โดยเฉพาะเพิ่มสีสันให้กับมุมต่างๆของบ้านเพื่อให้สีทาบ้านสวย

โดยเฉพาะเพิ่มสีสันให้กับมุมต่างๆของบ้านเพื่อให้สีทาบ้านสวย สะดุดตาและมีชีวิตชีวาไม่ว่าจะเป็นแสงสว่างหรือมืดมืดปรับแต่งในสถานที่ ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ละเลยไม่ได้ในการตกแต่งบ้านของคุณ อย่าให้ผนังโทนสีขาวทั้งหมดบนผนังปิดทับผิวผนังปูนของบ้านเพื่อให้ดูเรียบและสวยงาม ต้องเลือกโทนสีและคุณลักษณะที่เหมาะสม ใช้ในการตกแต่งบ้านให้สวยสมบูรณ์แบบที่สุด

ค้นหาแรงบันดาลใจ

หลายครั้งคุณอาจนึกถึงโทนสีที่คุณชื่นชอบ แต่ไม่รู้จะใช้เฉดสีเหล่านี้แต่งบ้านยังไงให้สวยและเหมาะกับความชอบแต่งบ้านมากที่สุด มองหาไอเดียตกแต่งบ้านจากที่ต่างๆ (เช่นหนังสือนิตยสารหรือแม้แต่การเดินทาง) นี่เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้เลือกเฉดสีที่เหมาะสมกับการตกแต่งบ้านได้ง่ายขึ้น วิธีนี้จะช่วยในการเลือกสีทาบ้านโดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนและเตรียมพร้อมที่จะตอบสนองความต้องการของชีวิตที่สมบูรณ์แบบ

ตั้งค่าฟังก์ชันที่จะใช้

เมื่อตกแต่งภายในบ้านเพื่อให้มีชีวิตชีวามากกว่าภาพจิตรกรรมฝาผนังสีขาวแบบดั้งเดิมสิ่งสำคัญคือต้องตรวจสอบจุดประสงค์ของพื้นที่ใช้งานเพื่อให้แน่ใจว่ามีวัตถุประสงค์ เนื่องจากฟังก์ชั่นนี้ถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจนในแต่ละพื้นที่การใช้งานจึงทำให้การเลือกสีทาบ้านง่ายขึ้นเนื่องจากพื้นที่ที่มีอยู่แต่ละพื้นที่จะแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ เป็นห้องนอนสำหรับพักผ่อนในตอนกลางคืนและห้องนั่งเล่นสำหรับพักผ่อนระหว่างวันหรือไม่ แม้แต่มุมทำงานในบ้านก็มีความสำคัญมากสำหรับการเลือกสีทาผนังเพราะหากใช้เฉดสีตกแต่งบ้านผิดก็จะทำให้บรรยากาศในบ้านอึดอัดได้เช่นห้องนอนที่ดีควรมีโทนสีที่ผ่อนคลาย . เหมาะสำหรับการพักค้างคืน หลีกเลี่ยงการใช้สีร้อนในการตกแต่งผนังบ้าน เพราะจะส่งผลต่อการนอนหลับและพักผ่อนหรือหากเป็นมุมทำงานก็สามารถเลือกตกแต่งบ้านให้มีสีสว่างขึ้นเล็กน้อยเพื่อปลุกพลังในการทำงานและมีแรงกระตุ้นที่ดี

ลองดูเฟอร์นิเจอร์และองค์ประกอบตกแต่งที่มีอยู่ แม้แต่การเลือกสีทาผนังสวย ๆ ก็ไม่ได้แปลว่าพื้นที่ภายในจะสวยงามเสมอไป เพราะการตกแต่งบ้านที่ดีควรมีองค์ประกอบที่สวยงามลงตัวควรพิจารณาปัจจัยใดบ้างจากเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านเหล่านี้จะนำมาใช้ในการตกแต่งพื้นที่ด้วยโทนสีในพื้นที่หรือไม่หรือมีพื้นผิววัสดุใด ๆ องค์ประกอบรูปร่าง? เพื่อให้สามารถเลือกสีผนังบ้านได้เหมาะสมกับพื้นที่การใช้งาน การตกแต่งบ้านการตกแต่งบ้านการตกแต่งภายในสีทาบ้านสีทาผนังการตกแต่งผนัง 4 องค์ประกอบหลักที่จะช่วยให้คุณเลือกสีทาบ้านในอุดมคติ

พิจารณแสงที่กระทบมาในบ้าน

คำถามยอดนิยมคือควรเลือกสีผนังอย่างไร? หรือจะเลือกใช้สีอะไรเพื่อให้พื้นที่ภายในบ้านดูลงตัวและมีบรรยากาศที่น่าอยู่ที่สุดสิ่งสำคัญไม่เพียง แต่จะต้องเลือกสีสวย ๆ มาตกแต่งผนังบ้านเท่านั้น หรือเลือกประสิทธิภาพของสีทาบ้านที่มีคุณภาพสูง แต่ควรคำนึงถึงแสงธรรมชาติในพื้นที่ด้วยคุณควรสำรวจว่าในแต่ละพื้นที่ของบ้านสามารถเปิดรับแสงได้มากน้อยเพียงใด เพราะหากมุมใดมุมหนึ่งของบ้านไม่สามารถส่องแสงสว่างได้เต็มที่ แต่มีสีเข้มตกแต่งบ้านในบริเวณนั้นก็อาจทำให้บรรยากาศโดยรอบมืดคับแคบอึดอัดและอึดอัดได้เช่นกัน แต่เป็นพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางที่สามารถเปิดรับแสงได้อย่างเต็มที่ บางทีลองเติมพื้นที่ในบริเวณนั้นด้วยโทนสีอบอุ่น ช่วยให้บรรยากาศในบ้านสมดุลมากขึ้น ออกแบบบ้าน

 

6 เรื่องเตรียมพร้อมก่อนคุยกับสถาปนิก
6 เรื่องเตรียมพร้อมก่อนคุยกับสถาปนิก

 

6 เรื่องเตรียมพร้อมก่อนคุยกับสถาปนิก ขั้นตอนต่อไปคือการเตรียมความพร้อม ซึ่งสำหรับบางคนอาจเรียกได้ว่าเป็นการติดต่องานกับสถาปนิกเป็นครั้งแรก

เมื่อเจ้าของบ้านเลือกบริษัทรับสร้างบ้านที่จะมาช่วยแปลงบ้านในฝันให้เป็นบ้านที่อยู่อาศัยได้จริงแล้ว ในขั้นตอนต่อไปคือการเตรียมความพร้อมเพื่อคุยกับทีมงานและสถาปนิก ซึ่งสำหรับบางคนอาจเรียกได้ว่าเป็นการติดต่องานกับสถาปนิกเป็นครั้งแรก เพื่อให้ความเข้าใจที่ตรงกัน และได้บ้านตรงตามต้องการ เจ้าของบ้านควรมีการเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ ดังนี้

1. เตรียมพร้อมข้อมูลที่ดิน

การติดต่อกับสถาปนิกเพื่อให้ข้อมูลในการออกแบบนั้น สิ่งแรกที่เจ้าของบ้านต้องมีคือลักษณะและขนาดของที่ดิน หากเจ้าของบ้านจำข้อมูลที่ดินไม่ได้ ควรนำโฉนดที่ดินไปให้สถาปนิกดู เพื่อตีความความต้องการขนาดบ้านและพื้นที่ใช้สอยออกมาให้เหมาะสมกับขนาดที่ดิน

หากที่ดินที่ต้องการสร้างบ้านมีต้นไม้ใหญ่ที่อยากเก็บไว้เป็นส่วนหนึ่งของบ้าน เจ้าของบ้านควรแจ้งแก่สถาปนิกเพื่อจัดทำแบบบ้านที่เหมาะสมกับตำแหน่ง

2. เตรียมข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนสมาชิก และความต้องการต่างๆ

จำนวนและความต้องการต่างๆ ของผู้พักอาศัย มีผลต่อการออกแบบทุกส่วนของบ้าน ซึ่งเจ้าของบ้านควรให้ข้อมูลกับสถาปนิกให้มากที่สุด เพื่อให้สถาปนิกนำข้อมูลไปใช้ประกอบการออกแบบให้ใกล้เคียงกับความต้องการ โดยข้อมูลที่เกี่ยวกับความต้องการนั้นมีหลายส่วน เช่น

  • แนวความคิด หรือคอนเซปต์แบบบ้านที่อยากได้ เช่น บ้านมีสวน มีสระว่ายน้ำ หรือบ้านที่รองรับผู้สูงอายุ
  • รูปแบบบ้าน และสไตล์ที่อยากได้ เช่น บ้าน 2 ชั้นสไตล์โมเดิร์น หากมีแบบบ้านในฝันที่อยากให้ให้นำภาพให้สถาปนิกดูเพื่อเป็นไกด์ในการออกแบบ
  • วัสดุหลักที่จะใช้ในการสร้างบ้าน
  • ความต้องการเรื่องการใช้สอย เช่น บ้านกี่ห้องนอน กี่ห้องน้ำ ต้องการพื้นที่จอดรถกี่คัน ลักษณะครัวไทยหรือครัวฝรั่ง
  • หากเจ้าของบ้านสนใจเรื่องเกี่ยวกับฮวงจุ้ย หากมีข้อมูลเรื่องตำแหน่งและทิศทางฮวงจุ้ยแล้วควรแจ้งกับสถาปนิกด้วย

3. ข้อมูลเกี่ยวกับงบประมาณ

งบประมาณการสร้างบ้านถือเป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของบ้านควรแจ้งแก่สถาปนิก เพราะหากเจ้าของบ้านมีข้อมูลงบประมาณการสร้างที่ชัดเจน จะทำให้สถาปนิกรู้ขอบเขตของการออกแบบ สามารถคำนวนขนาดบ้าน รวมถึงการเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสม ทำให้งบไม่บานปลายภายหลัง

4. ศึกษาทำความรู้จักสไตล์บ้านในงานออกแบบ

การศึกษาเกี่ยวกับลักษณะและจุดเด่นของสไตล์บ้านแต่ละแบบ จะช่วยให้เจ้าของบ้านสามารถพูดคุยและแจ้งความต้องการแบบบ้านคร่าวๆ ให้กับสถาปนิกได้ เช่น

  • แบบบ้านสไตล์ Modern แบบบ้านที่ตอบโจทย์การใช้สอยได้สูงสุด โดยเน้นการนำวัสดุในอุตสาหกรรมสมัยใหม่มาใช้ เช่น เหล็กและกระจกซึ่งเป็นเป็นจุดเด่นของบ้าน แบบบ้านนี้จะเน้นความเป็นธรรมชาติของวัสดุและโครงสร้าง ซึ่งให้ความรู้สึกหรูหราในความเรียบง่าย
  • แบบบ้านสไตล์ Classic แบบที่เน้นงานฝีมือชั้นสูงฝั่งตะวันตกซึ่งมีความสง่างามและความอ่อนช้อยของลวดลาย เน้นการใช้โทนสีดำ ขาว น้ำตาล ครีม ทอง และเงิน
  • แบบบ้านสไตล์ Contemporary เป็นลักษณะแบบบ้านร่วมสมัย มีการผสมผสานกันระหว่างความโมเดิร์นกับคลาสสิกเข้าด้วยกัน
  • แบบบ้านสไตล์ Oriental บ้านกลิ่นอายตะวันออก โดยใช้วัสดุหลักที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น เน้นการออกแบบให้มีความเรียบง่ายตามวิถีชีวิต สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศและภูมิประเทศ ลักษณะบ้านค่อนข้างโปร่งและเย็นสบาย
  • แบบบ้านสไตล์ Tropical บ้านที่ประยุกต์การตกแต่งให้เข้ากับภูมิอากาศเขตร้อนชื้น โดยมีจุดเด่นคือการสร้างความรู้สึกอยู่สบาย ผ่อนคลาย เสมือนการพักผ่อนในวันหยุด แบบบ้านมีความเป็นเอกลักษณ์ เน้นความโปร่งและโล่ง มีการใช้แสงธรรมชาติประกอบเป็นจุดเด่น

5. ศึกษาเกี่ยวกับศัพท์สร้างบ้านเบื้องต้น

นอกจากข้อมูลต่างๆ ที่มีความจำเป็นต่อการออกแบบที่ต้องเตรียมให้สถาปนิกแล้ว การจะคุยกับสถาปนิกให้รู้เรื่องเจ้าของบ้านเองควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับศัพท์เบื้องต้นเกี่ยวข้องกับการสร้างบ้าน เพื่อให้เรื่องที่คุยกันสามารถปะติดปะต่อได้ง่าย มีความเข้าใจทุกอย่างถูกต้องตรงกัน

6. ศึกษาวิธีการดูแบบแปลน

แปลน เป็นเหมือนสื่อกลางที่สถาปนิกใช้สื่อสารกับเจ้าของบ้าน โดยจะแสดงให้เห็นว่าบ้านหลังนั้นๆ มีพื้นที่ใช้สอยเท่าไร ประกอบด้วยห้องอะไร มีอะไรวางตำแหน่งไหน แต่ละองค์ประกอบของบ้านมีขนาดเท่าไร ซึ่งสำหรับเจ้าของบ้านมือใหม่อาจไม่เข้าใจวิธีการอ่านแปลน จึงควรต้องศึกษาวิธีการอ่านและสัญลักษณ์ต่างๆ เบื้องต้น เพื่อให้เข้าใจเมื่อสถาปนิกนำเสนอแบบบ้าน และแจ้งความต้องการได้ชัดเจนขึ้น

เพราะบ้านคือองค์ประกอบสำคัญในการใช้ชีวิต การสร้างบ้านสักหลังหากเจ้าของบ้านซึ่งเป็นผู้พักอาศัยโดยตรงมีส่วนร่วมในการออกแบบตั้งแต่ต้น มีการเตรียมพร้อมทั้งด้านงบประมาณและข้อมูลความต้องการที่ให้สถาปนิกอย่างครบถ้วน จะทำให้ได้บ้านที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อคุณจริงๆ  ออกแบบบ้าน

6 ขั้นตอนออกแบบบ้านเอง
6 ขั้นตอนออกแบบบ้านเอง

6 ขั้นตอนออกแบบบ้านเอง ง่าย สวยถูกใจกว่าที่คิด ออกแบบบ้านด้วยตนเอง การออกแบบด้วยสถาปนิกนั้นนับเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการสร้างบ้าน การออกแบบด้วยสถาปนิกนั้นนับเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการสร้างบ้าน สถาปนิกที่เก่ง จะช่วยแก้ปัญหาการจัดสรรพื้นที่ ช่วยให้บ้านของเราสวยงาม มีสไตล์ แถมยังอยู่สบายสอดคล้องกับการใช้ชีวิตของผู้อาศัยในบ้าน แต่หากต้องการสร้างบ้านหลังเล็ก เน้นการอยู่อาศัยอย่างง่าย การออกแบบบ้านด้วยตนเองเป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถทำได้ จุดสำคัญคือการสื่อสารกับช่างก่อสร้างให้ได้ทราบถึงความต้องการของเราเอง และวิธีการสื่อสารที่ง่ายที่สุดในการสร้างบ้าน นั่นคือการวาดแปลนบ้านนั่นเองครับ สำหรับวันนี้ “บ้านไอเดีย” ขอนำหลักการออกแบบบ้านด้วยตนเองอย่างง่าย โดยจะเน้นไปถึงการจัดสรรพื้นที่ พร้อมกับวาดผังแปลนภายในบ้านด้วยตนเอง เพื่อนำแปลนดังกล่าวไปให้ผู้รับเหมาก่อสร้าง หรืออาจส่งต่อให้สถาปนิกเขียนแบบแปลนมาตรฐาน เพื่อจะได้นำไปต่อยอดเป็นแปลนบ้านใช้งานจริง

สำรวจที่ดิน : ก่อนจะถึงขั้นตอนการออกแบบบ้าน สิ่งแรกที่สำคัญเป็นอย่างมากคือการศึกษาแปลงที่ดินของเราเองให้ละเอียด ที่ดินมีหน้ากว้างกี่เมตร ลึกกี่เมตร ทิศไหนอยู่ด้านไหนบ้าง การสำรวจทิศทางนี้เพื่อที่จะให้เราได้วางผังบ้านได้อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศ ลมและแสงแดด ขนาดของที่ดินยังบอกถึงขนาดและรูปทรงของบ้าน เช่น มีที่ดิน 40 ตร.ม. แต่ต้องการพื้นที่ใช้สอย 200 ตร.ม แน่นอนว่าจะต้องออกแบบเป็นบ้าน 2 ชั้นเท่านั้น และการออกแบบจะต้องเผื่อขอบเขตระยะร่นตามกฎหมายกำหนดไว้ (อ่านกฎหมายระยะร่น)

1. กำหนดสไตล์ : การเลือกสไตล์ของบ้าน เป็นการกำหนดขอบเขต เป้าหมาย เพื่อให้จินตนาการของความต้องการมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ผู้อ่านอาจขับรถท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ พักรีสอร์ท เยี่ยมบ้านเพื่อน หรือหากให้สะดวกหน่อยก็เพียงคลิกเข้าชมเว็บไซต์บ้านไอเดีย ตัวอย่างบ้านเหล่านี้เราสามารถนำมาประยุกต์ กำหนดแนวทางการออกแบบบ้านในฝันของเราได้ แต่ต้องขอย้ำให้ทราบกันก่อนว่า เราสามารถนำดีไซน์มาประยุกต์ใช้ได้ แต่ไม่สามารถไปลอกแบบได้นะครับ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าของบ้านหรือเจ้าของแบบโดยตรง โดยปกติแล้วสไตล์ของบ้านมีค่อนข้างหลากหลาย ทั้งไทยประยุกต์ , Vintage , Loft , Minimal , Tropical , หรืออาจเลือกเอกลักษณ์ของบ้านจากต่างประเทศ เช่น บ้านสไตล์ทัสคานี เป็นต้น ทั้งหมดนี้ไม่จำเป็นต้องมีส่วนประกอบที่เหมือนกัน ไม่จำเป็นต้องเป๊ะ เราอาจผสมผสานรวมแต่ละสไตล์ เลือกจุดที่ชอบนำมาประยุกต์ใช้เพื่อให้กลายเป็นสไตล์ของเราเองได้เช่นกันครับ พบเจอที่ไหน ถ่ายภาพเก็บไว้ หรือหากชอบตัวอย่างแบบบ้านในเว็บบ้านไอเดีย ก็อาจจะเซฟลิงค์เก็บไว้ เผื่อตอนใช้งานจริงจะได้ค้นหาข้อมูลเจอ การเลือกสไตล์บ้านที่ดี นอกจากความชื่นชอบส่วนตัวแล้ว สถานที่ก่อสร้างเป็นสิ่งที่สำคัญ ควรออกแบบบ้านให้เหมาะสม สอดคล้องหรือดูเข้ากับสถานที่ ชุมชนที่อยู่อาศัยด้วย

2. เขียนความต้องการลงไป : ก่อนการออกแบบสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก คือการวิเคราะห์ความต้องการ ขั้นตอนนี้จำเป็นต้องพูดคุยกันทั้งครอบครัว มีสมาชิกกี่คน อยากได้อะไรบ้าง อยากได้แบบไหน มีเฉลียง ชานระเบียง มีกี่ห้องนอน กี่ห้องน้ำ เป็นคนชอบทำครัวหรือไม่ ห้องนั่งเล่น ห้องดูทีวี ห้องทำงาน โจทย์เหล่านี้แต่ละบ้านย่อมมีความแตกต่างกัน โดยเฉพาะความต้องการหลักพื้นฐาน เช่น จำนวนห้องนอน ห้องน้ำ เป็นต้น

3. กำหนดขนาด : เมื่อทราบความต้องการแล้ว กำหนดขนาดพื้นที่ใช้สอยของแต่ละห้องลงไป อยากให้กว้าง ยาว กี่เมตร การกำหนดขนาดแต่ละห้องจะช่วยให้สามารถวิเคราะห์หาพื้นที่ใช้สอยรวมทั้งหมดได้ ผลวิเคราะห์นี้จะทำให้การออกแบบบ้านชัดเจนยิ่งขึ้น รวมทั้งยังช่วยให้เราทราบอีกว่า เราควรสร้างบ้านกี่ชั้นถึงจะเหมาะสม หากมีที่ดินอยู่แล้วจำเป็นต้องออกแบบให้สอดคล้องกับที่ดิน แต่หากยังไม่มีที่ดิน การกำหนดขนาดพื้นที่ใช้สอย จะทำให้เราหาซื้อที่ดินได้ตามขนาดที่ต้องการ การกำหนดขนาดนี้ยังสามารถนำไปอิงกับการประมาณราคาก่อสร้างได้อีกด้วยครับ

4. กำหนดตำแหน่ง ทิศทาง : การออกแบบผังบ้านที่ดีควรออกแบบให้สอดคล้องกับธรรมชาติ เพื่อให้การอยู่อาศัยภายในบ้านเป็นไปอย่างเหมาะสมที่สุด  โดยรวมแล้วจะคำนึงถึงทิศทางของแสงแดด และทิศทางลม โดยแสงแดดจะส่องมากในทิศตะวันตก ทิศใต้ ห้องที่ต้องการแสงมาก เป็นห้องที่ต้องการกำจัดความชื้น เช่น ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องซักล้าง ส่วนห้องที่ต้องการแสงเพียงพอเหมาะ เช่น ห้องนอน , ห้องนั่งเล่น , ห้องทำงาน , ห้องดูหนัง เพราะหากแสงมากเกินไปอาจหมายถึงความร้อนที่มากขึ้นเช่นกัน

5. ลองวาดดูซิ :  เครื่องมือพื้นฐานที่สุดที่ใช้ในการวาดแปลน คือ ดินสอ + กระดาษ A4 หรือผู้อ่านถนัดใช้เครื่องมือใดก็สามารถเลือกได้ตามต้องการ ทั้งวาดด้วยมือหรือใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์มาช่วยก็สามารถทำได้เช่นกันครับ หลักการวาดแปลน วาดเป็นมุมภาพ 2D โดยให้นึกถึงการมองภาพจากบนหลังคาบ้าน ซึ่งอาจต้องทำความเข้าใจกับสัญลักษณ์พื้นฐานกันสักนิด เช่น ประตู หน้าต่าง ส่วนห้องอื่นๆสามารถวาดเป็นสี่เหลี่ยมในแบบห้องทั่วไป ทั้งนี้หากผู้อ่านไม่เข้าใจสัญลักษณ์ ก็ไม่เป็นปัญหาใด เพียงแค่วาดและเขียนคำอธิบายประกอบร่วมด้วย ให้พอสื่อสารได้ตรงกัน เพียงเท่านี้ก็สามารถนำไปคุยกับช่างรับเหมาได้แล้ว ออกแบบบ้าน

การสร้างบ้านของบ้านประหยัดพลังงาน
การสร้างบ้านของบ้านประหยัดพลังงาน

การสร้างบ้านของบ้านประหยัดพลังงาน นิยมทำหน้าต่างบานใหญ่ รอบตัวบ้าน ประเทศไทยถือเป็นชนชาติหนึ่งที่ออกแบบบ้านประหยัดพลังงานได้

รั้วบ้านควรเป็นแบบโล่งโปร่ง

วัสดุและแบบของรั้วบ้านนั้นสำคัญ ทางที่ดีควรเป็นแบบโปร่งเพื่อปล่อยให้ลมสามารถถ่ายเทได้ และไม่ควรทำจากวัสดุเก็บความร้อนเช่นอิฐมอญหรือคอนกรีตเสริมเหล็ก

อย่าสร้างลานคอนกรีตในบ้าน

อย่าสร้างลานคอนกรีตในทิศทางที่แดดส่อง เพราะคอนกรีตเป็นวัสดุเก็บความร้อนในตอนกลางวัน และจะถ่ายเทความร้อนสู่ตัวบ้านในเวลากลางคืน หากเป็นไปได้ควรใช้วัสดุอื่นแทนคอนกรีด

สร้างบ้านให้ถูกทิศ

ในประเทศเรานั้น ทิศตะวันตกและทิศใต้มีอิทธิพลจากแสงแดดรุนแรงเป็นเวลา8-9เดือนต่อปี เพราะมุมของแสงแดดที่ส่องนั้นเป็นมุมต่ำที่เข้าสู่อาคารได้ง่าย เพราะฉะนั้นควรหลีกเลี่ยงการสร้างบ้านที่หันไปทางสองทิศดังกล่าว และควรนำทิศทางลมมาประกอบการตัดสินใจของคุณด้วย หากจำเป็นต้องสร้างบ้านที่หันไปทางทิศทางรับแดดจริงๆก็ควรสร้างกันสาดเพื่อบังแดดด้วย

ปลูกต้นไม้ในบริเวณบ้าน

ต้นไม้ใบหญ้านั้นสามารถช่วยสร้างร่มเงา บังแดดที่จะส่องมากระทบตัวบ้าน และยังช่วยลดความร้อนอีกด้วย แต่ทว่าในการปลูกต้นไม้ใหญ่ คุณควรเว้นระยะจากตัวบ้านสักเล็กน้อยเพราะว่ารากไม้นั้นสามารถสร้างความเสียหายกับโครงสร้างบ้านได้

ปูแผ่นพลาสติกในพื้นชั้นล่าง

ในส่วนของชั้นล่างหรือ Ground floor คุณควรปูแผ่นพลาสติกในส่วนของโครงสร้างพื้นเพื่อลดความชื้นที่สามารถระเหยขึ้นมาจากพื้นดินและลดภาระของเครื่องปรับอากาศ ส่งผลให้ค่าไฟลดลงตามไป

ประตูหน้าต่างควรมีทางลม

คุณควรวางทิศทางของประตูและหน้าต่างไว้ในทิศที่ระบายลมได้ดี และอย่าลืมติดตั้งมุ้งลวดเพื่อกรองฝุ่นผงที่สามารถปลิวเข้ามาในบ้านด้วย กระทั่งเฟอร์นิเจอร์คุณก็ควรวางโดยดูทิศทางของกระแสลมให้อย่าขวางทางลม อีกทั้งชนิดของประตูและหน้าต่างก็มีความสำคัญ เช่นว่าหน้าต่างบานเปิดสามารถรับกระแสลมได้ดีที่สุดแต่ต้องจัดวางในตำแหน่งที่เหมาะสมหรือตำแหน่งที่รับลมได้ดี

ใส่ฉนวนกันความร้อนและช่องระบายอากาศที่หลังคาเสมอ

ฉนวนกันความร้อนจะเป็นตัวป้องกันไม่ให้ความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน คุณควรติดตั้งฉนวนในทุกห้องที่มีเครื่องปรับอากาศและบนหลังคา การมีช่องระบายอากาศจะช่วยระบายความร้อนซึ่งถูกกักเก็บไว้บริเวณใต้หลังคา แต่ก็ต้องติดตั้งตาข่ายเอาไว้กันพวกสัตว์เล็กต่างๆเข้าไปทำรังในนั้นด้วย

แยกครัวออกจากตัวบ้าน

การทำอาหาร โดยเฉพาะอาหารไทยจะทำให้เกิดความร้อนในบ้าน ทั้งจากเตาไฟ เตาแก๊ส และเตาอบ หากสามารถกำหนดได้ก็ควรสร้างห้องครัวให้แยกจากตัวบ้านเพื่อลดอุณหภูมิ ออกแบบบ้าน

แบบบ้านขนาดเล็ก
แบบบ้านขนาดเล็ก

แบบบ้านขนาดเล็ก ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง สาเหตุน่าจะเป็นเพราะว่าจำนวนประชากรที่ขยายเพิ่มขึ้น วันนี้ได้รวบรวมแบบบ้านขนาดเล็กพื้นที่ใช้สอยไม่เกิน 100 ตร.ม. มาให้เพื่อนๆ ชาวเว็บที่กำลังจะสร้างครอบครัวได้ลองชมกัน

 

1. แบบบ้านชั้นเดียวหน้าแคบ หลังคาทรงจั่ว ออกแบบเรียบง่ายกะทัดรัด 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอย 90 ตร.ม.

2. แบบบ้านสไตล์โมเดิร์นขนาดเล็ก ทรงเพิงหมาแหงน ผนังปูนเปลือย 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอย 45 ตร.ม.

3. แบบบ้านสไตล์โมเดิร์นชั้นเดียว พร้อมระเบียงกว้างสำหรับนั่งชิล เหมาะทำเป็นรีสอร์ทต่างจังหวัด ออกแบบบ้าน

4. แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น โทนสีเทาเรียบง่าย 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอยกะทัดรัด 79 ตร.ม.

 

 

App สร้างแปลนบ้านง่าย ๆ
App สร้างแปลนบ้านง่าย ๆ

App สร้างแปลนบ้านง่าย ๆ ด้วยตัวคุณเอง เชื่อว่าใครหลายคนในยุคสมัยนี้ ต่างก็มีความคิดที่อยากจะสร้างบ้านในราคาที่แสนประหยัดและมีประสิทธิภาพ

Madrees เป็นแอปฯ ที่ช่วยออกแบบและตกแต่งบ้าน ใช้งานง่าย ผู้ใช้ไม่ต้องมีทักษะพิเศษอะไรมาก ช่วยให้คุณสามารถทดลองวาดให้สวยงามและสมจริงได้ทั้งแบบ 2D และ 3D และยังมีฟังก์ชันแกลลอรี่ที่เก็บรวบรวมภาพการออกแบบต่าง ๆ ที่หลายคนแชร์ไว้แบ่งปันกันดูด้วย ออกแบบบ้าน

เว็บไซต์และแอปพลิเคชั่น
เว็บไซต์และแอปพลิเคชั่น

เว็บไซต์และแอปพลิเคชั่น

เว็บไซต์และแอปพลิเคชั่น โดนใจรูมมาก แหล่งรวมไอเดียชั้นเลิศ มหึมาจากทั่วทุกมุมโลกให้คุณได้สัมผัสแบบเรียลไทม์

AUTODESK© HOMESTYLER

Website : www.homestyler.com
App Store : Homestyler Interior Design
Play Store : Homestyler Interior Design

บริษัทที่คุ้นหูกันดีนามว่า Autodesk ผู้ผลิตโปรแกรมหลากหลายช่วยให้การทำงานของเหล่าบรรดาสถาปนิกและอินทีเรียร์เป็นไปอย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นการวางแบบแปลนโดย AutoCAD หรือการขึ้นภาพจำลองสามมิติด้วย 3ds Max สรรค์สร้างทางเลือกใหม่ในนาม Autodesk© Homestyler เพื่อให้การวางแปลน และการขึ้นภาพจำลองง่ายขึ้น สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นนี้ได้ทั้งในระบบ iOS และ android สำหรับการออกแบบห้องในรูปแบบสามมิติ หรือการวางผังก่อนขึ้นเป็นรูปสามมิติทางเว็บไซต์ www.homestyler.com

ส่วนวิธีการใช้งานก็แสนง่ายดายทีเดียวสำหรับมือใหม่ โดยทำตามสเต็ปที่มีสัญลักษณ์รูปภาพกำกับในทุกคำสั่ง ผู้ใช้งานสามารถเลือกวัสดุ และเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องได้เสมือนจริงทั้งสีสัน เท็กซ์เจอร์ หรือแม้กระทั่งแสงเงาของบรรยากาศ เมื่อผลงานภาพสามมิติสำเร็จแล้ว ยังสามารถอัพโหลดและแชร์ให้กลุ่มผู้ใช้งานด้วยกันชมผ่านทางพอร์ทโฟลิโอบนเว็บไซต์ หรือแชร์ผ่านทางโซเชียลเน็ตเวิร์คให้เพื่อนของเราเห็นผลงานได้อีกด้วย ออกแบบบ้าน

ทำความรู้จักกับสถาปนิก
ทำความรู้จักกับสถาปนิก

ทำความรู้จักกับสถาปนิก ผู้ทรงคุณวุฒิในการสร้างสรรค์ทางออกแบบก่อสร้าง ออกแบบงานสถาปัตยกรรม โดยร่วมวางแผนการก่อสร้างกับวิศวกรและผู้ที่เกี่ยวข้อง เป็นผู้ที่เข้าใจในมาตรฐานงานออกแบบและการก่อสร้างอาคาร เข้าใจถึงหน้าที่และประโยชน์ของพื้นที่ใช้สอย รวมถึงวัสดุและงบประมาณ ซึ่งต้องได้รับการศึกษาทางสถาปัตยกรรมศาสตร์และได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรม ออกและรับรองโดยสภาสถาปนิก จึงจะสามารถทำงานในวิชาชีพสถาปนิกได้อย่างมีมาตรฐานและเต็มประสิทธิภาพ

หน้าที่หลักของสถาปนิก

เป็นผู้ถ่ายทอดความต้องการ ความรู้สึก ความแตกต่าง ความหลากหลาย ความเป็นเอกลักษณ์ จากความชอบของลูกค้าให้ออกมาเป็นรูปธรรมผ่านงานสถาปัตยกรรม ไม่เพียงแค่ออกแบบบ้านให้ตอบสนองในด้านฟังก์ชันเท่านั้น แต่ยังรวมถึงรูปลักษณ์ที่ดูดีทั้งภายใน ภายนอก และความคุ้มค่าในระยะยาวอีกด้วย เป็นผู้เขียนแบบแปลนให้ลูกค้า ก่อนการสร้างบ้านต้องนำแบบก่อสร้างไปขออนุญาตการก่อสร้างจากทางสำนักงานเขต โดยข้อกำหนดและข้อกฎหมายควบคุมอาคารก็จะแตกต่างกันออกไปตามแต่ละพื้นที่ เมื่อมีแบบก่อสร้างแล้วจะทำให้จัดระบบการใช้งบประมาณการก่อสร้างได้อย่างคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ และสถาปนิกยังเป็นบุคคลสำคัญในการควบคุมให้การสร้างบ้านเป็นไปตามมาตรฐานตามที่ได้ออกแบบไว้และสร้างได้อย่างถูกกฎหมาย ทั้งนี้กว่าจะสร้างบ้านได้สักหนึ่งหลังสถาปนิกจึงถือว่ามีส่วนสำคัญ

ซึ่งที่เทรนดี้ โฮม แบบบ้านของเรามีการออกแบบโดยทีมสถาปนิกผู้เชี่ยวชาญ ด้วยโปรแกรม Archicad ซึ่งเป็นโปรแกรมที่นิยมใช้ทั่วทั้งยุโรปและอเมริกา รวมไปถึงบริษัทชั้นนำของประเทศไทย ทำให้แบบบ้านดูโดดเด่น ดูทันสมัย  ทำให้งานที่ออกแบบมีความถูกต้องและรวดเร็ว และยังสามารถประมาณราคาและปริมาณวัสดุที่จะใช้ในการก่อสร้างได้อีกด้วย สถาปนิก

เว็บไซต์
เว็บไซต์

เว็บไซต์ ออกแบบบ้านฟรี ด้วยตัวเอง วางแผนการตกแต่งอย่างถี่ถ้วนและคนที่ลงมือทำกันทันที ชัดเจนมากพอ ถือว่าครบเครื่องพอสมควร  AutoDesk Homestyler อีกหนึ่งเว็บไซต์ที่ให้บริการออกแบบฟรีผ่านเว็บไซต์ www.homestyler.com โดย Homestyler จะแตกต่างจากเว็บไซต์อื่นตรงที่ เน้นไปที่การตกแต่งภายในเป็นพิเศษ สามารถเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่หลากหลายกว่า อีกทั้งเฟอร์นิเจอร์ที่เอามาให้ใช้ในโปรแกรม ยังเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่มีการวางขายจริงเสียอีก เมื่อตกแต่งสร็จก็สามารถคำนวณค่าใช้จ่ายของเฟอร์นิเจอร์ออกมาได้ด้วย เหมาะสำหรับผู้ที่อยากลองตกแต่งคอนโดหรือภายในบ้านด้วยตนเองก่อนที่จะไปเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์มาใช้จริง อีกทั้งสามารถแปลงงานออกแบบที่เราทำในเว็บไซต์ออกมาเป็นไฟล์ dwg (ไฟล์งานโปรแกรม autoCAD) ที่สามารถนำไปคุยต่อกับผู้รับเหมาหรือสถาปนิกได้เลยทันที และมีการบอกขนาดพื้นที่ใช้สอยภายในให้อีกด้วย ออกแบบบ้าน

วิธีออกแบบบ้านเอง
วิธีออกแบบบ้านเอง

วิธีออกแบบบ้านเอง ให้สวยตรงใจ ใช้งานได้จริง หลักเบื้องต้นที่ควรรู้ก่อนลงมือ แถมต้องได้บ้านที่สวยงามตรงตามใจแน่นอน

สำหรับคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์การออกแบบบ้านและแปลนบ้านถือเป็นเรื่องยากมาก เพราะนอกจากจะต้องคำนึงถึงความสวยงามและฟังก์ชันการใช้งานแล้ว ยังต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายที่น่าปวดหัวอีกต่างหาก ดังนั้นสำหรับคนที่กำลังจะออกแบบบ้านด้วยตัวเองและกำลังมองหาแรงบันดาลใจอยู่ วันนี้กระปุกดอทคอมรวบรวมเคล็ดลับการออกแบบบ้านอย่างมีประสิทธิภาพมาฝาก รับรองรู้ไว้ช่วยให้เรื่องยากกลายเป็นเรื่องง่ายขึ้นได้ แถมต้องได้บ้านที่สวยงามตรงตามใจแน่นอน

1. เลือกประเภทที่อยู่อาศัยให้เหมาะกับสมาชิก ไม่ใช่ว่าทุกครอบครัวจะต้องการบ้านขนาดใหญ่ และก็ไม่ใช่ว่าทุกครอบครัวจะเหมาะกับบ้านขนาดเล็ก ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดก่อนจะออกแบบบ้าน คือ การเลือกประเภทที่อยู่อาศัยให้เหมาะสมกับจำนวนสมาชิกในครอบครัว เช่น บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ หรือคอนโด โดยลองพิจารณาดูว่า ควรจะพื้นที่เท่าไรถึงจะเข้ากับไลฟ์สไตล์ของทุกคน เพื่อนำไปคำนวนต่อว่าภายในที่พักอาศัยของเราควรมีห้องนอนเท่าไร ห้องน้ำเท่าไร และเพิ่มเติมส่วนไหนบ้าง

2. ให้ความสำคัญกับเลเอาต์เป็นอันดับแรก หลักจากเลือกประเภทที่อาศัยได้แล้ว ควรให้ความสำคัญกับแปลนบ้านก่อนการตกแต่ง เพราะแม้บ้านจะสวยงาม แต่ถ้าหากไม่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันก็เปล่าประโยชน์ ดังนั้นใครที่กำลังจะออกแบบบ้านแล้วละก็ ควรออกแบบแปลนบ้านให้เสร็จก่อน โดยพิจารณาว่าจะวางตำแหน่งแต่ละห้องอย่างไร ระหว่างพื้นที่ส่วนกลางและพื้นที่ส่วนตัว อยู่ติดกันได้หรือแยกคนละโซนไปเลนดีกว่า เพื่อป้องกันเสียงรบกวน หรือห้องนั่งเล่น ห้องกินข้าว ห้องครัว กั้นผนังดีไหม หรือออกแบบแบบ Open Plan ดีกว่า

3. ตกแต่งให้สอดคล้องกับพื้นที่ หลังจากเลือกแปลนบ้านที่ต้องการได้แล้ว ก็ถึงขั้นตอนของการตกแต่ง ซึ่งควรเลือกให้สอดคล้องไปกับพื้นที่ ขนาด และการจัดวางแปลนบ้าน เช่น หากภายในบ้านค่อนข้างเล็ก ควรเลือกการตกแต่งสไตล์โมเดิร์น เพราะทั้งโทนสีและการออกแบบในสไตล์นี้จะช่วยให้ภายในบ้านดูกว้างขวาง สว่าง บรรรยากาศปลอดโปร่ง มากกว่าสไตล์เทรดิชันนอลหรือบ้านแบบดั้งเดิม ที่มักจะใช้ผนังกั้นห้องแบ่งพื้นที่ ซึ่งจะทำให้บ้านที่มีขนาดเล็กอยู่แล้วยิ่งดูแคบลง

4. คำนึงถึงข้อดี-ข้อเสียของแต่ละจุด เมื่อได้แบบบ้านที่ถูกใจแล้ว ก็อย่าเพิ่งลงมือทันที ลองพิจารณาถึงข้อดี-ข้อเสียของแต่ละจุดสักรอบ เช่น หากเป็นคนชอบหน้าต่างบานใหญ่ ๆ เพราะอยากให้บ้านสว่างและมองเห็นวิวด้านนอกแล้ว อย่าลืมดูด้วยว่าตรงกับทิศแดดหรือไม่ แดดเข้าช่วงไหน ไม่อย่างนั้นก็จะทำให้บ้านร้อน อาจจะต้องติดกันสาดหรือเปลี่ยนผ้าม่านแบบกันความร้อน

5. ตั้งงบประมาณให้ชัดเจน อีกหนึ่งปัญหาการตกแต่งบ้านที่หลายคนมักจะเจอก็คือ ซื้อของเข้าบ้านเพลินจนเกินไปงบ เพราะอยากได้ไปหมดทุกอย่าง ยิ่งหาก็ยิ่งเจอของที่ถูกใจ ฉะนั้นควรตั้งงบประมาณที่จะใช้ให้ชัดเจนและพยายามควบคุมให้อยู่ในวงเงินที่กำหนดเอาไว้ ป้องกันไม่ให้งบบานปลายหรือเกินได้นิดหน่อยแต่ไม่มากจนเกินไป ที่สำคัญอย่าลืมทำบัญชีเอาไว้ด้วย จะได้รู้ว่าใช้จ่ายกับอะไรไปบ้าง และสามารถลดตรงไหนช่วยประหยัดได้อีก

6. ถามความเห็นจากผู้รู้ ทั้งนี้เพื่อลดปัญหาที่จะตามมาภายหลัง ควรปรึกษาหรือถามความเห็นจากคนที่อยู่แวดวงการออกแบบ อาจจะเป็นคนรู้จักที่มีประสบการณ์หรือผู้เชี่ยวชาญอย่าง สถาปนิกหรืออินทีเรียเพิ่มเติมด้วย เพราะพวกเขาเหล่านี้มีความรู้ความในเชิงลึก สามารถให้คำปรึกษาได้รอบด้าน รวมถึงการปรับและแก้ไขจุดบกพร่องต่าง ๆ เพื่อให้บ้านเหมาะสมกับเราและน่าอยู่ยิ่งขึ้น

7. เชื่อสัญชาตญาณตัวเองบ้าง เพราะการออกแบบบ้านไม่มีผิด ไม่มีถูก ฉะนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือความเหมาะสมและความต้องการ นอกจากวิธีการออกแบบที่กล่าวมาแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำตามเป๊ะ ๆ ทุกข้อ บางอย่างอาจจะดูนอกกรอบไปบ้าง แต่ถ้าลองพิจารณาดูแล้วว่าเป็นสิ่งที่เราชอบและเข้ากับลักษณะการใช้ชีวิตประจำวัน ให้เชื่อสัญชาตญาณและทำตามความต้องการของตัวเองบ้าน หรือพูดง่าย ๆ ว่า ถ้ารู้สึกว่าใช่ ก็คือใช่ ไม่จำเป็นต้องอิงตามใคร ตามตำราปลูกเรือนตามใจผู้อยู่นั่นเอง

การออกแบบบ้านมีหลาย ๆ ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นนอกจากเรื่องการตกแต่งที่สวยงามตามใจชอบแล้ว ก็อย่าลืมคำนึงถึงจำนวนสมาชิกในบ้าน ลักษณะการใช้ชีวิตประจำวันของแต่ละคน รวมถึงความสะดวกสบายต่าง ๆ ด้วยนะคะ เพื่อให้บ้านเป็นบ้านที่น่าอยู่อย่างแท้จริง และจะได้ไม่ต้องตามแก้ไขทีหลัง ออกแบบบ้าน