ม้า อรนภา
ม้า อรนภา

ม้า อรนภา พิธีกรรุ่นใหญ่ หลังจากเกิดดราม่าใหญ่ในชีวิตจนทำให้ ต้องยุติบทบาทการทำหน้าที่พิธีกรของตัวเองทุกรายการ และหายหน้าจากวงการไปช่วยคุณแม่ขายห่อหมกร่วม 3 เดือน ล่าสุดเจ้าตัวได้ออกมาเปิดใจถึงช่วงเวลาที่ไม่ได้ทำงานที่ผ่านมา พร้อมทั้งเผยถึงเรื่องราวเหลือเชื่อเกี่ยวกับถ้ำนาคา ที่เจ้าตัวเจอมากับตัว ufa เรียกว่าเป็นดราม่าหนักที่ทำเอาพิธีกรรุ่นใหญ่ ม้า อรนภา ต้องหายหน้าจากวงการไปพักใหญ่ หลังจากเจ้าตัวไปคอมเมนต์เกี่ยวกับการออกมาเรียกร้องสิทธิมนุษยชนของเยาวชน จนเกิดเป็นกระแสร้อนกระทบไปถึงงานของเธอที่ต้องยุติการทำงานลงทุกบทบาท ล่าสุดม้าได้ออกมาเปิดใจในรายการ แฉ ทางช่อง GMM25 ที่มีน้องคนสนิท มดดำ คชาภา เป็นพิธีกร ร่วมกับ เอมมี่ มรกต และ น็อต วรฤทธิ์ โดยช่วงหนึ่งของราบการมีการสัมภาษณ์ถึงเรื่องราวที่ผ่านมา

ชีวิตทำอะไรบ้างตอนนี้

“ตั้งแต่หยุดไปมีคนพาพี่ไปเที่ยวเยอะมาก พี่ก็เที่ยวล่องใต้ขึ้นเหนือไปหมดทุกอย่าง เพื่อนสายบุญก็จะพาไปปฏิบัติธรรม ทำบุญ สายมูก็จะพาไปมู สายเที่ยวก็พาไปเที่ยว ไม่ได้หยุดเลย ไม่มีความเหงาอะไรเลย ก็สนุกมาก มีความสุขดี ไม่ได้คิดอะไรเลย ในเดือนแรกจนถึงเดือนที่ 2”

พอสิ่งที่เราเคยทำมันหายไปเรารู้สึกยังไง?

“มันก็รู้สึกเหมือนกันนะ ก็รู้สึกตั้งแต่วันแรกๆ แล้ว แต่เผอิญมันชินอย่างหนึ่งที่เราชินกับช่วงโควิดซึ่งเราหยุดกันนานมาก แต่ถามว่ารู้สึกว่ามันขาดหายไปไหมก็แน่นอนมันต้องขาดหายไป ลองคิดดูสิคนอย่างดิฉันเริ่มทำงานตั้งแต่เรียน ทำมาตลอดจนถึงวันนี้ 40 กว่าปี รู้สึกขาดหายไหมก็รู้สึก แต่ถามว่าใจหายไหม ใจไม่หาย ถามว่าเสียใจไหม เสียใจ”

เรียกว่าเป็นวิกฤติในชีวิตที่หนักที่สุด?

“เป็นครั้งที่ 2 ครั้งแรกเป็นเรื่องอื่นๆ ช่วงวัยรุ่น”

หลายคนอยากรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นส่งผลกับชีวิตยังไงบ้าง?

“ไม่ได้ทำงานก็นิ่งๆ อยู่กับบ้าน ก็ไปปฏิบัติธรรม ไปเที่ยว เหมือนคนเกษียณอายุ”

ชีวิตคุณไม่เคยเกษียณ?

“ไม่เคย ดิฉันมันควรจะเกษียณมาตั้งนานแล้ว แต่เผอิญว่าไม่เคยได้หยุดนิ่งๆ สักที แต่พออยู่ๆ มีแบบนี้มา เราก็ อื้อ นี่คงเป็นเกษียณอายุของเราแล้วมั้ง”

คนอยากจะฟังว่าเราอยากจะพูดอะไรกับเด็กๆ ที่เขาได้อ่านคอมเมนต์เหล่านั้น?

” (ยิ้ม)”

ไม่พูดแล้ว ไม่อยากพูดถึงแล้ว?

” (พยักหน้า)”

พี่รู้สึกเสียใจไหมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น?

“ไม่ตอบได้มั้ย (ยิ้ม) ไม่อยากจะกลับไปพูดอะไรใดๆ ทั้งสิ้น ทุกสิ่งทุกอย่างผ่านมาแล้ว เราก็ต้องดำเนินชีวิตต่อไป”

ที่ผ่านมาก็มีคอมเมนต์ที่เข้ามาว่า ทั้งเรื่องเพศสภาพ เรียกเราว่าลุงพรชัย เรารับมือกับคอมเมนต์แรงๆ ยังไง?

“ก็ไม่ใส่ใจ แต่คิดอยู่เสมอว่ามีกลุ่มที่เรียกร้องสิทธิมนุษยชน แล้วพอเรียกร้องแต่ทำกันซะเอง เราก็ยังงงอยู่ว่าจะเรียกร้องไปทำไม ดังนั้นการเรียกร้องสิทธิมนุษยชนก็ไม่ควรมาทำในลักษณะนี้เท่านั้นเอง ดิฉันอ่านคอมเมนต์แต่ดิฉันก็ไม่นอยด์นะ”

แต่ก็มีน้ำตาแอบไหลใช่ไหม?

“ไม่ ไม่เคยร้องไห้เลย ไม่อ่านเพราะเลิกเล่นโซเชียลไปเลยทุกช่องทาง หมายถึงก็ยังดูของคนอื่นแต่ตัวเองไม่ได้โพสต์เลย ติดตามข่าวสารของเพื่อนๆ คนอื่น แต่ดิฉันไม่โพสต์เพราะดิฉันอกหัก”

อกหักจากโซเชียล?

“(พยักหน้า) เราก็หยุด อยู่นิ่งๆ ไม่ต้องเล่น”

เห็นว่าห่อหมกแม่ขายดีขึ้นเยอะ?

“มาก จริงๆ เราเลิกทำไปแล้วนะคะ เราเลิกทำตอนโควิด พอหลังโควิดลูกน้องของแม่เขาก็ลาออกไป ดิฉันก็เลยให้เลิกทำไปเลยเพราะแม่ก็อายุ 95 แล้ว ปรากฏว่าอยู่มาวันหนึ่งคนที่ออกไปดันไปทำแล้วขายข้างๆ บ้าน ที่บ้านเขาก็เลยรู้สึกเสียอกเสียใจ ก็เลยบอกว่าให้ทำเดือนละสัก 3-4 วันไหม เดี๋ยวเราก็จะรีวิว แต่ปรากฏว่าทัวร์มาลงห่อหมกแม่สุดฤทธิ์สุดเดช ซึ่งมันไม่เกี่ยวกัน ทุกวันต้องรับโทรศัพท์คนโทรมาด่าตอนเช้า เสร็จแล้วทุกคนก็คงสงสารก็เลยสั่งกัน พอเขาสั่งกันเอาไปทานก็พบว่าอร่อยก็เลยยาวต่อเนื่องมา”

แม่รู้เรื่องทั้งหมดไหม?

“จะเหลือเหรอ รู้ค่ะ วันที่มีการประกาศว่าดิฉันยุติการทำรายการที่เป็นการอ่านข่าว ดิฉันกับแม่นั่งดูโทรทัศน์พร้อมกัน แต่เรานิ่งเราไม่มีอะไร เราเข้าใจกัน แต่แม่ก็ต้องนอยด์เพียงแต่ไม่แสดงออก”

เรื่องถ้ำนาคา พี่ม้าเคยบอก “พวกเธอไปไหว้หินเหรอ”  เราไม่มีความเชื่อเรื่องนี้เลยเหรอ?

“ไม่ใช่ไม่มีความเชื่อ แต่เราชอบมีเหตุและมีผล จะไม่หลงไม่งมงาย ก่อนจะพูดคำนั้นพี่ถามว่าหินก้อนนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ทำไมถึงเป็นแบบนี้ เรามองว่าเป็นเรื่องของธรรมชาติ”

เห็นว่าเกิดเหตุการณ์แขนยกไม่ขึ้น?

“หลังจากนั้นเกิดวิกฤตที่คาดไม่ถึง เพื่อนพาไปเที่ยวหัวหิน เพื่อนมาถามว่าไปทำอะไรมาบ้างไหม เช่น ไปดูถูก ไปไม่เชื่อ หรือ ไปพูดอะไรไม่เคารพอะไรบางอย่างหรือเปล่า ฉันก็นั่งนึกๆ ถึงเรื่องถ้ำนาคาก็บอกว่าพูดกับมดดำ นางก็ขนลุกขึ้นมาทันทีว่าฝันเมื่อคืนมันเป็นแบบนี้ เขาก็เลยให้ดิฉันไปขอขมากลางแจ้งเดี๋ยวนั้นเลย เขาก็บอกว่าเชื่อไม่เชื่อไม่เป็นไรนะ  แต่แค่มีจิตเป็นลบไม่ได้ ห้ามเด็ดขาดเพราะเราเป็นคนที่สื่อถึงหมดทุกเรื่องราว  ถ้ามีโอกาสไปขอขมาได้ก็ไป ให้ไปขอขมา อย่าไปบน ฉันก็เห็นคนไปเที่ยวถ้ำนาคา แล้วไปเห็นอาจารย์เป็นหนึ่งไปคอมเมนต์ว่าอยากไป ฉันเลยไปคอมเมนต์ว่า ไปไหใหม จนนัดวันได้ว่าจะไป”

“แต่ก่อนที่ดิฉันจะเห็นคอมเมนต์ทั้งหมดดิฉันมีความรู้สึกปวดแขน แต่คิดว่าเป็นเพราะเล่นโยคะ มันปวดแบบไร้เหตุผล ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน พอคุยกับอาจารย์เป็นหนึ่งนัดกันเรียบร้อยแล้วมารู้สึกว่าทำไมความปวดมันหาย ความเจ็บหายไปไหน ก็คิดว่าเพราะอยู่ที่จิตเราที่อยากจะไปก็เลยหาย อีกไม่กี่วันจะไปเขาบอกถ้ำปิด ก็ต้องขอบคุณมดดำที่หาทางทำให้ได้ไป ระหว่างทางก็มีอุปสรรคมากมายกว่าจะไปถึงบนนั้น”

พอไปถึงจุดสำคัญที่สื่อถึงพญานาค พี่ม้า ร้องไห้หนัก จนชาวบ้านบึงกาฬ บอกว่าเห็นแล้วสงสารไม่โกรธม้าแล้ว ไม่เคยเห็นร้องไห้ขนาดนี้ ทำไมตอนนั้นถึงร้องไห้?

“ผู้ใหญ่บ้านและผู้หญิงที่พาไป เขานั่งอยู่ข้างๆ เราก็ไหว้ขอขมาตามที่เขาเขียนมาให้ ไม่รู้ว่าเป็นอะไร ปริ่มปิติ ความารู้สึกมันบอกไม่ถูก อยู่ๆ น้ำตาไหลออกมา แล้วสะอึกสะอื้นเยอะมาก จนรู้สึกอุ้ย ฉันเป็นอะไร แต่รู้ตัวตลอดนะ ไม่รู้เพราะอะไรวันนี้ไม่ไหวแล้ว สุดๆ มากๆ”

เราเชื่อใช่ไหมว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งเป็นเพราะเรา อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะอาถรรพ์ถ้ำนาคา?

“ก็ว่าเป็นแบบนั้นนะ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นมันมหัศจรรย์ มันมีเรื่องราวมากมายที่คิดว่าไม่ได้ๆ ก็ทำได้ ทุกวันนี้กลับมาแล้วสบายใจขึ้น”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *