สถาปนิกทำงานอะไร
สถาปนิกทำงานอะไร

สถาปนิกทำงานอะไร หน้าที่และขั้นตอนการทำงานเป็นยังไง? ผู้เกี่ยวข้องในการออกแบบและวางแผนในการก่อสร้างทำงานในวิชาชีพสถาปนิกได้

ขั้นตอนการให้บริการวิชาชีพของสถาปนิก 
สถาปนิกจะทำการบริการวิชาชีพตามขั้นตอนต่อไปนี้

1. ออกแบบเบื้องต้น (Schematic Design)
2. ออกแบบรายละเอียด (Design Development หรือ DD)
3. ทำแบบก่อสร้าง (Construction Document)
4. การประมูลและเจรจาต่อรอง (Bidding and Negotiation)
5. บริหารงานก่อสร้าง (Construction Administration)

ในบางโครงการ อาจจะมีการเข้าไปรับงานเป็นทีม โดยเจ้าของทำสัญญากับทีมก่อสร้างเพียงสัญญาเดียว ซึ่งประกอบไปด้วย ผู้รับเหมาก่อสร้าง สถาปนิก และที่ปรึกษาอื่นๆ รวมตัวกันเป็นหนึ่ง โดยการทำสัญญาโดยตรงนี้ จะเรียกว่า เป็นการบริการแบบ ดีไซน์บิลด์ (Design Build)

ขอบเขตงานของสถาปนิก 
ในปัจจุบันได้มีการขยายขอบเขตการประกอบวิชาชีพไปในหลายๆ ด้านที่เป็นแนวทางเฉพาะ เช่น
1. งานด้านออกแบบ (Design)
2. งานด้านการบริหารโครงการ (Construction Management)
3. งานด้านการบริหารการใช้พลังงานในอาคาร (Building Energy Management)
4. งานด้านการออกแบบการให้แสง (Lighting Design)
5. งานด้านบริหารจัดการอาคาร (Facility Management)
6. งานด้านอนุรักษ์ (Preservation)
7. งานตรวจสอบมาตรฐานและความปลอดภัยของอาคาร (Building Inspection)

 

หน้าที่ของสถาปนิก

หลายคนที่คิดจะสร้างบ้าน ก็พอจะรู้บ้างว่าจะต้องเขียนแบบบ้านเพื่อยื่นขออนุญาตกับเขตหรืออบต. จึงจะสร้างบ้านได้ ความสำคัญของแบบไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงเท่านั้น การเขียนแบบและการออกแบบเป็นเรื่องเดียวกัน ต้องอาศัยบุคคล 2 คน คือ สถาปนิก กับ วิศวกรโครงสร้าง เป็นผู้ออกแบบ สำหรับอาคารขนาดใหญ่ มี วิศวกรไฟฟ้า, วิศวกรเครื่องกล, มัฑนากร, ภูมิสถาปนิก ร่วมออกแบบอยู่ด้วย โดยมีสถาปนิกเป็นหัวหน้าผู้ออกแบบ  แบ่งงานกันทำตามวิชาชีพ มีหลายคนไม่รู้จักสถาปนิก เอ่ยถึงวิศวกรร้อง อ๋อ! และให้ความสำคัญกับวิศวกรมากกว่าสถาปนิกในทุกเรื่อง ความจริงหน้าที่ของวิศวกรโยธามีหน้าที่ออกแบบโครงสร้างของอาคารให้มีความมั่นคงแข็งแรง และเป็นที่ปรึกษาในช่วงของงานก่อสร้าง ซึ่งถือเป็นช่วงสำคัญช่วงหนึ่งของงานทั้งหมด ส่วนความสำคัญของสถาปนิกนั้นคนส่วนใหญ่ที่รู้จักสถาปนิกมักมองว่าเกี่ยวกับเรื่องสวยๆงามๆ อันที่จริงความสวยงามทางสถาปัตยกรรมนั้นเป็นเพียงเปลือกนอกของความสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสถาปนิกเท่านั้น ส่วนการจะอธิบายให้บุคคลที่ไม่ใช้สถาปนิกเข้าใจถึงเนื้อแท้ของความสำคัญนั้นค่อยข้างยาก วิศวกรบางคนก็เข้าใจเช่นเดียวกับบุคคลทั่วไปมองความสำคัญของสถาปนิกไม่ออกเหมือนกัน

ขอบเขตของงานพอสรุปเป็นหลักใหญ่ๆดังนี้
1. การจัดการวางเค้าโครงการ และออกแบบร่างขั้นต้น
1.1.   แบบร่างผังบริเวณ
1.2.   แบบร่างตัวอาคาร
2. การออกแบบร่างขั้นสุดท้าย
2.1.   ผังบริเวณ
2.2.   แบบร่างตัวอาคารแสดงผัง รูปด้าน รูปตัด ที่ได้รับการพัฒนาแล้ว
2.3.   รายละเอียดวัสดุและอุปกรณ์ที่จะใช้ในโครงการโดยสังเขป
2.4.   ประมาณราคาก่อสร้างตามขั้นตอนนี้
3. การทำรายละเอียดก่อสร้าง
3.1.   แบบแสดงผัง ถนนและระบบสาธารณูปโภคภายนอกอาคาร
3.2.   แบบผังทุกชั้น
3.3.   แบบแสดงรูปด้าน 4 ด้าน
3.4.   แบบแสดงรูปตัด 2 รูป
3.5.   รายละเอียดประกอบแบบ
3.6.   แบบวิศวกรรมโครงสร้าง
3.7.   แบบวิศวกรรมระบบไฟฟ้า, ระบบสุขาภิบาล, ระบบปรับอากาศและระบายอากาศ (การออกแบบที่ดีจะต้องออกแบบระบบระบายอากาศด้วย)
3.8.   ประมาณราคาค่าก่อสร้าง
4. การประกวดราคา
4.1.   จัดทำงบประมาณราคากลาง
4.2.   จัดเตรียมเอกสารประกอบการประกวดราคา
4.3.   พิจารณาตรวจสอบใบเสนอราคาของผู้รับจ้างก่อสร้าง
4.4.   ให้คำแนะนำในการคัดเลือกผู้รับจ้างก่อสร้าง
4.5.   จัดเตรียมเอกสารสัญญา
5. การก่อสร้าง
5.1.   ตรวจสอบการก่อสร้างของผู้รับจ้างก่อสร้างเป็นครั้งคราว
5.2.   ให้คำแนะนำแก่ผู้รับจ้างก่อสร้าง
5.3.   ให้รายละเอียดเพิ่มเติมตามความจำเป็น
5.4.   ตรวจและอนุมัติแบบใช้งาน (Shop drawing) และวัสดุอุปกรณ์ตัวอย่างที่ผู้รับจ้างก่อสร้างนำเสนอ
6. การส่งมอบเอกสาร สถาปนิกจะส่งมอบแบบพิมพ์เขียว และ เอกสารประกอบแบบ จำนวน 10 ชุด
6.1.   สำหรับยื่นขออนุญาต 5 ชุด
6.2.   สำหรับเจ้าของอาคาร 1 ชุด
6.3.   สำหรับให้ผู้รับเหมาใช้คิดราคา และ อื่นๆ 4 ชุด

ในแต่ละวันทำอะไร? สถาปนิกทำงานอะไร
1. ออกแบบ และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น บ้านเรือน ถนน ร่วมกับคนในชุมชน
2. เก็บข้อมูลเบื้องต้นเพื่อนำมาวางแผนการออกแบบ (เช่น จำนวนครัวเรือน สมาชิกในแต่ละครอบครัว ขนาดของบ้านเรือน อาชีพ รายได้ ปัญหา)
3. ให้ความรู้และคำแนะนำการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ที่ทำการออกแบบ
4. วางผังการก่อสร้างให้สอดคล้องกับการพัฒนาความเป็นอยู่ของคนในชุมชน
5. นำเสนอเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาในวิธีการต่าง ๆ ให้คนในชุมชนได้ออกแบบสร้างสรรค์
ข้อดี

1.INCOME | รายได้ รายได้ค่อนข้างดี และ ไม่ต้องเสียภาษี สวัสดิการค่อนข้างดี มีประกันสุขภาพครอบคลุม การรักษาพยาบาล

2.TENDENCY OF DEVELOPMENT | แนวโน้มในการพัฒนาเมือง เพราะประเทศยังใหม่ จึงมีงานก่อสร้างที่กำลังจะเกิดขึ้นหลายแห่ง ได้ทำ Project หลากหลาย ทั้งงานเอกชนและรัฐบาล นอกจากนี้ที่นี่ยังมีแผนพัฒนาพื้นที่หลายๆอย่าง เพื่อรองรับงาน EXPO 2020 สำหรับเรา เรามองว่า มันเป็นโอกาสที่น่าสนใจสำหรับสายงานออกแบบ+ก่อสร้างค่ะ

3.DIVERSITY | ความหลากหลาย เราจะได้เรียนรู้รูปแบบการทำงานและวัฒนธรรมที่ค่อนข้างหลากหลาย เพราะมีคนจาก หลายเชื้อชาติมาทำงานที่นี่ ทั้งจากโซนเอเชีย ยุโรป อเมริกา แอฟริกา เรียกได้ว่าเดินทางกันมา คนละซีกโลก แล้วมาเจอกันที่นี่ สำหรับเรามันเป็นอะไรที่สนุกมากๆที่ได้แลกเปลี่ยนเรื่องราวกัน ทั้งเรื่องงาน วัฒนธรรม กิจกรรม และการท่องเที่ยว

4.WORK SYSTEM & MANAGEMENT | ระบบการจัดการในการทำงาน ระบบการจัดการค่อนข้างดี เคารพความเป็นส่วนตัวของพนักงาน ไม่ได้สนใจว่าการไม่อยู่ดึก คือทำงานไม่คุ้มค่าจ้าง ขอแค่ทำงานเสร็จในคุณภาพที่ดี ถ้าคุณมีความรับผิดชอบมากพอและ จัดการได้ หกโมงเย็น สะพายกระเป๋า กลับบ้าน ไม่มีใครมานั่งจับผิดกัน มาสายก็ไม่ได้โดนเขม่น เท่าที่เจอมา จะเป็น flexible hours ก็เข้าทำงานให้ครบตามชั่วโมงที่กำหนดในสัญญาจ้าง รับผิดชอบส่วนงานที่ตัวเองได้รับมอบหมาย ประมาณนี้

5.SAFETY | ความปลอดภัย กฎหมายเข้มงวด ความปลอดภัยสูง ถ้ามาช่วงแรกๆอาจจะตกใจหลายๆเรื่อง เช่น ข้ามถนนตรงทางข้ามแล้วรถทุกคันหยุดให้แบบไม่ลังเล ของเราที่พีคสุดคือเคยทำเงินหล่นบนแทกซี่ จำได้ว่าไม่เกิน100บาทไทย ลุงแกเห็นเลยตะโกนบอกว่าทำเงินหล่น ตอนนั้นก็งงๆ เพราะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าทำเงินหล่น ฮ่าๆ ส่วนเพื่อนอีกคนเคยลืมโทรศัพท์ไว้บนรถแท็กซี่ แล้วได้คืน เรียกได้ว่าประทับใจมากๆ แต่ก็ต้องศึกษากฎหมายดีๆเพราะบทลงโทษค่อนข้างรุนแรง รวมถึง ค่าปรับก็แพงมากเช่นกัน

 

ข้อเสีย

1. HIGH COST OF LIVING | ค่าครองชีพสูงมากกก ค่าครองชีพที่สูงมากๆ โดยเฉพาะค่าเช่าบ้าน ตอนมาช่วงเดือนแรกอาจจะลำบากๆหน่อย(Abu Dhabi ค่าครองชีพสูงเป็นอันดับที่23ของโลก, Dubai มีค่าครองชีพสูงเป็นอันดับที่20 ของโลก

2. IT’S NEW | ใหม่จัด เป็นประเทศที่ค่อนข้างใหม่ และด้วยข้อจำกัดต่างๆทั้งในแง่ของภูมิประเทศ/ภูมิอากาศ และความเป็นรัฐมุสลิม กิจกรรมบันเทิงรวมไปถึงพิ้นที่สีเขียวก็ยังมีไม่มากเท่าหลายๆประเทศ แต่สำหรับเราถือว่าดีกว่าที่คาดหวัง เพราะผู้นำประเทศค่อนข้างมีวิสัยทัศน์ในแง่ของการสร้างภูมิทัศน์ที่ดีให้กับเมือง)

3.SEASON | ฤดูกาล ฤดูร้อน ช่วงประมาณมิถุนายน ไปจนถึงกันยายน อากาศร้อนมาก มากกว่า40องศาเซลเซียส ถ้าออกไปไซท์งานนอกเมือง อุณหภูมิสูงไปจนเกือบ50องศาเซลเซียส ถ้าสุขภาพไม่แข็งแรงก็ต้องใช้เวลาปรับตัวพอสมควร บางทีก็น่าเบื่อหน่อยเพราะกลางวันมันร้อนมากๆๆ ออกไปข้างนอก ไม่ค่อยไหว จะเดินห้างก็เบื่อแล้ว ประมาณนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *