เทย่า โรเจอร์
เทย่า โรเจอร์

เทย่า โรเจอร์ มารายงานตัวกับพี่ๆ แล้ว สำหรับลูกคนแรกของคู่รักสุดหวาน เทย่า โรเจอร์ กับนักฟุตบอลหนุ่มหล่อ มิก้า ชูนวลศรี หลังจากก่อนหน้านี้ทั้งคู่เพิ่งควงกันถ่ายแบบที่เห็นเทย่ากำลังอุ้มท้องโต โดยเทย่าได้คลอดตั้งแต่วันที่ 2 ก.พ.

และทั้งคู่ เทย่า-มิก้า นั้นเพิ่งจะออกมาโพสต์รูปครอบครัวลงอินสตาแกรมเป็นครั้งแรกในวันนี้ (4 ก.พ.) โดยเทย่าได้เขียนแคปชั่นไว้ว่า “First we had earch other, then we had you. Now we have  everything 02.02.2021…19:20:21….3.665kg (8.08lbs)….50.5cm”

ซึ่งป้ายชื่อนั้นเขียนชื่อลูกสาวไว้ชัดเจนว่า “MILA” น้องแก้มยุ้ย หน้าตาน่ารักน่าชังมาก ซึ่งก็มีเพื่อนพี่น้องในวงการบันเทิงมาแสดงความยินดีกันมากมายกับสมาชิกตัวน้อยๆ เช่น มาร์กี้ ราศรี,ลิเดีย,ศรีริต้า,มะลิ โคทส์

เป็นนักแสดงนางแบบลูกครึ่งที่โด่งดังและโลดแล่นในวงการบันเทิงมาหลายปี สำหรับ เทย่า โรเจอร์ส และตอนนี้ได้แต่งงานกับนักฟุตบอลทีมชาติชื่อดัง มิก้า ชูนวลศรี ล่าสุดในรายการ คลับฟรายเดย์โชว์ ทาง GMM25 เทย่า ได้มาเปิดใจเล่าถึงชีวิตและเรื่องราวความรักแบบไม่มีกั๊ก ufabet

“ตอนอายุประมาณ 14-15 ค่ะ เรียนอินเตอร์ ช่วงถ่ายละครเรื่อง ปริศนา เรียนที่ไทยก่อนที่จะย้ายไปเมืองนอกค่ะ เค้าเป็นลูกครึ่ง เราไปแอบชอบเค้าก่อนด้วย คือคนนี้หล่อดี เห็นผ่านๆ จากจอทีวี แอบกรี๊ดกับเพื่อนแบบเด็กๆ เนอะ แต่ไม่รู้จักเค้า ไม่เคยเจอ

แต่สุดท้ายเค้าได้เบอร์โทรเรามาจากเพื่อน แล้ววันหนึ่งเค้าโทรมา เทย่าแบบใช่เหรอ เค้าจริงเหรอ ไม่ใช่มั้ง นึกว่าเพื่อนมาแกล้ง

เค้าก็โทรมาถามว่าทำอะไรอยู่เหรอ เราก็คุยกันไป จนเราถามว่า ใคร เค้าก็พูดชื่อเค้า เราก็แบบ ใช่เหรอ แต่เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่า เค้ารู้มั้ยว่าเราชอบเค้า จนถึงวันนี้ก็ยังไม่รู้เหมือนกัน

ถามว่าในใจกรี๊ดมั้ย กรี๊ดมาก แต่ก็ยังคิดว่า ใช่เหรอ คุยกันมาได้ประมาณเดือนหนึ่ง แต่เรายังไม่เจอกันนะ เค้าไม่ยอมมาเจอ ในที่สุดมีงานปาร์ตี้กับเพื่อน และเค้าก็มาร่วมงานนั้นด้วย

ในที่สุดก็ได้เจอเค้าที่งานปาร์ตี้เพื่อน ก็เป็นแฟนกันตามประสาเด็ก จับมือกัน ไปดูหนังกัน ถือว่าเป็นรักครั้งแรกเลยค่ะ

ด้วยความที่เราเป็น เทย่า โรเจอร์ส คนก็อยากรู้จักเราเยอะ อยากเข้ามารู้จักเรา ผู้ชายคนนั้นก็ขี้หึงมาก ห้ามมีเพื่อนผู้ชาย ห้ามคุยกับคนโน้น และด้วยรักครั้งแรกของเรา ว่าการคบคนมันเป็นแบบนี้นี่เอง เราก็เลยยอม

ตอนนั้นเราถ่ายปริศนาอยู่ ก็ไม่มีเวลาให้เค้า เราคบกันประมาณ 2 ปี แต่ว่า 8-9 เดือนสุดท้ายที่คบกันเป็นช่วงที่เทย่าย้ายไปอยู่อเมริกาแล้ว ก็ซึ่งก็ยากไปอีก สมัยนั้นการสื่อสารยังไม่เหมือนตอนนี้ กว่าจะโทรหาคนยากมาก”

จบของคนนี้เหตุผลเพราะอะไร?

“เค้ามีคนอื่น เทย่ากลับมาถ่ายโฆษณาที่ไทย แล้วน่าจะไปนั่งทานข้าวกันมั้ง แล้วเค้าไปเข้าห้องน้ำ ก็มีโทรศัพท์โทรเข้ามาเครื่องเค้า

เราก็รับเพราะเป็นเบอร์ที่ไม่ได้เมมไว้ เป็นเสียงผู้หญิง เราก็บอกเค้าเข้าห้องน้ำ นี่ใครคะ คือเค้าเป็นฝรั่ง เค้าก็ถามเราว่าใคร เราบอกนี่เทย่า เค้าก็ถามว่า กลับมาแล้วเหรอ

เราก็เอาสิ แปลว่ารู้ว่าเราไม่ได้อยู่ในประเทศ เราก็ถามจะฝากข้อความไว้มั้ย เค้าบอกไม่เป็นไร และถามเราว่ากลับมานานเหรอ เราก็บอกว่า ใช่ กลับมานานแล้ว

พอแฟนเราเดินกลับมาจากเข้าห้องน้ำ เราก็บอกว่ามีคนโทรมา เป็นผู้หญิง คือสีหน้ารู้เลยว่าเค้าไม่โอเค เราก็ถามว่าใคร เค้าก็บอกว่า ไม่สำคัญ เราก็ถามต่อว่า คนนี้ใครอะไรยังไง เกิดอะไรขึ้น แต่เค้าก็ยังขอโทษเรา

เราก็บอกว่า เอาอย่างนี้ จะคุยอีกมั้ย ไม่คุย จะเจออีกมั้ย ไม่เจอ เพราะเทย่าจะกลับเมืองนอก มันเป็นเรื่องใหญ่มากเลยนะ ถ้าจะเลิกคือเลิกตอนนี้ ตอนที่อยู่ต่อหน้า เพราะสามารถคุยกันให้รู้เรื่องได้ ไม่ใช่ว่า เทย่า กลับไปแล้วเลิก คุยกันตรงๆ ดีกว่า ไม่อยากดราม่า

เค้าก็แบบไม่ เราจะไม่คบเค้า จะมีเทย่าคนเดียว โอเคเราก็จะให้โอกาส บอกตรงๆ ว่าเป็นรักครั้งแรกของเรา แล้วเราโง่มาตลอด ด้วยความที่เค้าเช็กเราตลอด เราก็โอเคให้เค้าทำ เพราะเรายังเด็กด้วย

ก็ให้โอกาสเค้าและกลับไปคบกันใหม่ เค้าก็โทรมาหาเรา คุยกันปกติ เราก็งอนเพราะเค้าลืมวันเกิดเรา เค้าก็ขอโทษ เราก็ถามว่า ช่วงนี้ยุ่งมากเหรอ มีอะไรเครียดเหรอ ทำไมถึงลืม สักพักหลังจากนั้นเริ่มไม่โอเคแล้ว มันแย่ลงเรื่อยๆ

วันวาเลนไทน์เค้าโทรมาเล่าเรื่องผู้หญิงคนนั้น บอกว่า ไปเจอผู้หญิงคนนั้นมา บังเอิญเจอ ออกไปเที่ยวไปเจอที่ร้านอาหาร ก็เลยพาเค้ากลับบ้าน

เราก็งงว่า ทำไมไม่มีแท็กซี่เหรอ ที่บ้านก็มีรถ ทำไมต้องพากลับบ้าน เค้าบอกว่าแค่อยากจะมาคุยให้รู้เรื่อง เค้าก็บอกว่าอยากอธิบายให้รู้เรื่องกับเทย่า เราก็สงสัยมาอธิบายทำไม

สรุปเราก็ถามว่า ตกลงยูอยากจะคบกับเค้ามั้ย คือเราก็ดีใจนะที่เค้ามาเล่าให้เราฟัง ดีกว่าที่เราจะได้ยินจากคนอื่น

แต่ว่าการที่เค้ามาพูดแบบนี้ ก็หมายความว่า ยูน่าจะคบเค้ามากกว่าคบเรา เพราะว่าทำไมต้องทำสิ่งพวกนั้น ไปเจอเค้า ไปกินข้าวกับเค้า และพาเค้ากลับบ้าน และเราไม่ได้อยู่ที่ไทย ก็เลยเลิกกัน เพราะไม่รู้จะคบไปทำไม คือเราอกหัก ยิ่งเป็นครั้งแรกด้วย และอยู่เมืองนอก นั่งร้องไห้”

ครั้งหนึ่งที่ อ็องรี ให้เสื้อบอล?

“ค่ะ (หัวเราะ) ใช่ค่ะ ตีแยรี อ็องรี (เทียรี่ อ็องรี) ค่ะ ซึ่งตอนนั้น เทย่า ไม่รู้ว่าเค้าคือใคร ตอนนั้นเทย่า 20 ต้นๆ ก็มีเมเนเจอร์คนหนึ่งที่เป็นคนฝรั่งเศสที่รู้จัก ตีแยรี อ็องรี ซึ่งตอนนั้น ตีแยรี อ็องรี เพิ่งไปเริ่มเล่นที่นิวยอร์กกับนิวยอร์ก เรดบูลส์ เบกแฮมก็อยู่ในแอลเอ กับแอลเอกาแล็กซี่ ก็เป็นแมตช์ใหญ่ที่นิวยอร์กจะมาเจอแอลเอ

ผู้จัดการเทย่าบอกว่า ทีมเค้าจะมาพักใกล้ๆ บ้าน เทย่าจะไปนั่งดื่มกาแฟมั้ยเผื่อได้เจอเค้า และได้คุยเรื่องใหม่ๆ เรื่องฟุตบอล คือรู้ว่าจะเจอคนนี้ แต่ไม่รู้ว่าเค้าดัง เราก็โอเค ก็คิดว่าเป็นนักฟุตบอล นักกีฬาคนหนึ่ง ก็ไปนั่งดื่มกาแฟ แล้วเค้าก็ชวนไปดูแมตช์ พอเสร็จก็ไปทานข้าวกับเรา แล้วเค้าเอาเสื้อที่ใส่ในแมตช์มาให้เรา อยู่ในถุงพลาสติก พอเปิดดูก็เป็นเสื้อที่เต็มไปด้วยเหงื่อ

และด้วยความที่เราไม่รู้วัฒนธรรมฟุตบอล เราก็ให้เสื้อตัวใหม่ไม่ได้เหรอ เราก็โอเคเดี๋ยวเอากลับบ้านไปซัก ซึ่งตอนนี้อยู่ตู้เสื้อผ้าที่ไหนไม่รู้ ถามว่าจีบมั้ย อันนี้ไม่รู้ เค้าอาจจะกะจะจีบแหละ แต่ในเวลานั้นเหมือนลองให้ดูว่า เทย่าเป็นยังไง พอเราโอเค ขอบคุณนะ เค้าก็เหมือนอ่อโอเค ไม่อิน ก็เลยไม่จีบต่อ อันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน”

จากวันนั้นก็ได้มีแฟนเป็นนักฟุตบอล?

“เล่นหนังของพี่โดนัท แล้วเราต้องเล่นกับ ลีซอ ซึ่งตอนนั้น ลีซอ เป็นเพื่อนสนิทกับ มิก้า เคยเล่นบอลด้วยกัน แล้ววันหนึ่ง ลีซอ ก็ชวน มิก้า มาเยี่ยมที่กอง ก็เป็นครั้งแรกที่เจอเค้า ตอนแรกเราคิดว่าเค้าเป็นฝรั่งจ๋าเลย พูดไทยไม่ได้ แต่คำแรกคือ เค้าสวัสดีครับ เพราะเค้าหน้าตาฝรั่งกว่าเรามาก พูดไทยชัดมาก แหลงใต้ได้ด้วย”

มิก้า “เป็นคนใต้ครับ คนเกาะสมุย ผมเป็นลูกครึ่งเวลส์ครับ แม่เป็นเวลส์ พ่อเป็นคนสมุย คือผมโตมาจากเมืองนอก เลยชอบผู้หญิงที่ดูอินเตอร์ ผิวแทน ตอนนั้นไม่ได้ชอบดาราไทย แต่มาเจอเค้าสวยมาก เค้าเป็นดาราหรือผู้หญิงไทยคนแรกที่บอกกับเพื่อนว่า สวยมาก เพื่อนเราก็บอกว่า จริงเหรอ เป็นครั้งแรกเลยที่ได้ยินมิก้าบอกว่า ผู้หญิงไทยสวยมาก”

ปิ๊งเค้าก่อน?

มิก้า “จริงๆ ไม่ได้ปิ๊ง เค้าเป็นดาราด้วย เราก็คิดว่าคงไม่ได้คุยกับเค้า หรือว่าไปจีบเค้า เราคิดว่าเค้าเป็นดาราที่สวยและนิสัยดี”

ใครจีบใครก่อน?

เทย่า “มิก้ามาตามเทย่าบนไอจี แล้วมาคอมเมนต์ วันหนึ่งเทย่าไปปาร์ตี้กับเพื่อนแล้วลงรูปไอจีพร้อมแท็กสถานที่ มิก้า ก็มาคอมเมนต์ ชอบไปที่นั่นมากเลย วันที่ไอส่งดีเอ็มไปหา ยูทำอะไรอยู่”

มิก้า “ขับรถ ก็ต้องจอดเลยแล้วมาตอบเค้า แล้วก็ชวนพี่ลีซอไปปาร์ตี้กับแก๊งเค้าด้วย หลังจากนั้นเราก็ได้เจอกัน ไปปาร์ตี้กับแก๊งเพื่อน แล้วผมเองก็ไม่ได้คิดว่าเค้าชอบเรา หรือเราจะไปจีบเค้า”

เทย่า “มิก้ามักจะบอกเสมอว่า มักจะมีผู้หญิงมาจีบเค้า”

มิก้า “คือเราขี้อาย เราจะอยู่เฉยๆ นิ่งๆ จนเพื่อนๆ คนไทยถามว่า เป็นเกย์รึเปล่ามิก้า คือผมกลัวโดนปฏิเสธมากกว่าที่กล้าลองจะไปจีบเค้า”

เริ่มจากการเป็นแฟนกันยังไง?

เทย่า “คือเค้าโทรมาถามว่าเพื่อนเราโสดมั้ย เพื่อนเค้าชอบเพื่อนเราและอยากจีบ เราสองคนเลยได้เป็นตัวกลาง เราก็พาเพื่อนเราไปเจอ เค้าก็พาเพื่อนเค้าไปเจอกัน แต่เพื่อนเราขี้อายกันมาก กว่าจะได้คุยกันได้ก็ประมาณ 1-2 เดือน จนกระทั่งเค้าคบกัน เค้าก็ไม่ต้องการเราแล้ว มิก้า เลยโทรมาชวน เทย่า ออกไปไหนมาไหน เพราะตอนนั้นเพื่อนเราสองคนเค้าไม่ต้องการเราแล้ว เป็นแฟนกันแล้ว”

มิก้า “แต่คือตอนนั้นเราก็เริ่มสนิทกันแล้ว แต่ผมก็กลับมาคิดว่า ถ้าคบกับใครก็ไม่อยากมีรักทางไกลแล้ว เพราะตอนนั้นเค้าไปกลับเมืองนอก เมืองไทย แล้วผมเคยมีแฟนเก่าที่คบกันระยะไกล เลยมาคิดว่า ถ้าเราคบกับ เทย่า จะเป็นยังไงต่อไป เพราะผมเองก็ต้องเตะฟุตบอลที่เมืองไทย เราก็เลยถามเค้าว่า มีแพลนที่จะอยู่เมืองไทยมั้ย เค้าก็บอกว่า ถ้ามีอะไรให้มาก็มา ก็นานนะกว่าที่เราจะมาเป็นแฟนกัน”

ตกลงเป็นแฟนกันยังไง?

เทย่า “คือวันที่เราตกลงเป็นแฟนกัน คือเทย่าถามเค้า เพราะเราชินแล้วกับการที่เรามีแฟนทางไกล วันนั้นคุยกันนาน 5 ชม. คุยกันทุกอย่าง”

มิก้า “คุยกัน 5 ชม. เพราะที่ผ่านมามันดี ไม่อยากทำร้ายกัน คุยกันทุกอย่างเพราะไม่อยากเลิกและทำร้ายกัน”

อะไรที่คิดว่าเราจะไม่รอแล้ว จะเอาเดี๋ยวนี้?

มิก้า “คือเราคิดว่าเค้าใช่ทุกอย่าง”

ในทางกลับกัน เทย่า ถูกใจเค้ามั้ย?

เทย่า “มากๆ เพราะเทย่าไม่เคยเจอใครที่เข้าใจเทย่ามากแบบที่เค้าเข้าใจ วัฒนธรรมเราก็คล้ายกันด้วย เพระาเราไม่เคยเจอใครที่เหมือนเราเลย และทุกอย่างมันตรงกันเกือบเป๊ะ แต่โดยรวมแล้วเรามองตรงกันมาก ที่บอกรักทางไกล คือเรากำหนดไว้เลยว่า จะไม่ห่างกันเกิน 3 เดือน และทุกๆ 3 เดือนจะต้องกลับมาเจอกัน”

เป็นแฟนนักบอลเป็นยังไง?

มิก้า “มันง่ายมากเลย คือในมุมมองของผม นักฟุตบอลเวลาที่จะซ้อมมีแค่ 2-3 ชม. ช่วงเวลาอื่นก็มีเวลาว่าง การหาเวลาที่จะมาเจอกันมันก็ง่าย สำหรับผมฟุตบอลมาก่อน เพราะผมมีวันนี้เพราะฟุตบอล เทย่าเค้าจะรู้ ผมไม่เคยเสียสมาธิเลย”

เทย่า “อย่างที่ มิก้า บอกการเป็นนักฟุตบอลทุกอย่างมันต้องตามตารางใช่มั้ยคะ แต่มันไม่สามารถวางแผนอะไรได้ไกล คือเราจะรู้จากมิก้า สัปดาห์ต่อสัปดาห์ เพราะฉะนั้นมันยากมากที่เราจะหาเวลาไปทำอันนี้ ไปเจอกัน แต่อย่าพูดถึงการไปเที่ยวต่างประเทศเลย มันกะทันหันและยากมาก

แต่เทย่าเข้าใจนะคะ ว่าบอลต้องอันดับหนึ่ง เพราะมิก้าเค้าไม่เคยไม่ให้เวลากับเทย่าเลย ถึงเค้าจะยุ่งกับบอลมากแค่ไหน แต่ทุกอาทิตย์ก็ต้องมีวันหนึ่งที่เราสองคนจะไปทานข้าวด้วยกัน อาจจะไม่ได้เจอกันทุกวันเหมือนคนอื่น แต่เค้ายังให้ความสำคัญกับเรา และเทย่าไม่เคยรู้สึกว่าเค้าไม่มีเวลาให้เรา เพราะเรารู้ว่าเค้าพยายามหาเวลาให้เรา”

นักบอลเจ้าชู้มั้ย?

เทย่า “ได้ข่าวนะคะว่าเจ้าชู้ แต่กับมิก้า ไม่ใช่ค่ะ เพราะไม่งั้นคงไม่แต่งงานหรอก คือมีคนเคยมาบอกว่า นักบอลเจ้าชู้นะ เพราะมีแฟนคลับ มีคนเข้ามาเยอะมาก แต่เราก็แค่รับรู้และคิดในใจ คือหน้าตามิก้า เค้าเจ้าชู้ได้เลยนะ ทั้งหล่อ ทั้งเก่ง ถ้าเค้าอยากเจ้าชู้คงได้อะ แต่พอคุยไปคุยมา ก็รู้สึกว่าไม่น่านะ แล้วพอคุยกันจริงๆ เค้าก็บอกไม่เจ้าชู้ ก็เชื่อ”

มิก้า “คือผมเคยบอก เทย่า ว่า ตอนที่มีแฟนตอนอายุ 16 ไม่เคยนอกใจเลยสักครั้งเดียว อันนี้เป็นเรื่องจริง คือผมคิดมาตลอดว่า ถ้าเราโดนกระทำแบบนั้น จะรู้สึกยังไง และผมคิดว่าถ้าทำแบบนั้นเลิกไปเลยดีกว่า”

นิว วงศกร
นิว วงศกร

นิว วงศกร เป็นนักแสดงอิสระอีกคนที่ก่อนหน้านี้งานแน่น เห็นหน้าผ่านจอทีวีเกือบทุกวัน สำหรับหนุ่มหล่อ นิว-วงศกร ปรมัตถากร แถมยังมีอีเว้นต์รัวๆ แต่ล่าสุดในช่วง โควิด-19 แบบนี้ทุกคนต่างได้รับผลกระทบเรื่องรายได้ และงานที่หายไป ซึ่งหนุ่ม นิวเองก็เป็นหนึ่งคนที่ยอมรับว่ามีอาการนอยด์ คิดมากกับสถานการณ์นี้ ทำให้ต้องรัดเข็มขัดแน่นเรื่องการใช้จ่ายเพราะไม่มีงาน ไม่มีรายได้เข้ามาแถมยังตัดใจขายรถมอเตอร์ไซค์สุดโปรดไปถึง 4 คัน

ล่าสุดได้มีโอกาสเจอ นิว มาร่วมฟิตติ้งละคร “เมียหลวง” ของค่าย เชนจ์ 2561 เลยต้องพูดคุยกันถึงเรื่องนี้ ufabet 

นิว เผยว่า “ด้วยความไม่แน่นอนในตอนนี้เราก็พยายามเตรียมทุกอย่างที่คิดว่าอาจจะเกิดเป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน ปกติผมใช้ชีวิตเหมือนวันนี้เป็นวันสุดท้ายเสมออยู่แล้ว ผมจะบอกทุกคนเสมอว่าอะไรอยู่ตรงไหน ถ้าผมไม่อยู่ต้องทำอะไรบ้าง เราวางแผนไว้เพื่อไม่ให้คนที่อยู่ข้างหลังเราต้องลำบาก เคยมีช่วงนึงที่พารานอยด์มากๆ วิตกว่าถ้าเราไม่อยู่แล้วครอบครัวเราจะทำยังไง ผมก็คิดๆๆๆ แต่สุดท้ายก็มาคิดได้ว่ามันยังไม่เกิดขึ้นนี่นา เราแค่เตรียมวันนี้ วางแผนรับมือกับมันอย่างมีสติ ทำให้ดีที่สุดเท่าที่เราทำได้ก็พอครับ

ที่มาของความพารานอยด์ก็เกิดจากตัวผมเองนี่แหละ เรื่องโควิดด้วย อะไรที่เราเคยมีอย่างงาน อีเว้นต์มันก็แคนเซิลไป จริงๆ รายได้จากการเล่นละครเป็นรายได้เป็นก้อนก็จริงแต่ว่าเราถ่ายเรื่องนึง 6-7 เดือน ออนแอร์ถึงได้เงิน ระหว่างนั้นก็จะได้จากอีเว้นต์ พออีเว้นต์ไม่มีเราจะทำยังไงล่ะ เราก็ต้องนำเงินเก็บของเราออกมาใช้ แล้วมีแต่รายจ่าย ไม่มีรายได้เลย เราจะทำยังไง ทุกอย่างมันเข้ามาหมดก็เลยทำให้เราต้องคิดเยอะ ต้องวางแผนใหม่ ใช้ชีวิตแบบนิวนอร์มอล อะไรที่คิดว่าเป็นความสุขที่เงินซื้อได้ หรืออะไรที่เป็นความสุรุ่ยสุร่ายก็ทำไม่ได้แล้ว

  • วงศกร ปรมัตถากร (นิว) เป็นนักแสดงชาวไทย เริ่มอาชีพการแสดงจากงานถ่ายแบบ เดินแบบ จึงทำให้นิวได้เล่นละครเรื่องแรก “สายน้ำสามชีวิต” (2549) จากนั้นนิวก็ได้มีโอกาสก้าวขึ้นมาเป็นพระเอกเต็มตัวครั้งแรกในละครเรื่อง “กาษา นาคา” (2550) แสดงคู่กับนางเอก วรนุช ภิรมย์ภักดี ออกอากาศทาง ช่อง 7 เอชดี[1]นิวจบการศึกษาระดับอนุบาลจากโรงเรียนอนุบาลกำแพงเพชร จบการศึกษาระดับมัธยมตอนต้นจากโรงเรียนกำแพงเพชรพิทยาคม (ม.1-2) จบการศึกษาระดับมัธยมตอนปลายจากโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย (ม.3-6) จบการศึกษาปริญญาตรี คณะวิทยาศาสตร์ สาขาจุลชีววิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ภูมิลำเนาเดิมจังหวัดนครราชสีมา

    นิว ก้าวเข้าสู่เส้นทางสายบันเทิงเหมือนเด็กหนุ่มทั่วไป ด้วยรูปร่างและหน้าตาอินเทรนด์ที่ทำให้ต้องตาต้องใจแมวมอง ซึ่งทำให้นิว มีงานถ่ายแบบ เดินแบบอย่างสม่ำเสมอ จากการถ่ายแบบนี่เอง ที่ทำให้ นพพล โกมารชุน แห่งค่าย เป่า จิน จง ได้ชักชวนให้มาเล่นละครเรื่องแรก “สายน้ำสามชีวิต” (2549) ซึ่งละครเรื่องนี้ทำให้ นิว ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์มาปรับใช้กับการแสดง จากนั้น นิวก็ได้มีโอกาสก้าวขึ้นมาเป็นพระเอกเต็มตัวครั้งแรกในละครเรื่อง “กาษา นาคา” (2550) แสดงคู่กับนางเอกชื่อดังสาวสวย วรนุช วงษ์สวรรค์ และปี2551ก็ได้โอกาสเล่นละครเรื่อง “ธิดาวานร แสดงคู่กับนางเอกใหม่ อาเมเรีย จาคอป สังกัดเดียวกัน [2] ปัจจุบันเขาหมดสัญญากับสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ปัจจุบัน เป็นนักแสดงอิสระ

    ภาพยนตร์
    824 ทางผีผ่าน (2560) รับบท
    ละครเวที
    “พุทธะ ราชะ เดอะ มิวสิคัล” รับบทเป็น เจ้าชายสิทธัตถะ
    มิวสิกวิดีโอ
    เพลง ปั่นจักรยาน (Bike for Mom)
    เพลง เสียเวลาทำใจ Neo-x
    พิธีกร
    รายการ Sat Zone โซนมันส์วันเสาร์ (ช่อง 7)
    รายการ My Science (ช่อง 11)
    รายการ เจ-โซน (ช่อง 7)
    คอนเสิร์ต
    7 สีคอนเสิร์ต “WONGSAKORN & FRIENDS THE NEW SHOW” (วันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม 2557 ณ ลานไนน์สแควร์ ศูนย์การค้า เดอะไนน์ พระราม 9)

ก็อต-ริชชี่
ก็อต-ริชชี่

ก็อต-ริชชี่ สาดความหวานใส่กันผ่านภาพถ่ายอีกแล้ว ฝ่ายชายทวงทักเครดิตคนถ่ายรูปให้ หลายคนแซวไม่ปล่อยผ่านสักซีนเลยจริงๆ คู่รักป้ายแดงของวงการ ก็อต อิทธิพัทธ์ และ ริชชี่ อรเณศ ตั้งแต่เปิดตัวว่าทั้งคู่คือคนพิเศษของกันและกัน ความหวานก็พุ่งปรี๊ดทะลุปรอทไปเลย ทำให้รู้ว่าโลกสีชมพูของ ก็อต-ริชชี่ และแฮชแท็ก #ริชชี่แปลว่าแฟนก็อต เป็นแบบนี้นี่เองและไม่ได้มาเพราะโชคช่วยนะจ๊ะ เขาสองคนเกี่ยวก้อยกันสร้างความรัก

ล่าสุด ก็อต-ริชชี่ สาดความหวานผ่านภาพถ่ายในไอจีอีกแล้ว กับภาพเดี่ยวของ ริชชี่ นั่งทำอารมณ์เท่ๆ เหงาๆ อยู่ริมหน้าต่างซึ่งมาพร้อมกับแคปชั่นด้วยอีโมติคอนของรูปนาฬิกา และภาพนี้ทำเอาแฟนคลับเข้ามาแซวกันยกใหญ่ เพราะทางฝั่ง ก็อต ได้เข้ามาทักท้วงทวงหาเครดิตคนถ่ายให้  รู้เลยว่าทั้งสองคนหาเวลามุ้งมิ้งกันนี่เอง ufa

นอกจากนี้ยังปิดท้ายด้วยการเต้น TikTok คู่กันอีกด้วย…หวานเกินต้านจริงๆ คู่นี้

คู่รักแซ่บทะลุโควิด ไม่ต้องลุ้นรักแล้ว เพราะเปิดตัวชัดๆ รักกันจริงสนั่นไอจีไปเรียบร้อยแล้ว พระเอกสุดหล่อ ก็อต อิทธิพัทธ์ ฐานิตย์ และนางเอกหน้าหวานฉ่ำ ริชชี่ อรเณศ ดีคาบาเลส น่าจะค่อยๆ ปลูกต้นรักตั้งแต่เล่นละคร ซ่อนเงารัก ด้วยกัน ออกงานอีเวนต์บ่อย ร่วมงานโน่น นั่น นี่บ่อยไปอีก เลยค่อยๆ ดูใจกัน จนก่อเกิดเป็นรักงอกงาม ต้องรอดูว่าทางช่อง 3 จะจับทั้งสองมาเล่นละครด้วยกันอีกครั้งหรือไม่ หลังจากเลิกแอ๊บแล้ว เปิดตัวว่ารักกันจริงแล้ว ส่วนจะหวังแต่งหรือไม่นั้น รออีกสักพักใหญ่ๆ เนอะๆ เพราะคู่นี้น่าจะรักกันไปก่อนนานๆ ก่อนจะตัดสินใจแต่งงานสร้างครอบครัวสุขล้นด้วยกัน.

ให้ช่วงโควิด-19 เป็นสีชมพู เมื่อ “ก็อต” อิทธิพัทธ์ ฐานิตย์ และ “ริชชี่” อรเณศ ดีคาบาเลส เปิดตัวเป็นคู่รักป้ายแดงของวงการแบบหวานจัดเต็ม

ย้อนความสัมพันธ์ของคู่รัก “ก็อต-ริชชี่” ที่เริ่มมาจากสถานะเพื่อนร่วมงาน

โดย “ก็อต อิทธิพัทธ์” เข้าวงการด้วยงานถ่ายแบบ แต่แจ้งเกิดจากซีรีส์สายวาย “เดือนเกี้ยวเดือน” มีแฟนคลับมากมายทั้งในไทยและต่างประเทศ

เมื่อขึ้นแท่นนักแสดงเต็มตัวก็มีผลงานอย่างต่อเนื่อง อาทิ พ่อบ้านใจกล้าสตอรี่, น้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์, ลิขิตรักข้ามดวงดาว และดังไกลข้ามฝั่งไปเล่นซีรีส์จีน เรื่อง Hi, I”m SAORI

“ก็อต” กลับมาแจ้งเกิดอีกครั้ง กับพระเอกเต็มตัวในละคร “ซ่อนเงารัก” คู่กับ “ริชชี่” อรเณศ ดีคาบาเลส นางเอกสาวดีกรีนักกีฬาแบดมินตัน

ซึ่ง “ริชชี่” เป็นสาวเหนือลูกครึ่งไทย, ฟิลิปปินส์, สวิตเซอร์แลนด์, อังกฤษ และสเปน รวมถึงมีเชื้อสายเป็นชาวไทยเชื้อสายจีน เชื้อสายลาหู่

ก้าวแรกในวงการบันเทิง “ริชชี่” เข้าประกวดมิสทีนไทยแลนด์ แต่ต้องถอนตัวเนื่องจากติดแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ แม้จะพลาดโอกาสไปในช่วงแรกแต่ดวงจะแจ้งเกิดยังไงก็ต้องเกิด เมื่อผู้จัดการดารามือทอง “เอ” ศุภชัย ศรีวิจิตร ไปเจอ “ริชชี่” ซ้อมแบดมินตันอยู่ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก็ชวนให้มาแคสต์งานภาพยนตร์ และทำให้ “ริชชี่” ได้ประเดิมงานในวงการบันเทิงด้วยภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ “คู่กรรม” ในบทอังศุมาลิน เวอร์ชั่นที่มีพระเอกซุป”ตาร์ “ณเดชน์ คูกิมิยะ” เป็นโกโบริ

จากนั้น “ริชชี่” ก็เข้ามาเป็นนักแสดงในสังกัดช่อง 3 มีงานละครต่อเนื่อง สวยร้ายสายลับ, กุหลาบตัดเพชร, หน่วยลับสลับเลิฟ, กรงกรรม, ดวงแบบนี้ไม่มีจู๋, ซ่อนเงารัก ซึ่งระหว่างที่มีงานแสดง ในด้านกีฬา “ริชชี่” ก็ยังไม่ทิ้ง ยังมีตารางแข่งขันอยู่เรื่อยๆ

ต่อมา “ริชชี่” หมดสัญญากับช่อง 3 และก้าวออกมาเป็นนักแสดงอิสระ ได้ร่วมงานกับบ้านใหม่ที่ช่องวัน 31 ละคร ขอเกิดใหม่ใกล้ๆ เธอ, พระจันทร์แดง, สิเน่หาส่าหรี

ในช่วงที่ “ซ่อนเงารัก” ละครทิ้งทวนก่อน “ริชชี่” หมดสัญญากับช่อง 3 ออกอากาศนั้น ได้รับกระแสตอบรับจากแฟนละครอย่างมากมาย กับการพลิกบทบาทของ “ริชชี่” ที่ต้องมารับบทฝาแฝดชาย-หญิง และมีบทที่ต้องถูกจับสลับเพศ ซึ่งท้าทายฝีมือการแสดงไม่น้อย

และส่งผลให้ “ริชชี่” ถูกพูดถึงอย่างมากกับการพัฒนาฝีมือ จากที่เคยถูกวิจารณ์ถึงการแสดงที่ยังค่อนข้างแข็งมาก่อนหน้านี้

ขณะที่ละครได้รับกระแสตอบรับมากมาย แต่ก็มาคู่กับกระแสดราม่าของ “ริชชี่” กับการทำงานที่ทำให้ผู้ร่วมงานไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่ แต่สุดท้ายก็ได้มีการเคลียร์ประเด็นร้อนจนซาลงไป

แต่ในด้านลบ ก็ยังมีด้านบวก เมื่อมีข่าวว่าแม้ละครจบไปแล้วแต่ความสัมพันธ์ของพระเอก-นางเอก ยังไม่จบ มีข่าวกุ๊กกิ๊กของ “ก็อต-ริชชี่” ที่สวีตกันนอกจอ

ทั้งคู่ควงคู่กันออกงาน พร้อมแจงว่าสถานะยังคงเป็นเพื่อนที่สนิทกัน ดูแลกัน แต่สำหรับ “ก็อต” อาจจะได้โบนัสที่มากกว่าหนุ่มๆ คนอื่น เพราะเป็นเพื่อนชายคนแรกที่สนิทกับ “ริชชี่”

แม้ทั้งคู่จะยังเบรกสถานะไว้แค่เพื่อน แต่ความสัมพันธ์ก็น่ารักเกินเบอร์ มีควงกันไปเที่ยวทะเลหวานแหวว

ทำให้แฟนคลับชูป้ายเชียร์กันสุดฤทธิ์

ล่าสุดแฟนคลับที่เชียร์อยู่แล้วฟินหนักมาก เมื่อ “ก็อต” เปิดตัวเป็นแฟนกับ “ริชชี่” แบบสุดสวีตกลางไอจีของตัวเอง กับภาพโรแมนติกนั่งอยู่ในรถกับ “ริชชี่” อยู่กลางถนน พร้อมแคปชั่นแท็กถึง “ริชชี่” ว่า I finally found you @richyoranate #เขินจัง

ทำเอาโลกโซเชียลเป็นสีชมพู เพื่อนพ้อง พี่น้องในวงการ กระหน่ำแซว และแสดงความยินดี

จัดหวานแค่นี้ยังไม่พอ ฝั่งสาว “ริชชี่” ก็เข้ามาคอมเมนต์ด้วยประโยคหวานไม่แพ้กัน You are worth the wait. พร้อมหัวใจ 1 ดวง ต่อมา “ริชชี่” ก็ได้โพสต์ภาพคู่กับ “ก็อต” เป็นครั้งแรกหลังเปิดตัว พร้อมแคปชั่นหวานและแฮชแท็ก “I am lucky to have a friend like you.” #luckyiminlovewithmybestfriend

ทำเอาแฟนๆ ฟินหนักเข้าไปอีก เพราะลุ้นให้เป็นคู่จริงกันมาตั้งแต่ละครออกอากาศ พอทั้งคู่เปิดตัวปุ๊บ ทำเอาแฮชแท็ก #ริชชี่ที่แปลว่าแฟนก็อต กลับมาพุ่งปรี๊ดในโซเชียลทันที

งานนี้คงไม่ต้อง “ซ่อนเงารัก” กันอีก เพราะเปิดตัวเป็นคู่รักป้ายแดงของวงการกันแล้ว

ว่าน ธนกฤต
ว่าน ธนกฤต

ว่าน ธนกฤต ทำเอาบรรดาคนโสด ต้องอิจฉาตาร้อนกันเป็นแถบๆ เมื่อนักร้องสาวคนสวย ฟาง-ธนันต์ธรญ์ นีระสิงห์ หรือ ฟาง FFK นำเอาคลิปวีดีโอสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ระหว่างเจ้าตัวแล้วหวานใจรุ่นพี่ มาโพสต์ลงบนอินสตาแกรม @fangfangg พร้อมแคปชั่น “ต้อนรับเดือนกุมภา ด้วยคลิปเตะขาของคุณลุง ดูหน้าก็รู้ว่าเต็มใจเต้น” อวดความหวานออกสื่อ ในมุมที่ไม่ค่อยจะมีโอกาสได้เห็นกันบ่อยนัก ufabet

โดยคลิปวิดีโอที่ว่านี้เป็นการโชว์สเต็ปแดนซ์ของทั้งคู่ ในเพลงเกาหลีสุดฮิต Some ที่ถึงแม้จะดูไม่ใช่ทางถนัดของ ว่าน  สักเท่าไหร่ เพราะด้วยลุคด้วยสไตล์ของเจ้าตัว ที่ดูยังไง…ยังไง ก็ไม่น่าจะเข้าสู่โหมดแอ๊บแบ๊วได้ง่ายๆ

แต่ทว่าผลงานที่ออกมานั้นกลับละมุนเกินคาด จนแฟนๆ ที่เข้ามาชมคลิปดังกล่าวต่างคอมเมนต์แซวเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า ลีลาการเต้นของฝ่ายชายทั้งเป๊ะทั้งพริ้วไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

นอกจากนั้นแล้วหลายคนก็ยังอดไม่ได้เช่นกันที่จะส่งคำถามฝากไปยังทั้งคู่ว่าเมื่อไหร่จะมีข่าวดีให้ได้ยินเหมือนกันเพื่อนๆ ซุปตาร์คนอื่นบ้าง ซึ่งก่อนหน้านี้ทางด้าน ว่าน ก็เคยออกมาให้สัมภาษณ์แบบชวนลุ้นแล้วว่า ถ้าเป็นเรื่องแต่งงานตนพร้อมมานานแล้ว และก็ได้มีการพูดคุยกันอยู่ตลอด เหลือแค่รอ ฟาง ธนันต์ธรญ์ เท่านั้นว่าจะ Say Yes เมื่อไหร่ เนื่องจากความสัมพันธ์ ณ ตอนนี้ ก็พัฒนาเข้าสู่ปีที่ 6 แล้ว และต่างฝ่ายต่างก็แฮปปี้กับทุกๆ โมเมนต์ในทุกๆ วันอีกด้วย

ธนกฤต พานิชวิทย์ หรือ ว่าน เกิดเมื่อ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2528 ที่จังหวัดนนทบุรี สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนเบญจมราชานุสรณ์ และตอนปลายจากโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย และปริญญาตรีจาก คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ภาควิชาดนตรีสากล มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ปัจจุบันกำลังศึกษาเป็นนักเรียนทุนระดับปริญญาโทอยู่ที่ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพว่านเข้าวงการด้วยการสมัครเข้ารายการทรู อะคาเดมี แฟนเทเชีย ฤดูกาลที่ 2 ในรหัส V3

หลังจบการแข่งขัน ว่านก็มีผลงานเพลงออกมาภายใต้สังกัดบริษัท ทรู แฟนเทเชีย เช่น อัลบั้ม รวมถึงการเล่นละครโทรทัศน์ พิธีกรรายการโทรทัศน์ ละครเวที ภาพยนตร์ และการเป็นดีเจ แต่หลังจากครบสัญญา 5 ปี กับทาง ทรู แฟนเทเชีย ว่าน  ได้ย้ายสังกัดไปบริษัทในเครือ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ชื่อ GMMA แล้วเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2553 ในเดือนกันยายน 2557 ย้ายมาอยู่กับค่ายเพลง สไปซีดิสก์ และเปิดตัวซิงเกิลแรกเพลง “ดาวอังคาร” วันที่ 29 ก.ย.2557 และ แถลงข่าวเปิดตัว 30 ก.ย.2557 ธนมันมันธน

ประวัติ

ธนกฤต พานิชวิทย์ หรือ ว่าน เกิดเมื่อ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2528 ที่จังหวัดนนทบุรี เป็นบุตรของนายธเนศและนางวานิสา พานิชวิทย์ สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนเบญจมราชานุสรณ์ และตอนปลายจากโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย และปริญญาตรีจาก คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ภาควิชาดนตรีสากลมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม และปริญญาโทจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ สาขาการสื่อสารเชิงกลยุทธ์

ว่านเข้าวงการด้วยการสมัครเข้ารายการทรู อะคาเดมี แฟนเทเชีย ฤดูกาลที่ 2 ในรหัส V3 หลังจบการแข่งขัน ว่านก็มีผลงานเพลงออกมาภายใต้สังกัดบริษัท ทรู แฟนเทเชีย เช่น อัลบั้ม รวมถึงการเล่นละครโทรทัศน์ พิธีกรรายการโทรทัศน์ ละครเวที ภาพยนตร์ และการเป็นดีเจ แต่หลังจากครบสัญญา 5 ปี กับทาง ทรู แฟนเทเชีย ว่าน  ได้ย้ายสังกัดไปบริษัทในเครือ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ชื่อ GMMA แล้วเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2553 ในเดือนกันยายน 2557 ย้ายมาอยู่กับค่ายเพลง สไปซีดิสก์ และเปิดตัวซิงเกิลแรกเพลง “ดาวอังคาร”

คอนเสิร์ต “10 ปี ว่าน โซโลอิสท์ อะโลนเวร่า ตอน คนดีศรีขาวจ๋อง”

เมื่อ 20 สิงหาคม 2559 ธนกฤตเปิดคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกในชีวิต ฉลองครบรอบ 10 ปีในวงการบันเทิง ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ธนกฤตได้ถ่ายทอดเรื่องราวและประสบการณ์ตลอด 10 ปี ชีวิตในวงการบันเทิง ผ่านบทเพลงตลอด 4 ชั่วโมงเต็ม พร้อมด้วยแขกรับเชิญพิเศษ เปิดตัวด้วยเพลง “คนเหงาที่ไม่เคยเหงา”, “สักเรื่องได้ไหม”, “มีประโยชน์ต่อระบบนิเวศ” และแขกรับเชิญคนแรกเริ่มด้วย รัฐ Tattoo Colour กับเพลง“รักแรกพบ”, ร่วมร้องกับแพท วง Klear ในเพลง“คำยินดี” ต่อด้วยศิลปินฮิพฮอพ Urboy TJ มาฮิพฮอพกับว่านในเพลง “ร้อยแก้ว” จากนั้นบอย ตรัย มาร่วมแจมกับว่าน รวมถึงเพลง “ทุกครั้งที่ฟัง” ที่บอย ตรัยแต่งและให้ว่านร้อง จากนั้นเป็นเซอร์ไพรส์พิเศษ เพลง “Thinking Out Loud” ที่ว่านตั้งใจร้องให้ ฟาง ธนันต์ธรญ์

จากนั้น ป๊อด โมเดิร์นด็อกมาร้องเพลง “ตาสว่าง” และ “ขอบคุณ” และเพลง “นาที” ที่ว่านอยากให้ป๊อด โมเดิร์นด็อก ศิลปินในดวงใจได้เป็นผู้ขับร้อง ปิดท้ายด้วยแขกรับเชิญสุดซี้ตั้งแต่สมัย AF จนถึงปัจจุบันอย่าง อ๊อฟ ปองศักดิ์ ช่วงท้ายมีเซอร์ไพรส์จากคุณพ่อคุณแม่ของว่านขึ้นมาอวยพรให้กับลูกชาย นอกจากนี้ตลอดทั้งคอนเสิร์ตยังมีเพลงมากมายที่ว่านได้นำมาร้อง เช่น “วัยทองรำลึก”, “รู้สึกดี”, “คนไม่มีเวลา”, “สิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่ารัก”, “ดาวอังคาร”, “อยู่บำรุง” และ “ระยะปลอดภัย”[3][4]

อาร์ต พศุตม์
อาร์ต พศุตม์

อาร์ต พศุตม์ มีเรื่องราวดราม่าจากชาวเน็ตให้ต้องรับมือตลอดเวลาจริงๆ สำหรับ อาร์ต-พศุตม์ บานแย้ม พระเอกหนุ่มชื่อดัง เพราะแม้เจ้าตัวจะตั้งใจช่วยเหลือสังคมด้วยการนำข้าวปลาอาหารไปแจกจ่ายให้กับคนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเชื้อไวรัส โควิด-19 แต่ถึงอย่างนั้นแล้วก็ยังคงมีชาวเน็ตบางกลุ่มเข้ามาเขียนคอมเมนต์พิพากษ์วิจารณ์จนกลายเป็นดราม่าอยู่เรื่อยๆ

โดยล่าสุดขณะที่ อาร์ต เดินทางมาร่วมฟินติ้งละคร เมียหลวง 2021 ซึ่งออกอากาศบนแอปพลิเคชัน WeTV เจ้าตัวก็ได้ออกมาพูดถึงโปรเจกต์การมอบช่วยเหลือดังกล่าว ก่อนจะทิ้งท้ายเกี่ยวกับทุกๆ ดราม่าที่เกิดขึ้นว่า ส่วนตัวขอไม่ให้ค่าใดๆ ทั้งสิ้น แต่ถ้าหากอีกฝ่ายยังไม่หยุด ตนก็ได้แคปเจอร์คอมเมนต์เก็บไว้เป็นหลักฐานหมดแล้ว

“ผมทำโปรเจกต์นี้มาได้ประมาณ 40 วันแล้วมั้งครับ ซึ่งจุดเริ่มต้นมันก็มาจากโควิดรอบแรกนี่แหละ แต่ด้วยความที่ตอนนี้พื้นที่ในจังหวัดสมุทรสาครหนักกว่า ผมก็เลยต้องลงให้สมุทรสาครก่อน ซึ่งทุกวันนี้เราก็ทำอาหารแจกกันประมาณ 300-400 กล่องต่อวัน เนื่องจากว่าคนของเราค่อนข้างน้อย เรามีกันแค่ 3-4 คน เพราะเราอยากให้คนที่เข้ามาช่วยเป็นคนที่เรามั่นใจว่าเขาเซฟจริงๆ เป็นคนที่เรารู้ไทม์ไลน์เขาชัวร์ๆ” ufabet

“ถามว่าผมกลัวไหมที่ต้องลงพื้นที่เสี่ยง กลัวครับ กลัวอยู่แล้ว แต่ก็คือว่าเราไม่ได้มีการพูดคุย ไม่ได้มีการสัมผัส ทุกครั้งที่เราไปเราใส่หน้ากากอนามัยป้องกันตลอด พยายามเซฟตัวเองให้เต็มที่ที่สุดครับ ”

“แต่เรื่องข้าวกล่องจะทำอีกนานไหม เอ่อ…ก็น่าจะจนกว่าผมจะเริ่มกลับไปทำงานจริงจังครับ เพราะถ้าหากต้องทำงานแล้วผมก็คงไม่ได้กลับไปช่วยเยอะเท่าเดิม แต่ก็จะพยายามทำให้ได้เยอะที่สุดครับ”

เราลงแรงลงมือช่วยสังคมขนาดนี้ แต่ก็ยังมีชาวเน็ตเข้ามาดราม่า ?
“อย่าไปให้ค่าดีกว่า อย่าไปให้ความสนใจเขาดีกว่า เรามาสนับสนุนกันดีกว่าครับ อย่าไปให้ค่าคนพวกนี้เลย แต่ที่เห็นว่าผมเข้าไปตอบคอมเมนต์คนพวกนั้นก็เป็นเพราะผมไม่ได้ให้ค่าเขา ผมก็เลยต้องตอบกลับไป ซึ่งผมไม่เหนื่อยเลยนะ กับคนพวกนี้ผมสู้มาเป็น 10 ปีแล้ว ไม่เหนื่อย คนเดิมๆ สมาชิกเดิมๆ แหล่งข่าวเดิมๆ ที่เขายังเป็นแบบนี้อยู่”

เรื่องดราม่าพวกนี้ทำให้เราท้อบ้างไหม ?
“ถ้าผมท้อผมเลิกทำตั้งแต่หลายปีก่อนแล้วครับ เอาเป็นว่าสนับสนุนน้ำพริกแม่ผมดีกว่า เพราะรายได้ส่วนหนึ่งผมเองก็จะเอาไปช่วยคน ส่วนพวกเรื่องดราม่าก็อย่าไปสนใจเลยครับ ข่าวไร้สาระ”

ล่าสุดเราเองก็โพสต์คลิปลงอินสตาแกรมจนกลายเป็นประเด็นเหมือนกัน ?
“อย่าไปให้ค่าคนพวกนี้ อย่าไปให้ค่าเขา ปล่อยเขา แต่ก็ระวังไว้นิดหนึ่ง พอดีผมมี แมท ภีรนีย์ เป็นไอดอล ทุกวันนี้ก็แคปอย่างเดียวเลยครับ แคปไว้หลายอันแล้วด้วย แคปไว้ก่อน ให้โอกาส 1 ครั้ง ถ้ายังมีอีกก็ว่ากันต่อไป (ยิ้ม)”

อาร์ต  นอกจากจะเป็นหนุ่มหุ่นดี เป็นไอดอลของหนุ่มหลายๆ คนแล้ว ต้องบอกเลยว่าสิ่งที่หลายคนอาจจะไม่รู้เกี่ยวกับตัวของเขาก็คือเขาเป็นคนที่รักเรียน และเรียนจบถึงระดับปริญญาโทเลยด้วยนะ

ประวัติ อาร์ต
อาร์ต มีชื่อจริงว่า พศุตม์ บานแย้ม
เกิดเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2525
ภูมิลำเนาเป็นคนจังหวัดสมุทรสาคร
ส่วนสูง 180 เซนติเมตร
ศึกษาระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ สาขาช่างยนต์ วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสาคร
จบการศึกษาระดับปริญญาตรีที่คณะนิเทศศาสตร์ สาขาการโฆษณา (วิชาโท การหนังสือพิมพ์และสิ่งพิมพ์) มหาวิทยาลัยสยาม
จบการศึกษาระดับปริญญาโทที่คณะบัณฑิตวิทยาลัย หลักสูตรบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยสยาม
IG : art_phasut98

อาร์ต  ศึกษาทางด้าน ปวช. สาขาช่างยนต์ วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสาคร ก่อนที่จะเข้าศึกษาต่อที่คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม และศึกษาต่อในระดับปริญญาโทที่คณะบัณฑิตวิทยาลัย หลักสูตรบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยสยาม อาร์ต  เริ่มต้นเป็นที่รู้จักในวงการบันเทิง จากการประกวดหานักแสดงอย่าง Male Star Challenge 2007 โดยโครงการนี้เป็นโครงการหานักแสดงหน้าใหม่ของทางช่อง 3 ซึ่งทำให้เขาได้เซ็นสัญญากับทางช่อง 3 เขามีความสามารถพิเศษคือการเล่นดนตรีอย่างกีตาร์ และ เล่นบาสเกตบอล

น้องอลัน
น้องอลัน

น้องอลัน เผยงวดนี้ซื้อลอตเตอรี่แบบมีลุ้น แต่สุดท้ายกลายเป็นกระดาษธรรมดา น้องอลัน พาให้ยิ้มสร้างเพิ่มมูลค่าด้วยการให้คุณแม่นำมาแลกเครื่องบินได้ ufa

เป็นคลิปที่น่ารักมากๆ กับการเล่นขายของระหว่าง แม่โอปอล์ กับลูกชาย น้องอลัน ที่วันนี้ทางฝั่งคุณแม่ขอมีความหวังแบบลุ้นๆ ด้วยการซื้อลอตเตอรี่มาหลายใบด้วยกัน แต่สุดท้ายแล้วพลาดไปหมดทุกรางวัลกลายเป็นกระดาษที่ว่างเปล่าไม่มีมูลค่าใดๆ แต่งานนี้ น้องอลัน สร้างรอยยิ้มให้กับพีๆ แฟนคลับรวมถึงคุณแม่โอปอล์หนักมาก ด้วยการสร้างมูลค่าให้ลอตเตอรี่หลายใบนำมาแลกเครื่องบินได้

โดยในบทสนทนาของ น้องอลัน กับ คุณแม่โอปอล์ บอกเลยว่าน่ารักดูกี่ทีก็เพลินมากๆ

แม่โอปอล์ : ขอซื้อเครื่องบินหน่อยค่ะพ่อค้า

อลัน : ซื้อไปให้ลูกชายคุณเหรอ

แม่โอปอล์ : ค่ะ ดิฉันจะซื้อไปให้ลูกชายของดิฉัน เท่าไหร่คะ

อลัน : ปกติอันนี้มันราคาแพงมากนะครับ

แม่โอปอล์ : เท่านี้ซื้อได้ไหมคะ (ยื่นลอตเตอรี่ให้สองใบ)

อลัน :  (ดูลอตเตอรี่ พร้อมกับบอกว่า) นี่ไงมัน 80 บาท

เป็นอันว่าคุณแม่ได้เครื่องบินไปเรียบร้อย อลัน แปลงลอตเตอรี่เป็นเงินให้คุณแม่แล้วนะคะ

อลัน ทัม (อังกฤษ: Alan Tam , Alan Tam Wing Lun, จีนตัวเต็ม: 譚詠麟, จีนตัวย่อ: 谭咏麟) เกิดวันที่ 23 สิงหาคม ค.ศ. 1950 ที่เกาะฮ่องกง นักร้อง , ราชาเพลงป๊อบ (King of Canto-pop) , นักแสดงชาวฮ่องกง โด่งดังมากในยุคทศวรรษที่ 70 , 80s และ 90s ได้รับฉายาว่า “Lucky Lun” และ “Principal Tam” [1]

อลัน ทัม (Alan Tam) หรือ ถันหย่งหลิน เป็นลูกชายคนเดียวของครอบครัว มีพี่สาว 2 คน น้องสาว 3 คน บิดาเป็นนักฟุตบอลทีมชาติจีน เคยเข้าร่วมแข่งขันใน กีฬาโอลิมปิก ปี ค.ศ. 1936

อลัม ทัม เริ่มมีชื่อเสียงโด่งดังจากการเป็นนักร้อง-นักดนตรี ในวงสตริงวัยรุ่น “The Wynners” ที่เจ้าตัวก่อตั้งขึ้นร่วมกับเพื่อนๆ อาทิ เคนนี่ บี ในระหว่างเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาโดยเขาเป็นนักร้องนำ และโด่งดังขึ้นมาในปี 1973 จากการแสดงดนตรีในรายการวาไรตี้ของสถานีโทรทัศน์ทีวีบี(TVB) ต่อมาในปี 1979 เขาได้ออกอัลบั้มเพลงสากล(ภาษาอังกฤษ) , เพลงภาษาจีนกวางตุ้ง พร้อมกับการเป็นศิลปินเดี่ยวของเขา และมีอัลบั้มเพลงตามมาอีกหลายชุด [4] โด่งดังมากจนเป็นหนึ่งใน ราชาเพลงป๊อป(King of Canto-pop) ของเกาะฮ่องกงแห่งยุค 80s ทั้งยังมีชื่อเสียงโด่งดังมากในวงกว้างทั่วเอเชีย และได้รับยกย่องเป็นหนึ่งใน 10 นักร้องชายเพลงจีนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 30 ปี (ทศวรรษ ที่ 70s 80s และ 90s) ของเกาะฮ่องกง (Top 10 Greatest Cantopop Singers) ร่วมกับ แซม ฮุย (Samuel Hui) , หลอ เหวิน (Roman Tam) , เลสลี่ จาง (Leslie Cheung) , หลิว เต๋อหัว (Andy Lau) , จาง เซียะโหย่ว (Jacky Cheung) , หลี่ หมิง (Leon Lai) , กัว ฟู่เฉิง (Aaron Kwok) , เฉิน อี้ซวิ่น (Eason Chan) และหว่อง กาคุย (Wong Ka Kui) นักร้องนำวง Beyond  และเขายังได้รับฉายาอีกว่า “Principal Tam” ซึ่งหมายถึง ครูใหญ่ผู้คร่ำหวอดในวงการเพลงกว่า 30 ปี

ประวัติ

อลัม ทัม เริ่มมีชื่อเสียงโด่งดังจากการเป็นนักร้อง-นักดนตรี ในวงสตริงวัยรุ่น “The Wynners” ที่เจ้าตัวก่อตั้งขึ้นร่วมกับเพื่อนๆ อาทิ เคนนี่ บี ในระหว่างเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาโดยเขาเป็นนักร้องนำ และโด่งดังขึ้นมาในปี 1973 จากการแสดงดนตรีในรายการวาไรตี้ของสถานีโทรทัศน์ทีวีบี(TVB) ต่อมาในปี 1979 เขาได้ออกอัลบั้มเพลงสากล(ภาษาอังกฤษ) , เพลงภาษาจีนกวางตุ้ง พร้อมกับการเป็นศิลปินเดี่ยวของเขา และมีอัลบั้มเพลงตามมาอีกหลายชุด [4] โด่งดังมากจนเป็นหนึ่งใน ราชาเพลงป๊อป(King of Canto-pop) ของเกาะฮ่องกงแห่งยุค 80s ทั้งยังมีชื่อเสียงโด่งดังมากในวงกว้างทั่วเอเชีย และได้รับยกย่องเป็นหนึ่งใน 10 นักร้องชายเพลงจีนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 30 ปี (ทศวรรษ ที่ 70s 80s และ 90s) ของเกาะฮ่องกง (Top 10 Greatest Cantopop Singers) ร่วมกับ แซม ฮุย (Samuel Hui) , หลอ เหวิน (Roman Tam) , เลสลี่ จาง (Leslie Cheung) , หลิว เต๋อหัว (Andy Lau) , จาง เซียะโหย่ว (Jacky Cheung) , หลี่ หมิง (Leon Lai) , กัว ฟู่เฉิง (Aaron Kwok) , เฉิน อี้ซวิ่น (Eason Chan) และหว่อง กาคุย (Wong Ka Kui) นักร้องนำวง Beyond  และเขายังได้รับฉายาอีกว่า “Principal Tam” ซึ่งหมายถึง ครูใหญ่ผู้คร่ำหวอดในวงการเพลงกว่า 30 ปี

น้องเป่าเปา
น้องเป่าเปา

น้องเป่าเปา ufabet เรียกได้ว่าเป็นครอบครัวที่อบอุ่นและสนับสนุนทุกกิจกรรมของลูกๆ เลยจริงๆ สำหรับครอบครัวของ กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ และ บี้ ธรรศภาคย์ อีกทั้งในช่วงนี้ลูกสาวคนโตอย่าง น้องเป่าเปา ก็ถือว่าอยู่ในช่วงที่กำลังเติบโตพร้อมเรียนรู้ไปกับทุกสิ่งที่อยู่รอบข้าง

ล่าสุด ในขณะที่ น้องเป่าเปา ต้องเรียนออนไลน์และเพื่อไม่ให้นักเรียนเบื่อหน่ายเกินไป ทางโรงเรียนจึงได้จัดให้มีการแต่งตัวเข้าธีมในแต่ละวัน ซึ่งวันนี้เป็นธีมสัตว์ โดยหนูน้อยก็ได้เลือกแต่งเป็นสุนัขดัมเมเชียน พร้อมอัดคลิปวิดีโอให้ กุ๊บกิ๊บ ได้ดู

“*SUPER DUPER CUTE #animalday เรียนออนไลน์วันนี้ธีมสัตว์ ลูกดิฉันเลือกเป็นหมาดัมเมเชียนค่ะ!!! #ggbbpp#เจ๊เปาบางพลี”

งานนี้ น้องเป่าเปา ยังได้พูดประโยคน่าเอ็นดูสุดๆ ด้วยว่า “แม่…หนูเหมือนหมาไหม?” เท่านั้นยังไม่พอเจ้าตัวยังใช้อินเนอร์ทั้งหมดที่มีทำท่าทางเรียนแบบและส่งเสียงสุนัขให้ฟังอีกด้วย ทำเอาแฟนๆ ที่ได้ติดตามถึงกับเข้ามากดไลก์และชื่นชมในความน่ารักของเธอกันยกใหญ่

  • ประวัติสุมณทิพย์ เหลืองอุทัย เกิดเมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2531 เป็นบุตรของมณฑล เหลืองอุทัย กับชนาภา ชินชวนิช บิดารับราชการตำรวจ ส่วนมารดาเป็นแม่บ้าน เธอมีพี่ต่างบิดาห้าคนจากการสมรสครั้งก่อนของมารดา ขณะอายุราว 6-7 ขวบ บิดาและมารดาหย่าร้างกัน เธอจึงอยู่ในการดูแลของมารดามาโดยตลอด โดยเธอและครอบครัว​ นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก

    เข้ารับการศึกษาระดับปฐมวัยจากโรงเรียนพระหฤทัยดอนเมือง, ระดับประถมศึกษาจากโรงเรียนเซนต์ฟรังซีสเซเวียร์ เมืองทองธานี (ป. 3-5), โรงเรียนเทพอักษร (ป. 5-6), ระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนเซนต์ปอลหนองคาย (ม. 1), โรงเรียนเซนต์โยเซฟ บางนา (ม. 2), โรงเรียนอัสสัมชัญอุบลราชธานี (ม. 3) และโรงเรียนอัสสัมชัญพาณิชยการ (ม. 4-6)[2] เคยศึกษาอยู่ที่คณะมนุษยศาสตร์ เอกสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยรามคำแหง ต่อมาได้ลงเรียนใหม่ในคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

    สุมณทิพย์มีผลงานในวงการบันเทิงอย่าง ทั้งการถ่ายโฆษณาโครงการทูบีนัมเบอร์วัน และโฆษณาพิซซ่า จนถึงถ่ายแบบนิตยสาร และยังเคยเล่นในมิวสิกวิดีโอของวงไอน้ำและวงสิงห์เหนือเสือใต้ ทั้งเคยเป็นสมาชิกศิลปินกลุ่มในแนวเพลงแบบฮิปฮอป แดนซ์ ภายใต้ชื่อวงว่าเบบี้ บูทตี้ (Baby Booty) ที่มีเพลงเปิดตัวอย่าง “แหวะ แหวะ” และ “คุก คุก คุก” จากค่ายซาเล้งการดนตรีของปฏิวัติ เรืองศรี หลังจากนั้นจึงมีผลงานในการแสดงละครเรื่องแรกกับทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 กับค่ายเมคเกอร์กรุ๊ป เรื่อง เงารักลวงใจ

    สุมณทิพย์เคยคบหาดูใจกับมาริโอ้ เมาเร่อ มาเป็นเวลานานถึง 10 ปี จนช่วงปี พ.ศ. 2558 เธอคบหากับธรรศภาคย์ ชี และตั้งครรภ์กับเขาหลังจากคบหาไม่นานนัก ทั้งสองสมรสกันด้วยพิธีอย่างศาสนาคริสต์ตามที่เธอนับถือเมื่อวันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2559 ณ โบสถ์เซ็นหลุยส์ มารี เดอ มงฟอร์ ภายในมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และจัดพิธีสมรสแบบไทยและจีนเมื่อวันที่ 6 มีนาคมปีเดียวกัน โดยทั้งสองได้จดทะเบียนสมรส ซึ่งสุมณทิพย์ใช้ชื่อสกุลสามี และจดทะเบียนสมรสที่ไต้หวันด้วย เธอมีบุตรสาวคือ พอลลีน่า ชี (ชื่อเล่น เป่าเปา) เกิดเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2559 และ ลาลิน่า ชี (ชื่อเล่น เป่าเป้ย์) เกิดเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

    ซิตคอม
    ปี 2556 นัดกับนัด รับบทเป็น ผัดฉ่า ออกอากาศทางช่อง 9 (รับเชิญ)
    หนังสั้น
    ปี 2556 รักจริงปิ๊งเก้อ ตอน Love Low Fat รักพร่องมันเนย รับบทเป็น แพร คู่กับ พุฒิชัย เกษตรสิน ช่อง แบงแชนแนล
    ปี 2558 Wifi Society ตอน Loser Lover รักเธอนะ นายกระจอก รับบทเป็น นุ้ย คู่กับ สุวิกรม อัมระนันทน์ ช่อง วันเอชดี,แบงแชนแนล
    ปี2560 Beauty and The Boys รับบท เปโกะ
    มิวสิกวิดีโอ
    เพลง แบบไหนที่เธอจะรัก ศิลปิน Zeal ประกอบละคร เงารักลวงใจ
    เพลง ใจฉันรักเธอคนเดียว ศิลปิน โบว์ลิ่ง-มานิดา ประกอบละคร เงารักลวงใจ
    เพลง “แหวะ แหวะ”
    เพลง “คุก คุก คุก” จากค่ายซาเล้งการดนตรีของ แซ้งค์-ปฏิวัติ เรืองศรี
    เพลง รักตัวเองก็พอ ศิลปิน พัดชา เอนกอายุวัฒน์
    พิธีกร
    รายการ แก๊งซ่าส์ ท้าโชว์ ช่อง 9 ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 10:00 น. – 10:30 น.
    รายการ In on BANG ช่อง bang channel
    รายการ ตื่นมาคุย ช่อง 9
    รายการ โอ้ เบบี้ !Oh Baby คู่กับ สามี บี้ kpn ธรรศภาคย์ ชี |ทาง line tv
    รายการ Face Confidence คู่กับ ปรีชญา พงษ์ธนานิกร |ทาง line tv

แก้ว จริญญา
แก้ว จริญญา

แก้ว จริญญา ทำเอาอินสตาแกรม @kaewjarin ของนักแสดงสาว แก้ว-จริญญา ศิริมงคลสกุล แอบลุกขึ้นมาเป็นไฟเลยทีเดียว เมื่อจู่ๆ เจ้าตัวก็ได้ลุกขึ้นมาหยิบชุดว่ายน้ำสีดำขับผิวขาวจั๋วเดินเล่นอยู่ริมชายทะเล ufa

โดยงานนี้ แก้ว จริญญา ได้เขียนแคปชั่นไว้ว่า “นานๆ ทีเนอะ Photo by @tonirakkaen” พร้อมแท็กไปที่สามีหนุ่ม โทนี่ รากแก่น ช่างภาพรู้ใจที่เป็นกดลั่นชัตเตอร์ให้อีกด้วย

ซึ่งพอแฟนคลับได้เห็นต่างก็เข้ามากดไลก์ให้อย่างรัวๆ เพราะแทบจะไม่ค่อยได้เห็น แก้ว จริญญา ในมุมเซ็กซี่แบบนี้บ่อยสักเท่าไหร่ และพอได้เห็นทีก็ทำหัวใจคนดูแทบละลายไปเลยจ้า

จริญญา ศิริมงคลสกุล (เกิด 22 มิถุนายน พ.ศ. 2535) ชื่อเล่น แก้ว เป็นนักร้องและนักแสดงชาวไทย เคยเป็นสมาชิกวงเฟย์ ฟาง แก้ว ร่วมกับพรปวีณ์ นีระสิงห์ (เฟย์) และธนันต์ธรญ์ นีระสิงห์ (ฟาง) สังกัดค่ายกามิกาเซ่ ในเครือบริษัทอาร์เอส

ประวัติ

จริญญาเกิดเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2535 ที่กรุงเทพมหานคร สำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนสารสาสน์วิเทศบางบอน ระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนนานาชาติทรีนิตี้ และระดับปริญญาตรีที่คณะบริหารธุรกิจการบิน มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด[1]

การงาน

จริญญาเปิดตัวในฐานะศิลปินครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2550 ณ ลานพาร์ค พารากอน ศูนย์การค้าสยามพารากอน พร้อมกับการเปิดตัวค่ายกามิกาเซ่ และวงเฟย์ ฟาง แก้ว ที่จริญญาเป็นสมาชิก จริญญาจึงเป็นศิลปินรุ่นแรกของค่าย ในวันเดียวกัน อัลบัมแรกของวงเฟย์ ฟาง แก้ว ชื่อเดียวกับชื่อวง ก็ได้ออกจำหน่าย[2] หลังจากได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว จึงออกอัลบัมที่สองชื่อ มิซยูทู ในวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2551 ออกอัลบัมที่สามชื่อ ป็อปปารัซซี ในวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2552 และออกอัลบัมที่สี่ชื่อ “เลดีส์แอนด์เจนเทิลเมน ในวันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2553 ตามลำดับ[2]

ก่อนเปิดตัว จริญญาได้รับการฝึกฝนมายาวนานจากสุทธิพงษ์ วัฒนจัง ผู้บริหารค่ายกามิกาเซ่ซึ่งเป็นอดีตสมาชิกวงฟรุตตี้ เมื่อเปิดตัวแล้ว สุทธิพงษ์ก็ดูแลใกล้ชิดเสมอ จนสุทธิพงษ์ลาออกจากค่ายกามิกาเซ่ไปในกลาง พ.ศ. 2553[3]

นอกจากความนิยมภายในประเทศแล้ว จริญญายังเป็นที่ชื่นชอบในต่างประเทศ ใน พ.ศ. 2552 จริญญาเปิดการแสดงสดชื่อ กามิกาเซ่เกิลส์ไลฟ์อินแบ็งค็อก (Kamikaze Girls Live In Bangkok) ที่กรุงเทพมหานคร มีชาวญี่ปุ่นจำนวนมากเดินทางมาประเทศไทยเพื่อชมดูเธอ[4]

ใน พ.ศ. 2559 จริญญาสิ้นสุดสัญญากับบริษัทอาร์เอส ต้นสังกัดของค่ายกามิกาเซ่ และไม่ต่อสัญญา หลังจากนั้น จริญญาทำงานเป็นนักแสดงอิสระ และได้ร่วมงานกับบริษัทจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ คู่แข่งของบริษัทอาร์เอส มีผลงานเป็นละครเรื่องต่าง ๆ

ชีวิตส่วนตัว

จริญญาสามารถเล่นเปียโนได้

เมื่อเริ่มเป็นสมาชิกวงเฟย์ ฟาง แก้ว จริญญามักแต่งกายและไว้ทรงผมอย่างผู้ชาย จึงมีผู้เข้าใจผิดว่า จริญญาเป็นทอม และช่วงหนึ่ง ยังมีข่าวว่า จริญญาเป็นคู่รักกับมัฑณาวี คีแนน นักร้องหญิงร่วมค่าย[7] แต่จริญญาปฏิเสธเรื่องดังกล่าวมาเสมอ[8] และเพื่อนร่วมวงทั้งสองคนก็ออกความเห็นเช่นเดียวกับจริญญา[9] อย่างไรก็ดี ภาพลักษณ์ดังกล่าวทำให้จริญญามักมีผลงานแนวทอม เช่น ใน พ.ศ. 2553 จริญญาได้รับบท กะปอม ในละครเรื่อง บริษัทสร้างสุข ตอน เขาหาว่าหนูเป็นทอม ออกอากาศเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2553 ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี[1] ต่อมาใน พ.ศ. 2555 จริญญาออกอัลบัม เอฟเอฟเค อะฮอลิก และเปลี่ยนภาพลักษณ์เป็นหญิงมากขึ้น[10]

ผู้ชื่นชอบจริญญามักกระตุ้นให้จริญญาคบหากับวิศว ไทยานนท์ (โทโมะ) นักร้องร่วมค่าย[11] ทำให้ทั้งคู่มีผลงานร่วมกันบ่อยครั้ง โดยเฉพาะใน พ.ศ. 2554 ค่ายกามิกาเซ่ให้ทั้งสองออกผลงานร่วมกันเป็นเพลงชื่อ “เพื่อนที่ไม่รู้ใจ” และให้คนทั้งสองเล่นเป็นคู่รักกันในมิวสิกวิดีโอเพลงดังกล่าว ซึ่งเผยแพร่ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ปีนั้น[12] นอกจากนี้ ใน พ.ศ. 2555 จริญญาได้แสดงภาพยนตร์เรื่อง บางกอกกังฟู ซึ่งยุทธเลิศ สิปปภาค กำกับ โดยจริญญาเป็นนางเอกชื่อ กอหญ้า คู่กับรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ (ฟิล์ม)[2] แต่ภายหลังจากเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับรัฐภูมิ จึงมีการนำวิศวมาแสดงแทนรัฐภูมิ[2] ภาพยนตร์นี้ถ่ายทำเสร็จในปลายเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2554 และออกฉายในวันที่ 1 กันยายน ปีนั้น[13]

ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 จริญญาเปิดตัวเป็นคู่รักกับโทนี่ รากแก่น[14] และวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2563 โทนี่ รากแก่น ได้ทำการเซอร์ไพรส์ขอจริญญาแต่งงานต่อหน้าครอบครัว[15] วันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2563 จริญญาและโทนี่ รากแก่น ได้จัดงานพิธีมงคลสมรส

นอกจากงานด้านบันเทิงแล้ว จริญญายังสนับสนุนการกุศล เช่น ใน พ.ศ. 2553 จริญญาบริจาคเงินส่วนตัวให้แก่บ้านอุปถัมภ์สัตว์ วัดทำเลทอง จังหวัดปทุมธานี ในวันคล้ายวันเกิดของตน[16] และในปีเดียวกัน สมาคมป้องกันการทารุณกรรมสัตว์แห่งประเทศไทยเลือกจริญญาเป็นทูตเยาวชนรณรงค์รักสัตว์ในโรงเรียน[17] ต่อมาใน พ.ศ. 2554 สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยเลือกจริญญาเป็นผู้ประชาสัมพันธ์การขายดอกมะลิเพื่อนำรายได้เข้าสภา[18] ในปีนั้น จริญญายังได้เข้าเยี่ยมให้กำลังใจแก่แป้ง ชนัญธิดา วัชระ เด็กหญิงอายุ 11 ปีซึ่งป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวระยะสุดท้ายที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และเป็นผู้ชื่นชอบจริญญา[19]

เปิ้ล นาคร
เปิ้ล นาคร

เปิ้ล นาคร เผยภาพลูกชาย น้องออก้า กำลังนั่งนับเงินเก็บก้อนแรกในชีวิต เพื่อไปซื้อโทรศัพท์ในฝันที่อยากได้ ใกล้จะเป็นจริงแล้ว ufabet

เป็นภาพที่น่ารักน่าเอ็นดูมากๆ น้องออก้า ลูกชายคนที่สองของ เปิ้ล นาคร กำลังนั่งนับเงินเก็บของตัวเองที่เพียรพยายามอดออมาสักพัก เพื่อนำไปซื้อโทรศัพท์ในฝันเครื่องที่อยากได้ ภาพดังกล่าวทำเอาหัวใจของ คุณพ่อเปิ้ล พองโตใจฟูกันไปเลย เห็นในความเพียรและอดทนของลูกชาย

ซึ่ง พ่อเปิ้ล ได้เขียนบันทึกไว้ว่า “น้ำพักน้ำแรงออก้า…เงินก้อนแรกในชีวิต ทำงานแลกเงิน…อยากได้ต้องขยัน….โทรศัพท์ในฝันของออก้าใกล้เป็นจริงละ….!!!”

หลายคนเห็นแล้วต่างเข้ามาให้กำลังใจ ออก้า กันยกใหญขอให้ฝันเป็นจริงเร็วๆ พร้อมกับชื่นชมการเลี้ยงลูกของครอบครัว เปิ้ล นาคร ที่ให้ลูกๆ รู้จักเก็บนำ แรงงานมาแลกเป็นรายได้เพื่อของในฝันได้ได้สปอยด์ซื้อตามใจลูกๆ

ชื่อจริง : นาคร ศิลาชัย
ชื่อเล่น : เปิ้ล
เกิดเมื่อ : วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม 2507
นํ้าหนัก : –
ส่วนสูง : –
การศึกษา : –

ผลงาน :

ละคร
-เหตุเกิดที่ สน. (ดารารับเชิญเป็นละครเรื่องแรกของ นาคร ศิลาชัย)
-ว้าวุ่น (ละครเรื่องที่ 2) (2537-2538) ช่อง 7
-สนทนาประสาจน (2537) ช่อง 5
-ขอโทษทีขอเป็นฮีโร่ (2541) ช่อง 3
-เทวดาตกสวรรค์ (2542) ช่อง 5
-บ้านนี้ผีไม่ปอบ (2546) ช่อง 3
-บันทึกกรรม ตอน แผ่นผีมีกรรม (2553) ช่อง 3
-ร้ายรักพยัคฆ์กังฟู (2557) ช่อง 3
-แสนดี เดอะซีรีส์ (2557) ทรูโฟร์ยู (รับเชิญ)

พิธีกร
-พลิกล็อกเพชร พิธีกรภาคสนาม
-ยุทธการขยับเหงือก
-สืบสะเด็ด
-สาระแน
-นั่งยางโชว์
-TV พูดได้
-บางจะเกร็ง
-สาระแนจังดึก
-ฮาจะเกร็ง
-คุยอย่างเฮีย (สาระแน แชแนล)
-Snake บันไดงู
-เพนกวินสีชมพู
-แก่งกระเด้ง

ภาพยนตร์
-เพราะว่า..ฉันรักเธอ (2531)
-ขอชื่อ สุธี สามสี่ชาติ (2532)
-หนุก (2533)
-หนุ่มสาว (2533)
-ฉลุย โครงการ 2 (2533)
-เจนนี่ กลางวันครับ กลางคืนค่ะ (2539)
-โกยเถอะเกย์ (2550) …. ใหญ่
-สาระแน ห้าวเป้ง!! (2552)
-สาระแนสิบล้อ (2553)
-สาระแนเห็นผี (2553)
-รักเว้ยเฮ้ย (2555)
-หนังสั้นชุดศีล 5 ตอน FAKEBOOK (ศีลข้อ4 ละเว้นจากการพูดเท็จ)
-สูบคู่กู้โลก (2555)

โฆษณา
-ลูกอม”เมนทอส” (Mentos) 2533
-ผลิตภัณฑ์ลูกชิ้น “ศรีไทย” 2539
-ลูกอมคลอเรต ชุด ไม่ชอบไม่ใช่เหรอ (ร่วมกับ วิลลี่ แมคอินทอช) 2544
-นิตยสาร “ทีวี อินไซด์” (ร่วมกับ เกียรติศักดิ์ อุดมนาค) 2546
-ข้าวเกรียบตรา “ตะวัน” (ร่วมกับ วิลลี่ แมคอินทอช และ เกียรติศักดิ์ อุดมนาค) 2549 – ปัจจุบัน

มิวสิกวิดีโอ
-เพลง บังเอิญติดดิน ของ อัสนี-วสันต์
-เพลง รักเท่าไรก็ยังไม่พอ ของ ลูกปัด

หนังสือ
-The Toilet 1-5 2549 – ปัจจุบัน

นายนาคร ศิลาชัย ชื่อเล่น เปิ้ล​ เกิดวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2507 เป็นหนุ่มนักบู๊ นักแสดง พิธีกร ชาวไทย จบการศึกษาระดับอุดมศึกษาคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีผลงานเป็นพิธีกรร่วมในยุทธการขยับเหงือก เป็นพิธีกร รายการ สาระแนจังดึก, นั่งยางโชว์

ประวัติ

ด้านการแข่งขันเจ็ตสกี ได้รับรางวัลการแข่งขันมากมาย ไม่ว่าจะเป็น แชมป์ถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพฯ รุ่น Pro runabout 800 super stock ปี 2547, แชมป์ประเทศไทยปี 2545 Novice runabout 0-1200 stock, ผลงานระดับนานาชาติเช่น แชมป์ประเทศไทย การแข่งขันเจ็ตสกี ชิงแชมป์ไทยแลนด์ โอเพ่นปี 2542 และได้รับรางวัล Novice runabout 1200 stock, Novice runabout 1200 stock-slalom, Novice runabout 1200 Limited-slalom จากสหรัฐอเมริกา รวมถึงรางวัล Novice runabout 1200 stock-slalom ยังเป็นการทำลายสถิติโลกอีกด้วย นอกจากนี้ยังร่วมแข่งขันชิงแชมป์โลกที่สหรัฐอเมริกาในรุ่น Pro-am runabout 800 super stock

เปิ้ล ได้สมรสกับ นางกษมา ศิลาชัย (จูน) (สกุลเดิม: มยุรมาศ) พร้อมจดทะเบียนสมรสในเขตบางรัก เมื่อวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2552 มีบุตร-ธิดา 4 คน เป็นชาย 2 คน หญิง 2 คน บุตรคนแรกชื่อ เด็กหญิงศิศิรา ศิลาชัย (ออกัส) บุตรคนที่สองชื่อ เด็กชายนครา ศิลาชัย (ออก้า) บุตรคนที่สามชื่อ เด็กชายนครินทร์ ศิลาชัย (ออกู๊ด) บุตรคนที่สี่ชื่อ เด็กหญิงศิริกร ศิลาชัย (ออเกรซ)

โบว์ แวนด้า
โบว์ แวนด้า

โบว์ แวนด้า เป็นเรื่องราวที่หลายคนให้ความสนใจและจับตามอง หลังคุณแม่คนเก่ง โบว์  ได้ออกมาโพสต์อินสตาแกรมข้อความแรงว่า “วันนี้เป็นวันที่แม่ตัดสินใจพลาดในการรับงานและรู้สึกผิดจริงๆ สิ่งสำคัญในการทำงาน คือ “สัจจะ”  ทำให้ชาวโซเชียลเดากันไปว่าเกิดจากการที่โบว์ พาลูกสาว “น้องมะลิ” ไปออกรายการชื่อดัง “คุยแซ่บโชว์” แล้วอาจจะมีคำถามหรือคำพูดที่อาจจะเปราะบางเกินไปสำหรับเด็กและก่อให้เกิดความไม่สบายใจสำหรับคนเป็นแม่หรือไม่

ล่าสุดทุกอย่างก็กระจ่าง เมื่อ 2 พิธีกร ธัญญ่า ธัญญาเรศ และ เป็กกี้ ศรีธัญญา ที่รับหน้าที่เป็นพิธีกรรายการเทปล่าสุด ได้เป็นตัวแทนทีมงานออกมาขอโทษแม่โบว์ และ น้องมะลิอย่างเป็นทางการผ่านหน้าจอ โดยมีการยกมือไหว้ขอโทษ ยืนยันไม่มีเจตนาทำให้เสียความรู้สึก

และหลังจากนั้น โบว์ ได้โพสต์อินสตาแกรม @vanda29 ขอบคุณจากใจที่เห็นถึงความรู้สึกเล็กๆ ของตนและลูก ที่ผ่านมาไม่ได้อยากเป็นกระแสใดๆ ขอบคุณผู้ใหญ่ทางรายการที่เปิดโอกาสให้ได้ไปเป็นแขกรับเชิญ

ยืนยันว่าด้วยความเป็นแม่เพียงแค่ต้องการปกป้องลูก พิธีกรดำเนินรายการในวันนั้นทำหน้าที่อย่างเต็มที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ สุดท้ายโบว์ขอโทษ ธัญญ่า และ เป็กกี้ ที่ต้องมายกมือไหว้ขอโทษแทนคนที่ผิดสัญญา

ท่ามกลางแฟนๆ ที่ติดตามเรื่องนี้เข้ามาแสดงความคิดเห็นและส่งกำลังใจกันอย่างล้นหลาม ufa

ทำความรู้จักกับ โบว์ ภรรยาสาว ปอ ทฤษฎี และคุณแม่ของ น้องมะลิ พาขวัญ สาวผู้กุมหัวใจพระเอกหนุ่มกว่า 10 ปี พร้อมเส้นทางความรักของทั้งคู่

ถือเป็นการสูญเสียบุคคลสำคัญในวงการบันเทิงไปอีกคน สำหรับการจากไปของพระเอกหนุ่มขวัญใจประชาชนอย่าง ปอ ทฤษฎี สหวงษ์ ที่ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบเมื่อเวลา 11.50 น. วันที่ 18 มกราคม 2559 ณ ห้องซีซียู โรงพยาบาลรามาธิบดี หลังเข้ารักษาอาการป่วยไข้เลือดออกขั้นวิกฤตและโรคแทรกซ้อนนานร่วม 2 เดือน โดยระหว่างที่พระเอกหนุ่ม ปอ ทฤษฎี นอนพักรักษาตัวอยู่นั้นก็ได้มีสื่อมวลชนมาติดตามทำข่าวอย่างใกล้ชิด รวมทั้งมีประชาชนแฟนคลับคนรักปอ และคนในวงการบันเทิงแวะเวียนมาให้กำลังใจกันไม่ขาดสายตั้งแต่วันแรกจวบจนวาระสุดท้ายของปอ ทฤษฎี

และสิ่งหนึ่งที่หลายคนเห็นกันดีก็คือภรรยาสาวของพระเอกหนุ่มอย่าง โบว์  ที่มักจูงมือลูกสาววัย 2 ขวบ อย่างน้องมะลิ พาขวัญ สหวงษ์ ลูกสาวสุดที่รักของพระเอกหนุ่มมาเฝ้าดูอาการของสามีอยู่บริเวณหน้าห้องซีซียูไม่ยอมห่าง รวมทั้งเธอยังทำหน้าที่แม่ที่ดีแม้จะเป็นวันที่เสียใจที่สุดอย่างงานศพของพระเอกหนุ่มเธอก็ยังเข้มแข็งเพื่อลูก และเชื่อว่าหลายคนคงจะเทคะแนนความเห็นใจและอยากรู้จัก โบว์ กันอย่างแน่นอน กระปุกดอทคอมจึงได้นำประวัติคร่าว ๆ ของสาว โบว์ มาฝากกัน

 ประวัติโบว์ 

แวนด้า มุททาสุวรรณ (สกุลเดิม คือ ฉิ่งเล็ก) หรือ แวนด้า สหวงษ์ ชื่อเล่น โบว์, ด้า สาวสวยหน้าหวาน ในอดีตเธอเคยเป็นนักกีฬาเทควันโด ชาวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และเป็นพิธีกรรายการทีวี นอกจากนี้ โบว์  ยังเคยทำงานเป็นผู้ประกาศข่าวทางช่องทรูวิชั่นส์อีกด้วย

 เส้นทางความรักระหว่าง โบว์  กับ ปอ ทฤษฎี

สำหรับความรักของ โบว์  และ ปอ ทฤษฎี นั้น ทั้งคู่ได้คบหาดูใจกันมานานกว่า 10 ปี ซึ่งอาน้ำอ้อย ผู้จัดการส่วนตัวของหนุ่มปอ ได้ออกมากล่าวถึงความรักของทั้งคู่ว่า ก่อนหน้านี้ ปอเคยพยายามขอ โบว์  แต่งงาน แต่ฝ่ายหญิงยังไม่พร้อม ประกอบกับทั้งสองคนคิดว่าอยากให้ลูกได้อยู่ในงานแต่งด้วย จึงจดทะเบียนสมรสและใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันก่อน

กระทั่งต่อมา โบว์ ได้ตั้งครรภ์และคลอดลูกสาวเมื่อปี 2556 ซึ่งหนุ่ม ปอ ทฤษฎี ได้ตั้งชื่อให้ลูกสาวสุดที่รักว่า น้องมะลิ พาขวัญ สหวงษ์ เพราะอยากให้ลูกได้มีชื่อแบบไทย ๆ อย่างไรก็ตามเมื่อเดือนตุลาคม 2558 ปอ ทฤษฎี ได้เคยออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการวางแพลนเข้าประตูวิวาห์กับสาว โบว์  ด้วย ส่วนเรื่องน้องมะลิที่ไม่ได้เปิดเผยก่อนหน้านี้ เพราะฝ่ายหญิงอยากรอให้เวลาเหมาะสมก่อนถึงออกมาพูด

หลังจากได้รู้ประวัติคร่าว ๆ ของสาวโบว์ มาบ้างแล้ว เรียกได้ว่าเธอเป็นผู้หญิงสู้ชีวิตคนหนึ่ง ซึ่งหากใครอยากติดตามความเคลื่อนไหว ให้กำลังใจ หรืออยากดูภาพน่ารัก ๆ ของน้องมะลิ สามารถติดตามได้ที่ Instagram vanda29 ทางกระปุกดอทคอมก็ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้กับสาวโบว์ และครอบครัวด้วยนะคะ

ย้อนกลับไปเจอกันครั้งแรกกับ ปอ ทฤษฎี?
“เราไม่ได้รู้จักกันมาก่อนค่ะ ปอเป็นเพื่อนกับเพื่อนโบว์ที่มหา’ลัย แล้วเพื่อนคนนี้เค้าจะอายุเยอะกว่าโบว์ประมาณ 2 ปี แล้วพี่ปอกับเพื่อนโบว์คนนี้อยู่หมู่บ้านเดียวกัน วันนั้นเป็นวันเกิดเพื่อน เราก็ได้เจอปอหน้าลิฟต์พอดี ซึ่งตอนนั้นปอยังไม่ได้เข้าวงการ ยังเป็นนักศึกษาปี 1 ค่ะ เราก็มองเค้าทำไมหล่อจัง ทำไมไม่ไปเป็นดารา แล้วเค้าก็มองเรากลับมา เราก็ยิ้มให้กันแค่นั้น ก็ได้กินข้าวกันไปเฮฮากันไปแล้วก็แยกย้ายกัน นั่นก็คือครั้งแรกที่ได้เจอกัน แต่ไม่มีความรู้สึกว่าปิ๊งกันหรืออะไรเลย เพราะตัวเค้าเองก็มีแฟน เราก็มีแฟน ครั้งแรกที่เจอกันก็เลยรู้สึกเหมือนถูกชะตากันแค่นั้น”

ในตอนนั้นนอกจากที่เรามองเห็นเค้าเป็นคนหน้าตาดีแล้ว มีบุคลิกอะไรของเค้าที่เรามองเห็นอีกบ้าง?
“สิ่งที่โบว์ได้เห็นตั้งแต่รู้จักเค้าวันแรก เรารู้สึกว่าผู้ชายคนนี้เจ๋งมากเลย เขาทำงานทุกรูปแบบ ทั้งแจกใบปลิว ขึ้นไปบนสะพานลอยแจก เราก็มานั่งคิดว่าถ้าเป็นคนอื่น หน้าตาดีขนาดนี้ เค้าจะอายมั้ย แต่ด้วยความเป็นปอ พอเค้าเรียนจบปุ๊บ มีงานอะไรเค้าก็ทำหมดค่ะ แล้วเค้าก็ตั้งใจกับทุกงานที่ทำ ให้เกียรติกับทุกงานที่ทำ ไม่เคยดูถูก ไม่ว่างานนั้นจะได้เงินน้อยหรือได้เงินมาก”

แล้วชีวิตเราก็เดินหน้าต่อไป แต่งงานกับแฟน ใช้ชีวิตคู่ของเราไป?
“ใช่ค่ะ เราก็ห่างหายจากเค้าไปเลย ไม่ได้เจอไม่ได้คุยอะไร แล้วก็จะมารู้ข่าวอีกทีว่า อ๋อ เค้าไปเป็นดาราแล้ว”

แล้วโบว์ใช้ชีวิตครอบครัวอยู่นานไหม?
“หลายปีค่ะ เริ่มคบตั้งแต่แฟนคนเก่าตั้งแต่วันแรกจนถึงวินาทีสุดท้ายที่เราใช้ชีวิตครอบครัวด้วยกัน ก็ประมาณ 8-9 ปี มีลูกชายด้วยกัน 1 คนค่ะ”

แต่ว่าสุดท้ายความสัมพันธ์ในครั้งนั้น กับการใช้ชีวิตครอบครัวในครั้งแรกของเราก็ยุติลง?
“(โบว์พยักหน้า) ค่ะ”

ถามได้ไหม?
“จริงๆ โบว์ว่ามันเป็นเรื่องพื้นฐานของหลายๆ ครอบครัวค่ะ ที่มันมีความไม่เข้าใจกัน หลายๆ ครอบครัวโชคดีก็ปรับจูนเข้าหากันได้ บางครอบครัวโชคร้ายก็ไม่สามารถที่จะปรับจูนกัน ทางสุดท้ายก็คือต้องแยกกัน”

ในครั้งนั้นสภาพจิตใจเราอยู่ในระยะไหน ในการที่เรากลับมาเป็นโสดอีกครั้งหนึ่ง พร้อมกับมีน้องมาด้วย 1 คน?
“ก็เคว้ง รู้สึกเสียใจ เราโทษตัวเองเหมือนทำให้พ่อแม่เสียใจ ทำไมเราต้องเป็นแบบนี้ ทำไมเรารักษาครอบครัวไว้ไม่ได้ แต่ด้วยทั้งหมดทั้งมวล พ่อแม่ก็เข้าใจสิ่งที่เราเป็นมาตลอด”

แล้วผู้ชายที่เราหายไป 8-9 ปี ไม่ได้ติดต่อกลับมา แล้วเค้าก็ดันโทรติดต่อกลับมาในวันหนึ่ง?
“หลายปีค่ะ พอหลังจากเราเลิกกับครอบครัวแรก 3 ปีได้ค่ะ ก็โทรมา ซึ่งเราไม่มีเบอร์กัน ไม่เคยเดินสวนกัน ตอนนั้นเค้าดังแล้วเป็นพระเอกเรียบร้อยแล้ว เค้าโทรมา เราก็ไม่ได้เมมเบอร์ไว้นะคะ คำแรกที่เค้าถามเลย คือ เป็นยังไงบ้าง เราก็ถามกลับ ใครอ่ะ เค้าก็บอกว่า ปอไง จำไม่ได้เหรอ เราก็ถามกลับ ปอไหน คือเราก็ไม่คิดว่าเค้าจะโทรมาหาเราอีก เค้าก็บอกว่า ก็ปอไง ปอในหมู่บ้าน เค้าก็ถามเราปกติค่ะ เป็นยังไง ดีรึยัง โอเคมั้ย”

แปลว่าเค้าก็รู้เรื่องราวของเรา?
“รู้หมดค่ะ ซึ่งเค้าไปรู้มาจากไหน เราก็ไม่รู้ รู้ละเอียดด้วย คงจะรู้มาจากเพื่อนอีกทีหนึ่ง”

ความรู้สึกเราเป็นยังไงบ้าง ไม่ได้เจอกันนานมาก แล้วได้ยินเสียงนี้?
“แปลกใจค่ะ เพราะปกติปอไม่ค่อยโทรหาใคร ไม่ค่อยอยากรู้เรื่องใคร ทีนี้พอเค้าเล่ามา เราก็ถามว่ารู้จากไหน เค้าบอกมีสายสืบละกัน เราก็บอกดีขึ้นแล้ว ใช้ชีวิตปกติแล้ว เค้าก็ดีใจกับเราด้วย”

โบว์เคยถามเค้าไหมว่า ในช่วงที่ไม่ได้เจอกัน อะไรทำให้เค้าสนใจมาตามติดชีวิตเราขนาดนั้น?
“เคยมานั่งคุยตอนร่วมครอบครัวกันแล้ว มีมะลิแล้ว เคยถามเค้าว่า ถามจริงๆเหอะชอบโบว์ตรงไหน แล้วเค้าก็บอกว่าเค้าไม่รู้ แต่รู้แค่ว่าเค้าเห็นเราแล้วเค้าถูกชะตา เค้าคุยกับโบว์แล้วเค้ารู้เรื่อง พอคุยแล้วเค้ามีรอยยิ้ม หัวเราะได้”

มีข่าวบางกระแสบอกว่า สามีเก่าหรือความรักครั้งเก่าของเรา เป็นเพื่อนกับปอ?
“ไม่ ไม่ค่ะ แทบจะไม่ค่อยได้เจอกันด้วย”

หลังจากวันนั้นที่เค้าโทรมา เรารู้เลยไหมว่ามันต้องมีอะไรแปลกๆ?
“ไม่กล้าคิด คือถามว่ามันแวบๆ เข้ามา เอ้ย เค้าโทรมา ไม่ค่อยมีนิสัยแบบนี้ แล้วเราห่างกันไปตั้งหลายปีแล้ว แล้วหายไปและโทรมา เอ๊ะ คิดอะไรรึเปล่า แต่ใจเราไม่กล้าคิด ไม่หรอก คงจะเป็นเพื่อนที่เคยคุยกัน ถามสารทุกข์สุกดิบกัน”

ไม่กล้าคิดเพราะอะไร?
“ด้วยหลายๆ อย่างค่ะ ในเรื่องของความที่เค้าเป็นพระเอกแล้ว และเราเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่ผิดหวังจากครอบครัวแรก แล้วก็มีลูกติดมา ไม่กล้าคิดถึงขนาดที่เค้าจะชอบเรา คงเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว และหลังจากครั้งแรกที่เค้าโทรมา ก็โทรมาเรื่อยๆ ค่ะ วันเว้นวันบ้าง เกือบทุกวันบ้าง ทีนี้ก็ผิดปกติแล้ว นิสัยปอไม่ใช่แบบนี้ จะคุยกับใครยากมาก เราก็โทรคุยกันเรื่อยๆ ค่ะ โทรคุยจนเค้านัดกินข้าว เค้าชวนเราไปกินข้าว เราก็บอกว่าจะไปยังไงเดี๋ยวคนจะเห็น เค้าก็ตอบกลับมาว่า จะกลัวอะไร เราก็บอกปอว่า ถ้าปอไปกับคนอื่นก็คงจะโอเคกว่านี้ แต่ถ้าไปกับโบว์ แล้วคนถ่ายรูปได้ แล้วมีคนขุดประวัติโบว์ขึ้นมา เดี๋ยวมันจะเป็นเรื่อง แล้วมันจะกระทบปอด้วย เค้าก็บอกว่าไปๆ เราก็เลือกร้านเอง ไปเลือกร้านที่ไม่มีคนเลย แบบคนน้อยหรืออะไรอย่างนี้ แล้วก็ไปนั่งหลืบๆ เอา คุยกันจนกลับบ้านก็ไม่มีอะไร ก็ยังโทรมาอยู่ แล้วอีกวันก็มารับเหมือนเดิม แล้วเค้าก็ถามรู้ใช่มั้ยว่า ปอชอบโบว์”

เป็นการสารภาพรักง่ายๆ มาก?
“ง่ายมากแต่มันเจ็บปวดมาก มันดีใจนะคะ แต่ว่ามันเจ็บที่ใจมากกว่า มันไม่มีอะไรที่มันเป็นไปได้เลยค่ะ”

ทำไมโบว์ถึงคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้?
“เค้าเป็นพระเอก และเราก็เป็นแม่ม่ายลูกติด ด้วยหลายคนก็รู้ว่า ความเป็นสังคมยังไม่ได้รับตรงนี้มากเท่าไร”

ปอถามกลับไหมว่า โบว์ชอบปอรึเปล่า?
“โบว์ก็นิ่งไปพักหนึ่ง แล้วโบว์ว่าไง เราก็บอกว่าเป็นไปไม่ได้ เค้าถามว่าทำไมเป็นไปไม่ได้ เราบอก ปอก็รู้ เค้าบอก โบว์ก็สู้ดิ โบว์ก็หันไปมองเค้าแล้วบอก อย่าพูดอะไรเล่นๆ มันไม่ได้ง่ายอย่างที่ปอพูด แต่ปอชอบ ปอจะลองดู แล้วอยู่ที่โบว์จะลองมั้ย แต่ตอนนั้นเราไม่มีใจที่อยากจะลองค่ะ เพราะมองไปทางไหนมันก็ไม่มีทาง”

ถึงขั้นต้องหนี คือเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ หักซิม ย้ายบ้าน?
“ก็เริ่มจะสนิทกัน มีความรักกันมากขึ้นในทุกๆ วันที่เจอ มานั่งคิดหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อคุณแม่พี่ปอ ญาติพี่น้องพี่ปอ หน้าที่การงานเค้า และอะไรหลายๆ อย่าง เราอย่าเอาตัวเราไปยุ่งเลย เพราะว่าเราไม่รู้หรอกว่าวันหนึ่งถ้าเราเข้าไป เราไม่ใช่ผู้หญิงที่เพอร์เฟกต์ ถ้าวันหนึ่งมีข่าวแม่ม่ายลูกติด โบว์ไม่อยากให้มีอะไรไปสะกิดกับหน้าที่การงานเค้าว่า เพราะผู้หญิงคนนี้ฉุด ผู้หญิงคนนี้ตัวซวย ก่อนหน้านั้นมันมีคอมเมนต์ค่ะ คือพอจะมีคนทราบ ทุกวันจะมีคนด่าหยาบๆ คายๆ เรานั่งอ่านไปเราก็ร้องไห้ไป ด่าในโซเชียลค่ะว่าทิ้งสามีมา ทิ้งลูกมาเอาดารา เราก็ร้องไห้เกือบทุกวัน จนเรามานั่งคิดพอเถอะ เค้าไม่ถอย เราถอยเองก็ได้ง่ายๆ แต่เค้าก็เต็มที่ตลอดค่ะ เราห่วงเค้า ห่วงเรื่องงานเค้า ชีวิตเค้ารักเรื่องงานกับพ่อกับแม่มาก ความรู้สึกคุณพ่อคุณแม่เค้าแน่นอนไม่ผิดค่ะ เค้าอยากให้ลูกได้อะไรที่ดีๆ สิ่งดีๆ ให้กับลูก ก็เลยมานั่งทบทวนวันนี้สุดท้าย เดี๋ยวเราเจอกัน ก็ยังให้เค้ามารับ ไปกินข้าว สังสรรค์เฮฮากันเหมือนเดิม เสร็จกลับบ้าน โบว์บอกจอดที่เดิมเดี๋ยวลงตรงนี้ เค้าบอกเดี๋ยววันศุกร์เจอกันนะ วันศุกร์ปอว่าง เราก็โอเค เดี๋ยวเจอกัน แต่ตอนที่เราโบกมือบ๊ายบายมือเราสั่น บ๊ายบายเสร็จเราก็ปิดเครื่อง ทิ้งซิมเลย แล้วก็ยืนร้องไห้ตรงนั้นเลยค่ะ แบบไม่อายใครแล้วคนก็หันมามอง ร้องไห้แบบวันสุดท้ายแล้ว (ร้องไห้น้ำตาไหล) แล้วเค้าก็ไป เราก็โอเคไม่เป็นไร ก็เดินกลับบ้าน พอกลับบ้านเสร็จก็ย้ายของเลยค่ะ ย้ายของหนี เพราะว่าทำใจไม่ได้ค่ะ พอเรากลับบ้านต้องผ่านตรงนี้ ตรงที่ปอมาส่งเรา ทำใจไม่ได้ก็เลยหนีไปเลย”

ย้ายไปอยู่กับใคร?
“ไปอยู่กับพี่สาวค่ะ บอกเค้าว่าเหงา ขอมาอยู่ด้วยนะ คือตอนที่โบว์คบกับปอ ไม่มีใครรู้เลย เก็บไว้คนเดียว”

บางคนอาจจะมองว่าทำไมต้องทำขนาดนั้น?
“เพราะโบว์รักพี่ปอ เราอยากให้เค้าได้อะไรดีๆ กับชีวิต”

คิดไหมว่า เราทำอย่างนี้เค้าจะทำยังไง เค้าจะตามหาเราไหม?
“ใจคิดว่า เขาคงไม่หนักกว่าเรา เพราะว่าเค้าอยู่ในวงการเดี๋ยวคงไปเจอคนนั้นคนนี้ เพราะคนในวงการสวยๆ เยอะ ตอนนั้นไม่ดูทีวีเลย กลัวเห็นเค้า แล้วก็ฟังแต่เพลงเกาหลี เพราะแปลไม่ได้”

เพราะเราเคยผิดหวังมาก่อน เราเลยตีค่าราคาตัวเองต่ำไปไหม?
“พี่ปอด่าโบว์ทุกวัน เวลาโบว์พูดว่าโบว์มีตำหนิ เค้าจะด่าโบว์ แล้วพูดว่าทำไมถึงพูดจาแบบนี้ ไม่ชอบให้พูดแบบนี้ บอกคนเราทุกคนมันมีค่าในชีวิตทุกคนแหละ โบว์รู้สึกตัวเองมีค่า เวลาเราทำอะไรเราทำเต็มที่ แต่ว่าอย่างเดียวคือกับปอ โบว์แค่รู้สึกว่าไม่เหมาะสมกับปอแค่นั้นเอง”

แล้วเค้ากลับเข้ามาในชีวิตของเรายังไง นานไหมที่เค้าใช้เวลาในการหาเรา?
“เวลาผ่านไปเกือบปีค่ะ”

มีสักนิดไหมที่เราแบบรอเค้า มองหาเค้า?
“รอทุกวัน แต่ก็หนี ช่วงนั้นไม่ใช้โทรศัพท์เลยค่ะ เพราะไม่กล้าใช้ กลัวจะดูแต่โทรศัพท์”

เค้าเข้ามาในชีวิตเรายังไง ถึงตามเจอ?
“วันนั้นทำงานอยู่ เพื่อนก็บอกว่าโทรศัพท์ค่ะ เราก็ไปรับ แล้วถามว่าติดต่อเรื่องอะไรคะ เพราะตอนนั้นเป็นประชาสัมพันธ์อยู่ที่ทำงานค่ะ ประโยคแรกก็คือ จะให้เข้าไปหรือจะออกมาเอง เสียงเข้มมาเลย เราถามกลับว่าอยู่ไหน เค้าบอกอยู่หน้าประตู เราก็บอกอยู่ตรงนั้นแหละ แล้วโบว์ก็เลยวาง และไปเคลียร์กันข้างนอก เค้าก็ถามเราว่า หนีทำไม รู้มั้ยกว่าจะตามเจอ เราถามตามเจอได้ไง เค้าบอกอย่ามารู้เลย เนี่ยโทรหาพ่อหาแม่หมด คือเค้ามีลิสต์หมดแล้วก็ไล่โทรว่าอันไหนเบอร์โบว์ หลังจากนั้นก็คุยแล้วลองคบกันอีกครั้ง”

“พอคบกันแล้ว มีน้อง โบว์ก็ยังใช้ชีวิตการตั้งท้องมะลิ ก็อยู่คนเดียว ครอบครัวอะไรรู้หมดแล้วค่ะ แต่เวลาไปข้างนอกเค้าก็อยากไปกับโบว์แหละ โบว์ก็ไปทั้งตั้งท้อง ก็ไปกินข้าวกัน เค้ากินเสร็จก็เดินออกแล้วไปเจอกันที่รถเลย”

ทั้งหมดเป็นความตั้งใจของน้องโบว์เองว่าให้ปิดไปเรื่อยๆก่อน แล้วครอบครัวเค้าว่ายังไง เค้าพาเราไปแนะนำกับครอบครัวยังไงบ้าง?
“ต้องบอกก่อนค่ะว่า โบว์โชคดีมากนะคะ ที่เจอคุณพ่อกับคุณแม่พี่ปอ ท่านเป็นคนที่น่ารักมาก แต่ ณ ตอนแรกอย่างที่บอกไปว่า การเจอกันครั้งแรกมันไม่ได้สวยงาม คุณแม่คุณพ่อจะเฉยๆ อยู่แล้วค่ะ แล้วตัวโบว์เองจะเป็นคนที่แข็งๆ หน่อย พี่ปอจะพยายามให้โบว์ทำทุกอย่าง ให้โบว์อยู่กับคุณแม่ลำพัง คือพยายามให้โบว์กับแม่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันตามลำพัง แต่พอนานๆ ไป เราสู้กัน เราทำให้เห็นว่าไม่ได้มีอะไรที่แย่ มันมีแต่ดีขึ้น คุณแม่เขาก็เลยบอกว่า ถ้าปอรักใคร แม่ก็รักคนนั้น ด้วยความที่ว่าครอบครัวสหวงษ์ใช้ชีวิตง่ายๆ บ้านๆ แล้วตัวเราก็ใช้ชีวิตแบบธรรมดาค่ะ มันก็เลยเข้ากันได้ดี”

ประเด็นที่อยู่ในใจเรา เราเคยมีครอบครัวมาแล้ว เรามีน้องมาด้วย 1 คน เค้าว่ายังไงบ้าง?
“เคยคุยกับคุณแม่ คุณแม่ก็บอกว่า จริงๆ ก็เคยแอบคิดนิดนึงว่าจะได้เหรอ แต่พอทุกอย่างโอเค ส่วนลูกอีกคนหนึ่งคือน้องออโต้นะคะ ก็ใช้ชีวิตอยู่กับคุณตาคุณยายที่โน่น แล้วก็ทุกอย่างก็ไปกันได้ดีหมดน่ะค่ะ ตัวพี่ปอเองก็เจอออโต้ประจำอยู่แล้ว เวลาไปหัวหินก็จะไปหา ก็คุยปกติ เล่นกันปกติ เข้ากันได้ดีค่ะ”

สุดท้ายก็ตัดสินใจว่า แต่งงานกันเลย ทำให้ถูกต้อง และจดทะเบียนกันด้วย?
“ค่ะ คือจริงๆ มาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมากๆ พี่ปอก็บอก เออ มันเกือบจะสมบูรณ์กันละเนอะ มีลูกกันมั้ย เราบอก มีได้ยังไงปอ ปอยังทำงานตรงนี้อยู่ ปอจะมีได้ยังไง ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย เราไม่ได้ปิดใคร แต่ไม่มีใครรู้ต่างหาก เราก็ทำพิธีทั้งสองฝ่าย ให้รู้สึกว่าปอให้เกียรติโบว์ แล้วญาติก็มากัน กินข้าวแค่นั้นค่ะ ซึ่งตอนนี้สื่อก็ไม่รู้เลย”

เรากลัวไหมว่าจะมีสื่อออกไป เพราะทั้งงานอ่ะ?
“ทั้งงานมีกล้องแค่ตัวเดียวค่ะ ก็ขอความร่วมมือทุกท่านค่ะ (หัวเราะ) ก็ไม่มีหลุดออกไปค่ะ”

เอาจริงๆ ตั้งใจจะปิดไปถึงเมื่อไหร่ นี่แต่งแล้วนะ?
“ก็เลยใช้ชีวิตมาเรื่อยๆ ค่ะ มาเรื่อยๆ จนตัวเค้าพูดว่า ปอไม่ไหวแล้ว ปออยากอุ้มลูกอ่ะโบว์ อยากอุ้มลูกไปเที่ยว อยากอุ้มลูกถ่ายรูปลงเฟซบุ๊กบ้าง เพื่อนเค้าก็มีลูก วันๆ ก็ดูแต่รูปลูกเพื่อน แล้วก็หันไปมองมะลิ ของเราก็มี ทำไมต้องเป็นอย่างนี้ เดี๋ยวสิ้นปีช่วงปลายปี มะลิเริ่มโตแล้วนะ เราเริ่มจูงมือลูกได้แล้ว เดี๋ยวเราจัดงานเลี้ยงเล็กๆ เราก็เชิญผู้ใหญ่ เชิญสื่อมาดูความน่ารักของลูกเราบ้าง”

ก็คือความตั้งใจในช่วงปลายปีที่แล้ว?
“ปี 2559 ค่ะ”

ความสัมพันธ์ของเค้ากับออโต้เป็นยังไง?
“ก็เล่นกันแรงๆ เล่นกันอย่างลูกผู้ชายได้ เค้าบอกว่า ถ้าเรียกพ่อได้ก็เรียกพ่อเลยนะลูก ออโต้ก็บอกว่า ครับพ่อ แล้วพี่ปอเค้าก็น้ำตาซึม เค้าก็พูดกับออโต้ว่า เค้าจะเลี้ยงให้ดีที่สุด”

แล้วความตั้งใจที่จะจัดงานเล็กๆ มีมะลิเดินถือดอกไม้ แล้วมีออโต้เดินข้าง ความหวังที่จะเปิดตัวครอบครัวทั้ง 4 คน?
“จริงๆ พี่ปอเค้าไม่ได้เป็นคนที่อยากมีงานแต่งงานใหญ่ๆ เค้าบอกว่าทำไมต้องมีงานใหญ่ๆ ก็แค่เล็กๆ แล้วสิ่งสำคัญที่สุดคือ เค้ารักมะลิมาก แล้วก็วันสำคัญของพ่อกับแม่เค้า มะลิต้องอยู่ในงาน เค้าวางไว้หมดเลยค่ะ ว่าจะทำงานออกมายังไง เป็นแค่คิดไว้เฉยๆ ค่ะ”

จนมามีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น ปอเริ่มมาป่วย เค้ามีเหตุการณ์หรืออาการยังไง?
“เค้ามีไข้ธรรมดาเลยค่ะ คือวันนั้นมะลิป่วย แล้วเราก็ไปเฝ้าลูกกัน เก็บของไปเฝ้าลูกปุ๊บ เฝ้าได้ประมาณ 2-3 วันค่ะ แล้วพี่ปอก็ไข้ขึ้นตอนกลางคืน เราบอกปอไปหาหมอมั้ย ไปตรวจ เค้าบอกไม่เป็นไร เค้าอยู่ได้ พอตรวจแล้วเป็นไข้เลือดออกนะครับ ผลออกมา คุณปอจะแยกห้องมั้ย เค้าบอกไม่เอา ผมจะอยู่กับลูก ก็อยู่ได้ประมาณ 3 วัน อยู่ๆ ต้องเข้าไอซียู แล้วทรุดเลยค่ะ ทรุดจนโบว์ก็ย้ายโรงพยาบาลเลยค่ะ พอย้ายโรงพยาบาลก็ไปที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ตอนนั้นเราก็ยังรู้สึกพอเค้าป่วยเดี๋ยวก็หาย เพราะอยู่ที่โรงพยาบาล ก้ไม่ได้อะไร พอวันที่ 3 ต้องเข้าไอซียูก็เริ่มใจไม่ดีแล้ว เสร็จปุ๊บเราก็บอกไปโรงพยาบาลรามาเลยแล้วกัน คุณอาก็รู้จักคุณหมอด้วยค่ะ ก็เลยย้ายไป เราก็ใจชื้นขึ้นว่าคงดีขึ้นแล้วแหละ เราก็กลับบ้านนอน พอตอนเช้า 8 โมง หมอโทรมาบอกให้เราไปโรงพยาบาลด่วน คุณปอไม่ค่อยไหว เราก็ไปที่โรงพยาบาล แล้วพอเสร็จปุ๊บคุยไปคุยมาตอนนั้น พี่ปอหยุดหายใจ ปั๊มหัวใจขึ้น ก่อนหน้าที่จะปั๊มหัวใจ โบว์รู้แล้วว่า คุณหมอบอกว่าไม่รอดแล้ว แล้วช่วงนั้นโบว์ก็ร้องไห้ จนน็อกไปเลยค่ะ สะดุ้งตื่นมาตี 2 ก็เข้าชะโงกหน้าไปดูห้องซีซียู ก็ยังอยู่ใช่มั้ย พี่สาวบอกโบว์ยังอยู่ พอเราน็อกแล้วสะดุ้งตื่นก็ไปเกาะประตูดูว่าพยาบาลยังนั่งเฉยๆ มั้ย ถ้าพยาบาลวิ่งนี่ไม่ได้แล้ว”

พอทรุดลงเพราะไข้เลือดออก คุณหมออธิบายเราว่ายังไงบ้าง?
“ก็พี่ปอเหมือนกับโดนไข้เลือดออกที่สายพันธุ์มันแรงมาก แล้วก็ด้วยภาวะต่างๆ ภูมิคุ้มกันต่างๆ พี่ปอเค้าก็สู้กับโรคนี้ จนไข้เลือดออกมันดีดตัวไปแล้ว แต่ว่าภูมิคุ้มกันพี่ปอหมดแล้ว แล้วตอนนั้นภาวะแทรกซ้อนมากค่ะ เหมือนเซลล์เม็ดเลือดขาวมันทำงานเองไม่ได้ เซลล์ร่างกายกินกันเอง ต่อต้านกันเอง ยาก็พยายามควานหาจากทั่วโลก คุณหมอที่รามาก็พยายามทุกอย่าง อาการนี่วันต่อวัน”

ในช่วงนั้นมีหลายข่าวที่เข้ามาหาเรา เป็นยังไงบ้าง?
“ตอนนั้นไม่ได้สนใจข่าวอะไรเลย เพราะว่า ณ เวลานั้นใจเราไปอยู่ที่พี่ปอตลอด คือทำยังไงก็ได้บอกตัวเองว่า ห้ามป่วย ห้ามล้ม ห้ามเป็นอะไรเด็ดขาดในช่วงนี้ เพราะว่าไหนจะคุณพ่อคุณแม่พี่ปออีก เราก็เซฟตัวเองทุกอย่าง แม้กระทั่งผ้าปิดปาก ก็มีแว่วเข้ามาว่า ปากเบี้ยวเหรอ เป็นอะไร สิวขึ้นเหรอ เราก็ไม่ได้สนใจ เพราะว่า ณ วันหนึ่งเค้าไม่ได้มาอยู่ตรงเรา เค้าไม่รู้สึก และถามว่าเอาลูกมาทำไม เอามาโชว์สื่อเหรอ ณ วันนั้นที่โบว์เอาลูกมา หมอเรียกโบว์เข้าไปพูด แล้วก็บอกกับโบว์ว่า คุณโบว์ครับ คุณปอไม่รอด โบว์ได้ยินคำนี้ตั้งแต่วันที่ 2 แล้วค่ะว่าไม่รอด แต่กลุ่มคุณหมอที่รักษาก็พยายามเค้าบอกว่า ถ้าสมองพี่ปอ 100% เค้าจะไม่ยอม โบว์ก็บอกตราบใดที่พี่ปอหายใจอยู่ ก็ไม่ยอมเหมือนกัน ก็เลยสู้กันมา ทุกเช้าโบว์ตื่นขึ้นมา ก็จะวิ่งไปหาหมอก่อน คำแรกที่ถามเลยว่า พี่ปอรอดมั้ยคะ หมอก็จะบอกว่า รอดครับ ชั่วโมงนี้รอด แต่ชั่วโมงต่อไปผมไม่รู้นะครับคุณโบว์ ก็บอกไม่เป็นไรค่ะ ชั่วโมงนี้รอดก็ยังดีค่ะ 70 วัน 15 ครั้งที่หมอเรียกไปทำใจ ที่เราเอาน้องมะลิไปโรงพยาบาลเพราะความรู้สึกอยากให้อยู่กับพ่อ โบว์มีความรู้สึกว่า ถ้าพี่ปอจะไป ถ้าพี่ปอจะไม่ได้อยู่กับเรา ทุกคนต้องรู้ว่านี่คือลูกของ ปอ ทฤษฎี สหวงษ์”

“คือตอนที่เค้านอนป่วย เค้ามีสติอยู่ครบ ปอเค้าใส่ท่อช่วยหายใจ แล้วโบว์บอกว่า ถ้าโบว์พูดอะไร แล้วปอรู้เรื่อง ให้กระพริบตา แล้ววันพ่อเค้าได้ถอดเครื่องช่วยหายใจ แล้วเราก็รู้สึกดีใจมาก มันเป็นสัญญาณที่ดี ช่วงนั้นเค้าจะพยายามพูด เค้าจะมีเสียง ครับๆ แต่คำที่หลุดออกมาที่สุดคืออยากกลับบ้าน ได้ยิ้มได้คุยช่วงนั้น ถอดเสร็จประมาณ 5 วัน ก็ใส่กลับเข้าไปเหมือนเดิม หัวใจก็จะสลายเหมือนเดิม ในวันที่หมอบอกว่า ไม่ไหวอีกแล้ว”

สิ่งที่ทำให้ไม่ไหวคือผลจากไข้เลือดออก?
“คือไข้เลือดออกมันเคลียร์ไปหมดแล้ว แต่ทีนี้ช่วงระหว่างภูมิคุ้มกันพี่ปอไม่ต่อสู้กับเจ้าโรคนี้มาก จนพอมันเคลียร์ไปแล้ว พี่ปอไม่มีภูมิต้านทานกับภาวะแทรกซ้อนแล้ว เพราะว่าคนนอนอยู่บนเตียงนานๆ สายนั่นนี่มันมีภาวะการติดเชื้อมาได้ง่ายมาก”

.

ตอนที่มีข่าวตัดขามีหลายกระแสมาก?
“คุณหมอเค้าก็ตรวจหาเชื้อ ว่าเป็นกลุ่มเชื้ออยู่ตรงไหนได้บ้าง แล้วก็วินิจฉัยมาว่า น่าจะอยู่ที่เท้าซ้าย ก็เลยตัดใจว่าจะต้องตัด เพื่อที่จะคุมเชื้อเพื่อไม่ให้มันกระจายเข้ามาในตัวอีก ก่อนตัดคุณหมอเรียกเข้าไปคุย เราก็ใจสลายไปแล้ว แต่ไม่เป็นไร อาจจะแค่ต้องตัด ผ่านมา 2 วัน ตอนเช้ารู้สึกอาจจะต้องผ่าตัดปอด วันนั้นโบว์ไปทำบุญ แม่โทรมาบอกว่า พี่ปอจะต้องตัดปอดนะ โบว์ก็รีบกลับเข้ามา หมอก็บอกให้โบว์เข้าไปในห้อง อาจจะ 50-50 หรืออาจะ 70-30 โบว์ถาม 70 นี่อะไรคะ เค้าบอก เสียชีวิตครับ ทุกครั้งที่ผ่าใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง เราก็นั่งอยู่อย่างนั้น พอออกมาก็วิ่งไปหาหมอก่อน หมอบอกโอเคครับ เราก็ใจชื้นแล้ว ตอนเย็นผ่าตัดขาอีก หมอก็บอก 70-30 เหมือนเดิมนะครับ หรืออาจจะ 90-10 นะครับ เราก็ไม่เป็นไรค่ะหมอ ก็นั่งรออย่างนั้น”

โบว์ไม่เคยร้องไห้ต่อหน้าปอเลย?
“ถ้าอยู่ในห้องไม่เคยค่ะ ถ้าเข้าไปหาเค้าก็จะไม่เคย ถ้าจะร้องก็จะลงไปนั่งข้างล่างเตียงค่ะ แล้วก็เช็ดๆ แล้วก็ขึ้นมาใหม่ ก็จะพยายามเล่นหัวเราะกับเค้า”

ตอนที่ต้องตัดขาคุณปอรู้ไหม?
“มันจะมีช่วงหนึ่งที่พี่ปอดีขึ้น แล้วคุณหมอที่อยู่กับโบว์ประจำ จะดูแลเรื่องสภาพจิตใจโบว์ด้วย เค้าบอกวันนี้พี่ปอดีขึ้นแล้วนะ เราจะต้องรายงานให้คนไข้ทราบทั้งหมด ว่าตัดขาเพราะอะไร เพราะถ้าพี่ปอมาเห็นเอง สภาพจิตใจไม่ได้ หมอเค้าจะเล่าตั้งแต่เข้ามาวันแรกเลยค่ะ ว่าตัดขาเพราะอะไร ทำให้ดูดูน้อยลงไปเลยการตัดขาสำหรับการยื้อชีวิตปอไว้ เราก็โอเค ก็ยืนอยู่หน้าห้อง หมอก็คุยๆ พี่ปอก็ครับๆ แล้วเค้าก็เรียกเราเข้าไป เราก็ถามหมอว่าไม่รู้เรื่องเหรอหมอ หมอก็บอกไม่แน่ใจว่ารู้เรื่องมั้ย เพราะว่าเค้าก็ครับๆ อยู่อย่างนี้ โบว์ก็หันไปคุยกับปอเค้า แล้วถามว่า ปอครับ หมอคุยอะไรกับปอ ไหนเล่าให้โบว์ฟังหน่อย เค้าก็ค่อยๆ หันมา แล้วพูดว่า ตัดขา โบว์ก็ใจแบบ แล้วตัดด้านไหนครับ เค้าบอกข้างซ้ายครับ เท่านั้นแหละ หมอก็หันหลัง คือหมอซ้าย โบว์ขวา โบว์ก็เลยก้มลงไปกอดเค้า กอดตรงหน้า น้ำตามันไหล เราก็พยายามเช็ด แล้วขึ้นมาก็ยิ้ม ถามเค้าว่า ปอกลัวมั้ย เค้าบอก ไม่ครับ เสียใจมั้ย ไม่ครับ แล้วเค้าก็มองหน้าโบว์บอกอยากกลับบ้าน”

ปอเคยแสดงอาการให้เราได้เห็นบ้างไหม?
“พี่ปอเป็นคนไม่เคยร้องไห้ให้คุณพ่อคุณแม่เห็น แล้วก็ไม่เคยแสดงอาการว่า เค้าเจ็บ เค้าปวด มีวันหนึ่งเค้าปวดมาก และพ่อแม่อยู่ก็คุยกันเล่นกัน แล้วอยู่ๆ พี่ปอเค้าก็หันไปหาแม่แล้วบอกออกไป เราก็รู้แล้ว เลยบอกให้แม่กับพ่อออกไปข้างนอกก่อนนะคะ เดี๋ยวแปบนึง พอพ่อกับแม่ให้หลังไปปุ๊บ เค้าหันมาหาโบว์ น้ำตาเค้าร่วงเต็มเลยเค้าบอกเค้าเจ็บ ก็เลยให้หมอมาช่วยทำอะไรให้หายเจ็บ จน 3 วันก่อนที่เค้าจะไป แม่ก็ออกมาจากห้องพี่ปอ แม่บอกพี่ปอร้องไห้ เราทรุดเลย แบบคิดในใจเลยว่า ไม่ไหวแล้ว เค้าต้องไปแล้ว คือคิดในใจเลยว่า เค้าไปแน่ๆ”

วันที่คุณหมอให้เราทำใจอีกครั้ง?
“วันนั้นรู้สึกเป็นวันที่คุยกับหมอตอนเช้า หมอบอกว่า วันนี้ปอหน้าใสมากเลยนะ เราก็บอก อุ้ย ก็ดีสิหมอ เค้าก็บอก ใช่ มันเป็นสัญญาณที่ดี วันนั้นหมอบอกอาจจะไม่มาแล้ว เพราะไปคุมสอบ สักพักเรานั่งจน 3 ทุ่ม เค้าก็เข้ามา เราก็เอ้ามาทำไม หมอบอกมาดูหน่อย เดี๋ยวจะน้อยใจ เราก็คุยเล่นกันไปนั่นนี่ จนมีโทรศัพท์ดังเข้ามา หมอก็รีบวิ่งเข้าไปเลย โบว์ก็นั่งอยู่ตรงนั้นประมาณ 5 นาที ก็ไม่ไหวแล้ว ก็เลยกดๆ ให้เค้าเปิด พอเปิดเสร็จ ภาพที่เห็นคือพยาบาลวิ่งจะชนกัน เราก็แบบขาก้าวไม่ออกแล้วค่ะ สักพักหันไป เค้าปั๊มหัวใจพี่ปอ ปอ ตื่นๆ อะไรอย่างนี้ เราก็ตัวสั่น ก้าวไม่ออกอยู่อย่างนั้นประมาณ 10 นาที ดูเค้าปั๊มหัวใจพี่ปอ สักพักแม่เดินเข้ามา เราก็กอดแม่เลย แม่ก็พูดอะไรไม่รู้เรื่องแล้ว ก็เลยบอกให้นั่ง พอนั่งเสร็จก็กอดกันรอ รอจนกว่าเค้าจะปั๊มได้ หมอก็วิ่งออกมา โบว์ก็มองหน้าหมอ เลยบอกหมอ ถ้าไม่ไหวก็ไม่เป็นไร พี่ปอเค้าสู้เพื่อเรามามากแล้ว ให้พี่ปอนอนนะ หมอก็มองหน้า โบว์จะเอาอย่างนั้นนะ ก็เลยบอกว่าให้เค้าหลับไปเลย ไม่ต้องให้เค้าตื่นมาฟังใครแล้ว คืนนั้นก็เลยใส่ยานอนหลับให้พี่ปอเค้าหลับไป จนวันรุ่งขึ้นทุกคนครบแล้ว มากันพร้อมแล้ว ก็เลยให้สั่งเสียอะไรกันเรียบร้อย”