้องมีผลงานเพลงใหม่ออกมาให้ติดตามกันอีกแน่นอน
ลิเดีย-แมทธิว
ลิเดีย-แมทธิว

ลิเดีย-แมทธิว มีเวลาว่างทีไรก็มักจะยกครอบครัวไปพักผ่อนดื่มด่ำกับการใช้ชีวิตธรรมชาติอยู่เสมอ สำหรับคู่รัก แมทธิว ดีน และ ลิเดีย ศรัณย์รัชต์ ที่ล่าสุดก็ได้พากันไปชาร์ตพลังงานให้ร่างกายตัวเองที่ทะเลปราณบุรี

โดยงานนี้นอกจาก แมทธิว-ลิเดีย จะผลัดกันเติมความหวานให้แก่กันและกันเหมือนเช่นทุกเคยแล้ว ทั้งคู่ยังแอบแซ่บด้วยการสวมใส่เสื้อผ้าพลิ้วไหวเดินเล่นชายหาด เผยให้เห็นความเซ็กซี่แบบกรุบๆ อีกด้วย

ซึ่งพอแฟนๆ ได้เห็นก็พากันมากดไลก์ในความน่ารักของ แมทธิว-ลิเดีย กันยกใหญ่ และก็เป็นไปตามคาดเมื่อชาวเน็ตพร้อมใจคอมเมนต์รอลุ้นอยากเห็นหน้าลูกคนที่ 3 ที่จะมาเติบเต็มความสดใสให้ครอบครัวนี้มากขึ้นแบบเร็วๆ แล้วจ้า ufa

“แมทธิว ดีน” หรือ แมทธิว พอล ดีน หรือ แมทธิว ดีน ฉันทวานิช เกิดวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ.2521 ในปี 2563 เขามีอายุ 42 ปี ที่ประเทศออสเตรเลีย เป็นบุตรคนเดียวของ คริสโตเฟอร์ ดีน กับ ส่งศรี ฉันทวานิช เป็นลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย สำเร็จการศึกษาระดับไฮสกูล จากประเทศออสเตรเลีย และระดับอุดมศึกษา จากมหาวิทยาลัยรังสิต

ด้านชีวิตในวงการบันเทิง แมทธิว ดีน เข้าสู่วงการโดยมีแมวมองไปเจอ และติดต่อให้ไปถ่ายแบบให้นิตยสารพลอยแกมเพชร ต่อมามีผลงานอัลบั้มเพลงชุดแรกกับค่ายแกรมมี่ได้ไม่กี่อัลบั้ม หลังหมดสัญญาก็ย้ายไปอยู่สังกัดอาร์เอส นอกจากนี้แมทธิวยังเคยเป็นวีเจทางช่องเอ็มทีวีไทยแลนด์ และมีผลงานการแสดงทั้งภาพยนตร์ ละคร ต่าง ๆ มากมาย รวมถึงผลงานพิธีกรรายการโทรทัศน์ เวทีมวย ปัจจุบันแมทธิวนั่งแท่นเป็นพิธีกรายการ 10 Fight 10 ซีซั่น 2 นอกจากนี้แมทธิวยังเปิดค่ายมวยชื่อ ค่ายมวยคงสิทธา

ด้านชีวิตส่วนตัว แมทธิว ดีน สมรสกับ ลีเดีย ศรัณย์รัชต์ วิสุทธิธาดา หลังจากที่คบหาดูใจกันนานกว่า 9 ปี ก่อนที่จะตัดสินใจใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน มีลูกด้วยกัน 2 คน คือ น้องดีแลน และ น้องเดมี่ วัยกำลังน่ารักน่าชัง ก่อนหน้านี้ช่วงโควิด-19 ระบาด แมทธิวและลีเดีย ติดเชื้อโควิด-19 และพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนานนับเดือน ก่อนที่เชื้อนั้นจะหมดไปและได้กลับบ้านมาเจอหน้าลูกในที่สุด

ผลงานละครโทรทัศน์

ปี 2552

  • นักสู้นอกสังเวียน รับบท แอนโทนี่
  • ราชินีจ้าวสังเวียน รับบท แอนโทนี่

ปี 2553

  • นักฆ่าขาตางอน รับบท หมวดรอน
  • เทพบุตรมายา เทพธิดาจำแลง รับบท วายซี
  • 7 ประจัญบาน รับบท กล้า ตะลุมพุก

ปี 2554

  • เส้นตายสลายโสด รับบท จอห์น
  • เสาร์ 5 ตอน ทับทิมสยาม รับบท สตีเฟ่น

ปี 2555

  • รักออกอากาศ รับบท แมทธิว
  • ฉันรักเธอนะ รับบท สังวรณ์ / ซีซังวอน
  • ทนายสื่อรัก รับบท ดุ๊ก
  • ลับ ลวง หลอน รับบท แบรี่

ปี 2556

  • แผนร้ายพ่ายรัก รับบท ลุทซ์ (รับเชิญ)
  • ยมบาลเจ้าขา รับบท กฤษณ์ (รับเชิญ)
  • กองร้อยกระทะเหล็ก รับบท สิชล
  • ชาติเจ้าพระยา รับบท พิศดาร
  • วิมานมะพร้าว รับบท โอ้

ปี 2557

  • Cup Cake รักล้นครีม รับบท พีท
  • เจ้าสาวสลาตัน รับบท ประชา
  • ลูกผู้ชายพันธุ์ดี รับบท ฉลาม
  • อนิลทิตา รับบท ไกรลาส / รชา
  • แสนดี เดอะซีรีส์ รับบท วิลลี่

ปี 2558

  • ชาติเจ้าพระยา ตอน สิงห์สี่แคว รับบท พิศดาร
  • หัวใจปฐพี รับบท อาร์ม (อาดัม)
  • เลื่อมสลับลาย รับบท ศก มหากิจไพศาล

ปี 2559

  • หน้ากากนางเอก รับบท คริสโตเฟอร์

ปี 2560

  • ภารกิจลิขิตหัวใจ รับบท ปาลิน
  • ระเริงไฟ รับบท กสิณ (ตัวร้าย)

ปี 2561

  • ลิขิตรัก รับบท เจ้าชายวิล

ปี 2562

  • แพ้กลางคืน รับบท พีท
  • อัลบั้มเพลง

    • Code Love (เมกเกอร์เฮด จีเอ็มเอ็มแกรมมี่)
    • Matthew’s Climax (เมกเกอร์เฮด จีเอ็มเอ็มแกรมมี่)
    • Club Love (อัลบั้มพิเศษ) (เมกเกอร์เฮด จีเอ็มเอ็มแกรมมี่)
    • แมทธิว แมเนีย (อาร์เอสโปรโมชั่น)

    พิธีกร

    • วีเจเอ็มทีวีไทยแลนด์
    • Musica
    • Mix Club
    • Nanana Show
    • Pop-up Live
    • THAI FIGHT
    • SUPER MUAY THAI ไฟต์ถล่มโลก
    • เลขอวดกรรม
    • Muay Thai Super Champ
    • Oh My Baby EP.1 Youtube:Lydia Sarunrat Deane
    • DAILY DEANES EP.1 Youtube:Lydia Sarunrat Deane
    • 10 Fight 10

    มิวสิกวิดีโอ

    • เพลง ระหว่างเราคืออะไร ศิลปิน ลีเดีย ศรัณย์รัชต์ วิสุทธิธาดา
    • เพลง เสียงจากหัวใจ ศิลปิน มาลีวัลย์ เจมีน่า
    • เพลง รู้ ศิลปิน บี พีระพัฒน์ เถรว่อง
ติ๊ก กนิษฐรินทร์
ติ๊ก กนิษฐรินทร์

ติ๊ก กนิษฐรินทร์ ufa เป็นอีกหนึ่งคุณแม่คนบันเทิงที่ยังคงได้รับทั้งข้อความดีๆ และกำลังใจจากบรรดาแฟนคลับในโลกออนไลน์อย่างต่อเนื่อง สำหรับ ติ๊ก-กนิษฐรินทร์ พัชรภักดีโชติ หรือที่หลายคนคุ้นหูกันในชื่อ ติ๊ก บิ๊กบราเธอร์

เพราะถึงแม้ในช่วงที่ผ่านมา เจ้าตัวจะต้องเผชิญกับมรสุมดราม่าและเสียงพิพากษ์วิจารณ์ด้านลบจากเกรียนโซเชียลฯ อยู่เป็นระยะ แต่ถึงอย่างนั้นแล้วในฐานะแม่ ติ๊ก ก็ยังคงเดินหน้าพิสูจน์ตัวเองด้วยการทำงานและการใช้ชีวิตมองโลกในแง่บวก เพื่อให้ตัวเองโฟกัสอยู่ที่ความสุข โดยมีลูกสาวสุดที่รัก น้องวีจิ เป็นทั้งแรงผลักดันและกำลังใจ

ซึ่งก็รวมถึงโพสต์ล่าสุดที่ ติ๊ก ได้นำมาแชร์ลงบนอินสตาแกรม @mama.veeji ในตอนที่เธอกับ น้องวีจิ กำลังพูดคุยหยอกล้อกัน และในจังหวะนั้นเอง น้องวีจิ ก็ได้พูดคำว่า “แม่” ออกมาอย่างชัดเจน จนเธอเองที่ได้ยินถึงกับร้องโอ้โห! ด้วยความเซอร์ไพรส์

อีกทั้ง ติ๊ก ยังได้แนบแคปชั่นจากหัวอกคนเป็นแม่ที่จะขอทำหน้าที่เฝ้ามองการเจริญเติบโตของลูกสาวอยู่ห่างๆ ก่อนจะย้ำด้วยว่าเธอจะไม่ลืมเลือนทุกช่วงเวลาดีๆ ที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว

“แม่อาจไม่ใช่คนดี แต่แม่จะเป็นแม่ที่ดีของลูกนะคะ แม่มีหน้าที่ต้องแก้ไข มีสติ ใจเย็น ต่อสู้ หัวใจแม่อยู่ที่หนูนะวีจิ เด็กน้อยผู้น่ารัก ขวัญใจลุง ป้า น้า อา ทุกตำบล เป็นเด็กดี ไม่ดื้อ ไม่ซน นะคะ วีจิ”

“ปล. เวลาจะพิสูจน์ทุกอย่าง แม่อยู่ตรงนี้เฝ้ามองดูการเจริญเติบโตของลูกแม่ทุกวัน ช่วงเวลาดีๆ ของแม่ไม่เคยหายไป แม่เก็บทุกโมเมนต์ความทรงจำในช่วงวันเวลาที่เรามีความสุขของความสุขของเราไว้ไม่เคยลืมเลือน”

ประวัติ ติ๊ก หรือ กนิษฐรินทร์ พัชรภักดีโชติ

“ติ๊ก หรือ กนิษฐรินทร์ พัชรภักดีโชติ” (ชื่อเดิม ลลิสา สนธิรอด) เกิดวันที่ 13 เมษายน พ.ศ.2526 เริ่มต้นเข้าวงการบันเทิง ในฐานะผู้ชนะ หลังเข้าแข่งขันรายการ Big Brother ซีซั่นที่ 2 พ.ศ.2549 ซึ่งก่อนหน้ามีอาชีพเป็นสตั๊นท์หญิง จากนั้นมีโอกาสได้ทำงานในวงการเป็นสตั๊นท์หญิงทั้งในละครและภาพยนตร์ทั้งไทยและต่างประเทศ ในขณะนั้นเรียกว่าเป็นนักบู๊หญิงแถวหน้าของวงการเลยก็ว่าได้ ล่าสุด (14 กันยายน 2563) เข้าพิธีบวงสรวงละคร “มั่ง-มี-ศรี-ศพ” ร่วมกับนักแสดง อาทิ แทค ภรัณยู, สิงโต เดอะสตาร์, แจ็ค แบล็กแจ็ค, เติ้ล ธนพล ฯลฯ ที่ อาคารวินวิน ทาวเวอร์ รัชดาฯ

ด้านชีวิตครอบครัว ติ๊ก ซุ่มปลูกต้นรักอยู่กับพระเอกชื่อดัง หนุ่ม ศรราม เทพพิทักษ์ จนเป็นข่าวครึกโครม หลังจากนั้นในวันที่ 21 กันยายน พ.ศ.2561 ทั้งคู่ได้ควงคู่เข้าพิธีแต่งงานและจดทะเบียนสมรสกันอย่างเงียบ เรียบง่าย โดยได้รับความเมตตาจาก หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล และ หม่อมกมลา ยุคล ณ อยุธยา ประธานน้ำสังข์ให้ หลังจากนั้นจูงมือกันจดทะเบียนสมรสต่อทันที ในขณะนั้นเรียกว่าสร้างความเซอร์ไพรส์ให้กับแฟน ๆ กันเป็นจำนวนมาก ต่อมาติ๊กและหนุ่ม ได้มีทายาทเป็นบุตรสาว 1 คน คือ น้องวีจิ ด.ญ.วีจิ เทพพิทักษ์ (เกิดวันที่ 8 เมษายน พ.ศ.2562) ที่เข้ามาเติมเต็มชีวิตครอบครัวให้มีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น เรียกว่าเป็นแก้วตาดวงใจของคนทั้งบ้าน เพราะในอินสตาแกรมของทั้งคู่มักจะอวดโมเมนต์ภาพแห่งความสุขและความอบอุ่นของครอบครัวเทพพิทักษ์ จนกระทั่งล่าสุดวันนี้ (3 ก.ย.2563) หนุ่ม ศรราม โชว์ใบหย่าพร้อมเปิดใจผ่านอินสตาแกรมว่าตนนั้นได้หย่าขาดกับติ๊กเรียบร้อยแล้ว และแยกกันอยู่ตั้งแต่วันที่หย่ากัน พร้อมทั้งวอนผู้ที่มาหาติ๊กที่บ้านของตน ติดต่อเรื่องธุรกรรมทางการ แนะนำให้ติกต่อติ๊กโดยตรง เพราะตนและลูกสาวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ เรียกว่าเป็นข่าวช็อกวงการมาก ๆ เพราะเมื่อช่วงเกือบปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เพิ่งยกเค้กฉลองวันเกิดของหนุ่ม ศรราม กันอย่างอบอุ่นแถมบอกรักกลางไอจีอีกด้วย

ด้านชีวิตในวงการบันเทิง ติ๊ก บิ๊กบราเธอร์ เคยเจอมรสุมกระแสข่าวต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ตอนที่เธอเป็นผู้เข้าแข่งขันรายการ Big Brother ซีซั่นที่ 2 ได้มีปัญหากระทบกระทั่งกับหนึ่งในผู้เข้าแข่งขัน ด้วยลุคที่ดูตรง แรง ชัดเจน ทำให้แฟน ๆ รู้จักและจดจำเธอมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ช่วงโควิด-19 ระบาด ยังเคยมีประเด็นร้อนกรณีที่รับสั่งซื้อหน้ากากอนามัย รับเงินมาแล้ว แต่ยังไม่ส่งของให้ลูกค้า จนเป็นข่าวใหญ่อยู่พักหนึ่ง จากนั้นหนุ่มได้นำเงินเคลียร์คืนลูกค้า เรื่องราวจบลงด้วยดี ส่วนผลงานการแสดง แฟน ๆ ที่คิดถึงผลงานการแสดงของติ๊ก เตรียมตัวรอชมละครเรื่อง ดอกกลางกรุง ผลงานละครล่าสุดที่เธอเตรียมคืนจออีกครั้ง

ผลงานภาพยนตร์
คนไททั้งแผ่นดิน
ปืนใหญ่จอมสลัด
จั๊กกะแหล๋น
Adnan Sempit Sawadikap

  • ผลงานละคร
  • พายุ
    เทวดา
    ป่านางเสือ
    เนตรนาคราช
    มือเหนือเมฆ
    เพชรตัดเพชร
    นรสิงห์
    เย้ยฟ้าท้าดิน
    Belief ศรัทธาหัวใจ ไปให้สุดฝัน ตอน รักกลม ๆ
    HERO ลูกผู้ชายพันธุ์ดี
    สิงห์รถบรรทุก
    สมิงจ้าวท่า
    มั่ง-มี-ศรี-ศพ

หญิงลี นักร้องลูกทุ่ง
หญิงลี นักร้องลูกทุ่ง
  • หญิงลี นักร้องลูกทุ่ง อัคลิปสั่งเสียเรื่องมรดกส่วนหนึ่งให้มูลนิธิเด็กกำพร้า ให้คุณพ่อคุณแม่ มูลค่ารวมกว่า 50 ล้าน หลายคนเป็นห่วงแห่เข้ามาส่งกำลังใจและถามไถ่เกิดอะไรขึ้น

    นักร้องลูกทุ่งอัคลิปสั่งเสียเรื่องมรดกส่วนหนึ่งให้มูลนิธิเด็กกำพร้า ให้คุณพ่อคุณแม่ มูลค่ารวมกว่า 50 ล้าน หลายคนเป็นห่วงแห่เข้ามาส่งกำลังใจและถามไถ่เกิดอะไรขึ้น ufa

    นักร้องลูกทุ่งสาวคนดัง หญิงลี ศรีจุมพล ได้อัดคลิปจัดการมรดกของตนเองมูลค่ารวมมากกว่า 50 ล้านบาท โดยระบุว่ามอบให้กับมูลนิธิเด็กกำพร้า และคุณพ่อคุณแม่ก็จะได้เงินจากการทำประกันชีวิต รถยนต์ต่างๆ บ้านที่ดิน ซึ่งในคลิปเจ้าตัวได้บอกว่าความตายอยู่ใกล้เรามากๆ

    “เช้าในวันที่ 25 มกราคม 2564 เช้าที่เงียบเหงาและการตัดสินใจประกาศพูดถึงเรื่องทรัพย์สินที่มีอยู่ให้เป็นพินัยกรรมในอนาคต หากหญิงลีเสียชีวิตจากเหตุการณ์ใดๆ ก็ตาม หญิงลีขอประกาศจะยกทรัพย์สินลั้ลลา กรุ๊ป ให้เป็นสาธารณกุศล ให้เด็กกำพร้าพ่อแม่ไม่มีกำลังเลี้ยงได้อยู่อาศัย โดยฝากเรื่องให้พี่บุ๋ม ปนัดดา เป็นคนจัดการเรื่องธุรกรรม ตึก 3 คูหา 6 ชั่น น่าจะเป็นประโยชน์กับเด็กแรกเกิดที่พ่อแม่ไม่มีกำลังเลี้ยง ในส่วนของรีสอร์ทหญิงลีลั้ลลา มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท ขายทอดตลาดเพื่อทำเงินเข้ามามูลนิธิ พ่อแม่จะได้เงิน 10 ล้านจากการเสียชีวิตและรถยนต์ทุกคันที่มีงวดและบ้านทั้งหมด”

    “ความตายอยู่ใกล้ตัวทุกคน ในวันนี้ถ้าหญิงลียังมีชีวิตอยู่ขอดำเนินชีวิตต่อไป แต่หาก หญิงลี เสียชีวิตจากใดๆ ก็ตามทรัพย์สินที่หญิงลีหามาได้ทั้งหมดมากกว่า 50 ล้านบาทขอให้เป็นประโยชน์กับเด็กทารกยากไร้ จากเด็กที่มีอะไรเลย มาวันนี้สบายใจแล้วว่าหากเราไม่อยู่สิ่งต่างๆ จะไปอยู่ตรงไหนบ้าง”

    นอกจากนี้ หญิงลี ยังได้เขียนข้อความไว้บนเฟซบุ๊คว่า “ประกาศ! หากหญิงลีเสียชีวิตไปก่อนมีทายาท ขอยกทรัพย์สินให้สร้างมูลนิธิเด็กกำพร้าที่บริษัทลั้ลลากรุ๊ปจำกัด เขตสายไหม และให้พ่อแม่ส่วนหนึ่ง ตามเนื้อหาในคลิปนี้ค่ะ กราบขออภัย หัวใจว่างเปล่า หญิงลี สารธารณะ ความตาย ยากจน ร่ำรวย เหงา”

    “แม้หัวใจ จะอ่อนไหว แต่ร่างกายแข็งแรงดี และ เรายังมี กำลังใจให้แก่กัน สู้เพื่อรอ วันฟ้าหลังฝนค่ะทุกคน ขอบคุณกำลังใจ และขอส่งกำลังใจค่ะ #หญิงลี”

    หลายคนได้ฟังคลิปของ หญิงลี แล้วต่างเข้ามาส่งกำลังใจให้กับเธออย่างล้นหลามเลยทีเดียว  ufa

    ประวัติ หญิงลี ศรีจุมพล หรือ ธิดารัตน์ ศรีจุมพล

    หญิงลี ศรีจุมพล หรือ ธิดารัตน์ ศรีจุมพล ชื่อเดิม นุชนาถ ศรีจุมพล เกิดวันที่ 27 มีนาคม 2526 เป็นชาวอำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นลูกสาวคนกลางในจำนวนพี่น้อง 3 คน ของ คุณพ่อทองเลื่อน และ แม่บุญล้อม ศรีจุมพล พ่อและแม่มีอาชีพทำนา และรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งฐานะทางบ้านค่อนข้างยากจน มีความใฝ่ฝันอยากจะเป็นนักร้อง ทั้งๆ ที่คนในครอบครัวไม่มีใครที่เป็นนักร้องเลย ปัจจุบันเป็นนักร้องลูกทุ่งขวัญใจชาวไทยในสังกัดแกรมมี่โกลด์ และเธอยังมีธรุกิจรีสอร์ทอีกด้วย และล่าสุดเธออัดคลิปประกาศยกมรดก 50 ล้านให้เป็นสาธารกุศล โดยให้ บุ๋ม ปนัดดา เป็นผู้จัดการ

    หญิงลี มีแววการร้องเพลงมาตั้งแต่เด็ก เมื่อเธออายุได้ 9 ขวบ ญาติๆ ของเธอดันให้ขึ้นไปร้องเพลงบนเวทีที่จัดขึ้นภายในหมู่บ้าน แต่ด้วยความเป็นเด็ก หญิงลี ก็ยังอายและยังไม่กล้าร้องเพลง แต่พอมีเสียงเชียร์จากด้านล่างเวที เธอก็ร้องออกมาได้ดีทีเดียว โดยเพลงที่เธอใช้เป็นใบเบิกทางการเป็นนักร้องก็คือ โบว์รักสีดำ ซึ่งเป็นเพลงที่เธอฟังตอนไปทำนาอยู่บ่อยๆ นอกจากครั้งนั้นเธอจะได้โชว์เสียงร้องและความสามารถแล้ว ทำให้เธอได้ทิปจากคนดูไปไม่น้อย จากการขึ้นเวทีครั้งแรกในวันนั้น ทำให้เป็นแรงบันดาลใจในการจะเป็นนักร้องอาชีพ

    และการเดินทางสายนักร้องก็เริ่มต้นขึ้น เมื่อเธอเริ่มเป็นหมอลำซิ่ง เมื่อตอนจบม.6 โดยเธอเริ่มจากการเป็นนักร้องวงอิเล็กโทนของโรงเรียนนาโพธิ์ร้องตามงานต่างๆ โดย แม่ครูวัราภรณ์ สมสุข หมอลำชื่อดังที่จังหวัดอุบลราชธานี เป็นคนสอนร้องหมอลำด้วยตัวเอง จนเป็นที่รู้จักกันดีในแถวหมู่บ้านมา โดยเพลงที่ร้องจะเป็นเพลงหมอลำทั่วไป ต่อมาแม่ครูได้แนะนำให้ได้รู้จักกับ อาจารย์สวัสดิ์ สารคาม โปรดิวเซอร์มือทองที่สร้างความสำเร็จให้กับศิลปินชื่อดังมากมาย และในปี 2548 หญิงลี ได้ออกอัลบั้มชุดแรกชื่อว่า ย่านตกสวรรค์ กับ ค่ายเอสพีมิวสิควาย แต่เรียกว่าไม่ประสบความสำเร็จ และจาก หญิงลี หมดสัญญากับค่ายดังกล่าวก็กลับไปอยู่บ้านที่บุรีรัมย์ โดยตั้งวงหมอลำซิ่งเองและรับงานเองโดยใช้ชื่อวงว่า หญิงลี ศรีจุมพล (ลำซิ่ง)

    และจุดเริ่มต้นกับค่ายแกรมมี่โกลด์ ก็เริ่มต้นขึ้น เมื่อ อาจารย์สวัสดิ์ สารคาม ได้ชวนให้เธอมาทดสอบเสียงในค่ายดังกล่าว เพราะทางค่ายกำลังต้องการนักร้องลูกทุ่งแนวหมอลำอยู่พอดี และเธอก็ผ่านเข้ารอบ จนในปี 2555 เธอได้มีอัลบั้มแรกกับค่ายยักษ์ใหญ่แกรมมี่โกลด์โดยใช้ชื่ออัลบั้มว่า ขาขาวสาวลำซิ่ง โดยมีเพลงฮิตมากมาย อาทิ ขาขาวสาวลำซิ่ง , ขอใจเธอแลกเบอร์โทร , แทงข้างหลัง , หญิงลั้ลลา ฯลฯ เรียกว่าเพลง ขอใจเธอแลกเบอร์โทร และ หญิงลั้ลลา เต้นตามกันทั่วบ้านทั่วเมืองเลยทีเดียว และตอนนั้นถือว่า หญิงลี ขึ้นแท่นเป็นลูกทุ่งซุปเปอร์สตาร์ไปในเพียงข้ามคืน จนเธอได้รางวัลมากมายเป็นเครื่องการันตีว่าเธอมีความสามารถจริงๆ และก็มีอัลบั้มอื่นๆ ตามมา

    ผลงานเพลง (อัลบั้ม)
    ย่านตกสวรรค์
    ชุดที่ 1 ขาขาวสาวลำซิ่ง
    ชุดที่ 2 อยู่เย็นเป็นโสด
    ชุดที่ 3 ชีวิตดี๊ดี
    ลำซิ่งลิซึ่ม
    ผลงานเพลง (ซิงเกิ้ล)
    เรื่องเล่าเช้านี้ (เพลงประกอบรายการ เรื่องเล่าเช้านี้)
    ส้มตำ 4.0 (เพลงประกอบโฆษณา ไทยชูรส)
    O.K. นะคะ (ลำซิ่ง) (ต้นฉบับ แคทรียา อิงลิช)
    ที่รักหรือที่พัก
    ขวัญใจมหาเชียร์ส (เพลงประกอบโฆษณา เชียร์ส)
    พี่ไท I LOVE YOU (เพลงประกอบโฆษณา ไทลินอล)
    ผลงานละคร
    หมัดเด็ดเสียงทอง
    ผลงานภาพยนตร์
    รวมพลคนลูกทุ่งเงินล้าน
    รางวัลที่ได้รับ
    รางวัล เพลงลูกทุ่งยอดนิยมดีเด่น จากเพลง ขอใจเธอแลกเบอร์โทร จากงาน สยามดารา สตาร์ส อวอร์ดส์ 2013
    โล่ “No.1 Music Chart February 2013” จากเพลง ขอใจเธอแลกเบอร์โทร เพลงไทยลูกทุ่งที่ได้รับรางวัลอันดับหนึ่ง ที่ถูกเปิดบนสถานีวิทยุมากที่สุดในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จากการวิจัยของ Intensive Watch ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2556
    รางวัล MThai Top Talk-about 2014 สาขา เพลงที่ถูกกล่าวขวัญถึงมากที่สุด เพลง “ขอใจเธอแลกเบอร์โทร” จาก MThai.com (เอ็มไทยดอตคอม) ประกาศรางวัลเมื่อ 6 มีนาคม 2557
    รางวัล นักร้องเพลงลูกทุ่งยอดนิยม จากงาน คมชัดลึก อวอร์ด ครั้งที่ 12

ณัฏฐ์ เทพหัสดิน
ณัฏฐ์ เทพหัสดิน

ณัฏฐ์ เทพหัสดิน นับถอยหลังอีกไม่นานแล้ว ที่ว่าที่คุณพ่อป้ายแดง ณัฏฐ์ กับภรรยาสาว ufa  นาน่า ธันยา จะได้เห็นหน้าลูกคนแรก โดยล่าสุด ณัฏฐ์ ได้ทำเซอร์ไพรส์จัดปาร์ตี้ Baby Shower ให้กับภรรยาและลูกน้อยในท้อง ซึ่งทำเอานาน่าประทับใจมากเพราะไม่คิดว่าจะเห็นมุมนี้ของสามี ซึ่งเฉลยแล้วว่าทั้งคู่ได้ลูกสาว

โดยภรรยาได้โพสต์ขอบคุณสามีที่น่ารักเตรียมการทุกอย่างในวันนี้ให้ภรรยาผ่านอินสตาแกรมว่า

“ขอบคุณพ่อหมูสุดที่ร้ากนะคะเซอร์ไพรส์ baby shower ให้คูมแม่ ถึงจะโป๊ะแผนแตกโดยคุณ ไปแล้ว แต่ก็ยังไม่ล่มหมดนะคะ คุณพ่อจัดแจงทุกอย่าง ออกแบบด้วยตัวเอง สั่งลูกโป่ง หาref โทรสั่งป้ายไฟชื่อลูก สั่งทำเค้กที่น่ารักมากกกกก มี๊ละทึ่งมาก คุณพ่อมีมุมแบบนี้ด้วยเหรอ เห็นถึงความตั้งใจที่ทำเพื่อลูกเนล่า กะหม่ามี๊แล้ว…… รู้เลยลูกคนนี้คุณพ่อสปอยแน่ๆ รักหมูนะคะ @nut_devahastin และลูกเนล่าด้วยค่า @nplittleone”

ส่วนว่าที่คุณพ่อ ก็ได้บอกเหตุผลและความหมายของชื่อลูกสาวที่ตั้งชื่อไว้แล้วว่าน้อง “Nayla” ที่อ่านว่า เน-ล่า ไว้ด้วยว่า

“หลายคนถามว่าทำไมถึงเลือกชื่อลูกว่า Nayla และชื่อนี้มีความหมายว่าอะไร วันนี้จะมาเฉลยครับ

Nayla มีหลายความหมายในหลายภาษา

ภาษา Arabic แปลว่า successful (ประสบความสำเร็จ)

ภาษา Mexican แปลว่า I love you (เยิ๊ฟๆ)

ภาษา Tunesian หรือ Moroccan แปลว่า Fulfillment (การเติมเต็ม)

ภาษา Hawaiian แปลว่า A girl of paradise (สาวน้อยจากสรวงสวรรค์)

ลูกสาวคนนี้เปรียบเสมือน ความรักและความสำเร็จ ที่มาเต็มชีวิตของพ่อแม่ให้มีความสุขที่สุด สมกับเป็นสาวน้อยที่ถูกส่งลงมาเป็นของขวัญจากสวรรค์จริงๆ

ฝากติดตามความน่ารักของน้อง Nayla ที่ @nplittleone ด้วยนะครับ พวกเราจะคอยลงความน่ารัก และพัฒนาการของสาวน้อยคนนี้ให้ทุกคนได้ดูกันครับ ขอบคุณครับ”

 

เป็นหนุ่มหล่อที่นอกจากจะมีผลงานด้านวงการบันเทิงมากมายให้เราติดตามแล้ว เรื่องชีวิตส่วนตัวของ ณัฏฐ์  ก็เรียกว่ามีอะไรที่น่าสนใจมากๆ นะ ซึ่งเราเชื่อว่าหลายๆ คนอาจจะยังไม่เคยรู้ว่าเขาเคยทำงานเป็น Advertising Supervisor และ เป็นครูสอนภาษาอังกฤษให้กับเด็กๆ มาก่อน เราก็จะพาเพื่อนๆ มาทำความรู้จักกับ ประวัติ ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา หนุ่มหล่อคนเก่ง ศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยมหิดล คนนี้ให้มากขึ้นกันซักหน่อย

ประวัติ ณัฏฐ์
ณัฏฐ์  มีชื่อเล่นว่า ภูมิ
เกิดเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2527
ส่วนสูง 185 เซนติเมตร
จบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนวชิราวุธ
จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจาก คณะบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ ภาค International มหาวิทยาลัยมหิดล
IG : nut_devahastin

หลายๆ คนอาจจะติดชื่อ ณัฏฐ์ ว่าเป็นชื่อเล่นของเขา แต่ความจริงแล้ว ณัฏฐ์ มีชื่อเล่นว่า ภูมิ เขาเป็นลูกชายของ พ.อ.รัฐชัย คุณปู่คือ พล.อ. ยศ เขาเติบโตและศึกษาที่ประเทศไทย โดยจบการศึกษาระดับมัธยมจาก โรงเรียนวชิราวุธ และจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจาก คณะบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ ภาค International มหาวิทยาลัยมหิดล

ก่อนหน้าที่จะเข้าวงการบันเทิงเขาเคยทำงานเป็น Advertising Supervisor ให้กับนิตยสาร และยังเคยรับหน้าที่เป็นครูสอนภาษาอังกฤษให้กับเด็กๆ มาก่อนที่จะเข้าวงการด้วยการแคสติ้งโฆษณา, เดินแฟชั่นโชว์ รวมถึงการถ่ายแฟชั่นนิตยสาร ก่อนที่จะกลายเป็นนักแสดงและมีผลงานมากมายในปัจจุบันนี้

นิสัยส่วนตัว ชอบการแข่งขัน

นิสัยส่วนตัวตั้งแต่เด็กจนโตเขาเผยว่าเป็นคนที่ชอบเล่นกีฬา ชอบการแข่งขัน ชอบการเอาชนะ ทั้งหมดนั้นมีส่วนช่วยให้เขาพยายามผลักดันตัวเองให้ทำทุกอย่างในชีวิตให้ดี

ศิษย์เก่า ม.มหิดล

จบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนวชิราวุธ ระดับปริญญาตรีจาก คณะบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ ภาค International มหาวิทยาลัยมหิดล

ครูคือหนึ่งในอาชีพก่อนมาเป็นนักแสดง

ก่อนที่ ณัฏฐ์ จะเป็นที่รู้จักในฐานะนักแสดง เขาเคยทำงานในฐานะ Advertising Supervisor ให้กับนิตยสารมาก่อน อีกทั้งยังเคยรับเป็นครูสอนภาษาอังกฤษให้กับเด็กๆ มาก่อนด้วย

แคสติ้งโฆษณาจุดเริ่มต้นเส้นทางบันเทิง

ณัฏฐ์ เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงจากการได้ไปแคสติ้งโฆษณา ด้วยคาแรคเตอร์สูงโดดเด่น 185 ซม. สัดส่วนนายแบบ จากนั้นก็เริ่มมีงานเดินแฟชั่นโชว์ ถ่ายแบบหนังสือ ถ่ายโฆษณาบัตรเครดิตของธนาคารแห่งหนึ่ง หลังจากนั้นทางเอ็กแซ็กท์จึงเรียกไปแคสติ้ง และได้เล่นละครกับเอ็กแซ็กท์เรื่องแรก คือ “เปลือกเสน่หา” โดยผลงานที่เป็นที่จดจำคือ เซน…สื่อรักสื่อวิญญาณ และมีผลงานอื่น ๆ อีกมากมาย ทั้งละคร ภาพยนตร์ ซีรีส์ พิธีกร มิวสิควิดีโอ

ว่าที่คุณพ่อ-ผู้ชายที่สม่ำเสมอในความรัก

ด้านชีวิตส่วนตัว ณัฏฐ์ได้แต่งงานแล้ว โดยเข้าพิธีมงคลสมรสกับ “นาน่า-ธันยา เมี้ยนมนัส” เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 และล่าสุด! เพิ่งมีข่าวดี เขาและภรรยาได้ถือภาพอัลตร้าซาวด์ประกาศข่าวดีบนอินสตาแกรมว่าตอนนี้กำลังจะมีสมาชิกตัวน้อยๆ เพิ่มขึ้นมาในครอบครัวและกำลังรอลุ้นอยู่ว่าจะเป็นลูกสาวหรือลูกชาย

ริชชี่
ริชชี่

ริชชี่ ufabet จะให้หวานอยู่ฝ่ายเดียวก็คงไม่ได้เวลานี้ หลังจากที่หนุ่ม ก็อต อิทธิพัทธ์ เพิ่งเปิดตัวด้วยภาพว่าเป็นแฟนกับนางเอกคู่จิ้น ริชชี่ อรเณศ ไปแล้ว ล่าสุดก็ถึงคราวของริชชี่ที่ขอเป็นฝ่ายเปิดตัวออกสื่อบ้าง

โดยริชชี่ได้โพสต์ภาพแรกคู่ก็อต กับภาพยืนหันหลังทริปที่ทั้งคู่เคยไปเที่ยวทะเลด้วยกัน แถมยังใส่เสื้อยืดสีขาวเหมือนกันอีก พร้อมกับแคปชั่นและแฮชแท็กสุดปังของริชชี่ เพราะว่าคู่นี้เริ่มต้นจากความเป็นเพื่อน แล้วค่อยๆ พัฒนาจนมาเป็นแฟน จากที่ริชชี่เคยให้สัมภาษณ์ว่าไม่พร้อมมีแฟน และหลายคนก็ไม่คิดว่าจะได้เห็นโมเมนต์นี้

ตามแคปชั่นของริชชี่ที่เขียนไว้ว่า “I am lucky to have a friend like you. #luckyiminlovewithmybestfriend”

ภาพคู่สุดโรแมนติกพร้อมแฮชแท็กสุดน่ารักริชชี่ที่โพสต์ลงอินสตาแกรม เลยทำเอาพี่ๆ ในวงการบันเทิงเข้ามาแซวริชชี่กันเยอะมาก เช่น พลอย เฌอมาลย์,เดียร์น่า,แพทริเซีย,มิ้นต์ ชาลิดา,เก้า สุภัสสรา,แกรนด์ เดอะสตาร์,พลอย ภัทรากร,แพร พิชชาภา

ดา เอ็นโดรฟิน
ดา เอ็นโดรฟิน

ดา เอ็นโดรฟิน ufabet หลังจากที่เปิดตัวความรักแบบหวานเว่อร์ เมื่อช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่ผ่าน ล่าสุดคู่รักป้ายแดง ดา-ธนิดา ธรรมวิมล หรือ ดา เอ็นโดรฟิน และศิลปินหนุ่ม เดนนิส ไทยคูน ก็ได้ถือโอกาสดี ควงแขนกันไปเที่ยวแบบชิวๆ ตามประสาคนอินเลิฟในช่วงวันหยุดพักผ่อน

ซึ่งแน่นอนว่าพอเป็นทริปเติมความหวานแบบนี้ สาวดาก็ไม่พลาดที่จะเก็บเอาภาพถ่ายสวยๆ และช็อตฟินๆ มาโพสต์ลงบนอินสตาแกรม @daendorphine ให้แฟนคลับได้ร่วมดื่มด่ำโมเมนต์แห่งความสุขไปพร้อมๆ กัน

โดยหนึ่งในภาพเด็ดที่ทำเอาใครหลานคนอดพูดถึงไม่ได้นั่นก็คือ ช็อตแช่น้ำในอ่างกลางแจ้งท่ามกลางธรรมชาติของทั้งคู่ ที่ไม่เพียงแต่จะแซ่บเว่อร์จนแฟนๆ แทบลืมโฟกัสความสวยงามของวิวทิวทัศน์เท่านั้น

แต่ด้วยรอยยิ้มที่ปรากฎอยู่บนใบหน้าของ ดา เอ็นโดรฟิน และ เดนนิส ก็ยังช่วยการันตีได้เป็นอย่างดีเลยว่า ความรักครั้งนี้ของคนทั้งสองเอ่อล้นไปด้วยความสุขมากขนาดไหน