ซีรีส์เกาหลีน่าดู สนุกครบรส
ซีรีส์เกาหลีน่าดู สนุกครบรส

ซีรีส์เกาหลีน่าดู สนุกครบรส แถมจัดเต็มทุกแนวไม่ว่าจะโรแมนติก คอมเมดี้ สืบสวน หรือแอ็คชั่น รับรองงานนี้ได้นอนดูกันจนตาแฉะชัวร์ นอกจากจะมีซีรีส์ฝรั่งหลากหลายสัญชาติแล้ว เน็ตฟลิกซ์ (Netflix) ยังมีซีรีส์เอเชียให้เลือกดูกันมากมาย ไม่ว่าจะไทย จีน หรือญี่ปุ่น ทว่าที่ฮอตฮิตติดลมบนและได้รับความนิยมมากที่สุด คงต้องยกให้กับ “ซีรีส์เกาหลี” เพราะเนื้อหาสนุกสนานครบรส จนหลายคนต้องยกนิ้วให้ ฉะนั้นในช่วงที่คนส่วนใหญ่กักตัวอยู่บ้านยาว ๆ ไม่ออกไปไหนเพราะโคโรนาไวรัสหรือ COVID-19 กำลังระบาด วันนี้กระปุกดอทคอมก็เลยคัดสรรซีรีส์เกาหลีมาฝาก เผื่อช่วยให้ความบันเทิง แก้เบื่อ และแก้เหงาได้ ว่าแต่จะมีเรื่องอะไรบ้าง ดูหนังออนไลน์

Itaewon Class ธุรกิจปิดเกมแค้น ซีรีส์ที่กำลังโด่งดัง เป็นกระแส และมาแรงสุด ๆ ในตอนนี้ สร้างจากเว็บตูนชื่อดังของเกาหลี เป็นเรื่องราวของอดีตนักโทษและกลุ่มเพื่อน ที่ออกจากคุกมาเปิดบาร์ริมถนนตามความฝัน พร้อมทั้งแก้แค้นและต่อสู้กับศัตรูมากอำนาจ ผู้มีอิทธิพลต่อร้านอาหารในย่านที่เต็มไปด้วยแสงสีในกรุงโซล โดยได้นักแสดงขวัญใจคนไทยอย่าง พัคซอจุน มารับบทนำ ร่วมด้วย คิมดามี ยูแจมยอง และอีกมากมาย

ซีรีส์จีนย้อนยุค
ซีรีส์จีนย้อนยุค

ซีรีส์จีนย้อนยุค กำลังภายใน สนุกครบรส ฟินกันไปยาว ๆ ความซับซ้อนและเลิศหรู เพลิดเพลินกับฉากและภาพที่สวยงาม เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย เนื้อเรื่องของซีรีส์จีนย้อนยุคจะให้ความรู้สึกเข้มข้น ตัวละครทุกตัวในซีรีส์มักจะมีปัญหาชีวิตและจะนำเสนอเรื่องราวการแสวงหาอำนาจ นอกจากนี้ยังนำเสนอวิถีทางสังคมที่ถึงแม้ว่าโลกจะไม่ยุติธรรมแต่ผู้คนก็ยังคงรักกันซีรีส์จีนแนวย้อนยุคกับซีรีส์ย้อนยุคของเกาหลีนั้นไม่ได้มีความแตกต่างกันมากนัก เพียงแต่ว่าซีรีส์จีนนั้นจะมีความอลังการกว่า เรื่องราวดราม่ามีความเข้มข้น เน้นนำเสนอการใช้วรยุทธ์และกำลังภายในมากกว่าซีรีส์เกาหลี อีกทั้งยังมีจำนวนตอนที่มากกว่าด้วยทำให้เราฟินกันไปยาว ๆ ดูหนังออนไลน์

The Sword and The Brocade เป็นเรื่องราวในช่วงราชวงศ์หมิงนำเสนอความโรแมนติกในระหว่างหลัวสืออีเหนียง (ถานซงอวิ้น) และ สวีลิ่งอี๋ (จงฮั่นเหลียง) หลัวสืออีเหนียงเป็นลูกสาวของอนุภรรยาสกุลหลัวที่มีฐานะต่ำต้อย ในขณะที่สวีลิ่งอี๋เป็นแม่ทัพใหญ่ขององค์ฮ่องเต้ สวีลิ่งอี๋เป็นคนเพียบพร้อมไปด้วยปัญญาและวรยุทธ์ เขาได้แต่งงานกับหลัวหยวนเหนียง (หยิงเอ๋อ) พี่สาวคนโตต่างแม่ของหลัวสืออือเหนียง แต่นอกจากหลัวหยวนเหนียง แล้วสวีลิ่งอี๋ก็ยังมีอนุภรรยาอย่าง อนุเฉียว(เหอหงซาน) อนุฉิน(หลี่เซิง) และอนุเหวิน (หลิวหยุน) ซึ่งในคนในจวนสกุลนี้ต่างแย่งชิงเพื่อที่จะเป็นที่ 1 อยู่เสมอ

หลัวหยวนเหนียงล้มป่วยมานานหลายปีโดยไม่รู้สาเหตุและเป็นไม้ใกล้ฝั่งที่กำลังจะตาย เธอเป็นห่วงลูกชายของเธอมากและกลัวว่าเหล่าอนุภรรยาจะทำให้ลูกชายของเธอลำบาก ก่อนตายเธอก็ได้ฝากฝังและสั่งเสียให้สวีลิ่งอี๋รับหลัวสืออีเหนียงเข้ามาเป็นฮูหยินใหญ่แห่งสกุลสวีเพื่อดูแลลูกชายของเธอ ตอนแรกสวีลิ่งอี๋นั้นไม่เห็นด้วยเพราะหลัวสืออีเหนียงนั้นเด็กเกินไป แต่เมื่อเป็นคำสั่งเสียก่อนตายเขาจำเป็นต้องรับปาก ต่อมาเมื่อหลัวหยวนเหนียงจากไปหลัวสืออีเหนียงจึงได้แต่งงานเข้ามาในสกุลสวีอย่างเต็มตัว แต่ด้วยความที่เธอเป็นลูกสาวของอนุภรรยาทำให้ในจวนสกุลสวีไม่มีใครชอบเธอเลย แต่เธอก็ไม่ได้สนใจเพราะเธอใช้ชีวิตของเธอเองและเธอก็ยุ่งวุ่นวายกับการสืบด้วยว่าใครเป็นคนฆ่าแม่ของเธอ หลัวสืออีเหนียงจะอยู่ในจวนสกุลสวีได้อย่างมีความสุขดีหรือไม่ ? ต้องตามไปดูค่ะ

การบุฝ้าเพดาน
การบุฝ้าเพดาน

การบุฝ้าเพดาน ในปัจจุบันอาคารบ้านเรือนแทบทุกแห่งมีการบุฝ้าเพดาน ตามห้องต่างๆ เพื่อความสวยงาม โดยเฉพาะห้องชั้นบนสุดไม่ให้เห็นโครงสร้างหลังคา และแผ่นกระเบื้อง ส่วนห้องชั้นล่าง ที่ด้านบนเป็นพื้นหล่อหรือพื้นแผ่นเรียบอาจบุฝ้าเพดานหรือไม่ก็ได้ ขึ้นอยู่ กับความต้องการความสวยงาม เทียบกับความต้องการประหยัดของเจ้าของบ้านแต่ละราย เจ้าของบ้านบางรายอาจจะเห็นว่า การบุฝ้าเพดานไม่ใช่สิ่งจำเป็นมากนัก สำหรับการอยู่อาศัย บ้านที่ไม่ได้บุฝ้าเพดานก็ยังสามารถ อยู่อาศัยได้ สามารถคุ้มแดดคุ้มฝนได้ แต่อย่างไรก็ตาม การมีฝ้าเพดานจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อยู่อาศัยหลายประการ เช่น ทำให้เกิดความ สวยงามเรียบร้อย ช่วยปิดกั้นการเดินท่อ และสายไฟต่างๆ ด้านบนเอาไว้ ป้องกันฝุ่นตามร่องหลังคาที่อาจหลุดร่วงลงมา ช่วยให้การวาง ตำแหน่งดวงไฟต่างๆ ทำได้อย่างสะดวก และช่วยลดความร้อนจากหลังคาด้านบน เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว จะเห็นว่าการบุฝ้าเพดานก็เป็นสิ่ง จำเป็นอย่างหนึ่ง และให้ประโยชน์ใช้สอยอย่างคุ้มค่าทีเดียว เจ้าของบ้านจึงไม่ควรจะมองข้ามความสำคัญนี้ไป

ในปัจจุบันบ้านที่ออกแบบสวย ๆ วัสดุ ฝ้าเพดาน ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของบ้านไปแล้ว ซึ่งเป็นแผ่นวัสดุที่ช่วยปิดบังพื้นที่บริเวณใต้หลังคาหรือใต้พื้นชั้นบน ความสำคัญเลยก็คือ คอยช่วยปิดบังความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย ยังซ่อนอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ยุ่งเหยิง เช่น ท่อน้ำ สายไฟ และนอกจากนี้ฝ้าเพดานยังมีคุณสมบัติเป็นวัสดุกันเสียง และทนไฟได้อีกด้วย การติดตั้งฝ้าเพดานในอาคารบ้านเรือนหรือคอนโดจึงมีประโยชน์ทั้งในแง่การใช้งาน ที่มาพร้อมกับความสวยงาม

วัสดุของฝ้าเพดานนั้นมีหลากหลายมากเลยครับ ซึ่งแต่ละชนิดวัสดุที่นำมาใช้นั้นต่างก็มีจุดเด่นจุดด้อยซึ่งขึ้นอยู่กับพื้นที่และฟังก์ชั่นด้วยครับ ได้แก่

  • ฝ้าเพดานที่ทำจากไม้เนื้อแข็งที่มีความแข็งแรงทนทาน สวยงามแบบธรรมชาติ แต่หายาก ราคาแพง ติดไฟง่าย รับออกแบบบ้าน มีปัญหาเรื่องปลวกและบิดงอง่ายถ้าคุณภาพไม่ดีพอซึ่งน่าจะเหมาะกับอาคารบ้านเรือนที่เน้นความเป็นธรรมชาติ
  • ฝ้ากระเบื้องดีไซน์แผ่นเรียบมีคุณสมบัติทนน้ำและความชื้นได้ดี ข้อเสียที่เป็นกระเบื้องจึงเป็นวัสดุที่แตกง่ายและจะต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งแผ่น
  • ฝ้าอลูมิเนียมเป็นวัสดุที่มีน้ำหนักเบา แต่ทนน้ำและความชื้นได้ดี แต่ก็ตามด้วยราคาที่ค่อนข้างแพงและกันความร้อนได้ไม่ดี
  • และสุดท้ายกับฝ้าเพดานยิปซั่มบอร์ดเป็นวัสดุที่มีน้ำหนักเบา แถมทนไฟ และสามารถฉาบปิดรอยต่อได้อย่างเรียบเนียน แต่ข้อเสียคือไม่ทนน้ำ และอาจมีเชื้อราขึ้นได้หากอยู่ในที่ชื้นครับ

วัสดุที่ใช้ทำฝ้าเพดาน

ฝ้าเพดาน มีประโยชน์อย่างไร

  • สิ่งสำคัญอย่างแรกหากติดตั้งฝ้าเพดานแล้วคือการได้ปกปิด สิ่งต่าง ๆ ที่ติดอยู่กับเพดานสร้างความไม่เรียบร้อยเมื่อพบเห็น ได้แก่ ท่อน้ำ สายไฟ โครงสร้างที่ฉาบปูนไม่เรียบร้อย
  • สำหรับบ้านเรือนจะช่วยเรื่องป้องกันความร้อน ซึ่งบริเวณบนฝ้าสามารถติดตั้วฉนวนกันความร้อนเพิ่มเติมได้ ลดการเกิดความร้อนสะสม
  • หากสายไฟดวงโคม ไม่สวยงามน่ามอง ฝ้าเพดานก็ช่วยได้นะ
  • ฝ้าเพดานช่วยเก็บเสียง หากคอนโดต้องการใช้เสียงในการทำงานครับ
  • ช่วยเรื่องงานตกแต่ง Interior ถ้าหากต้องการออกแบบไฟหลบ ไฟซ่อน เพิ่มสไตล์ต่าง ๆ ได้ครับ
  • สำหรับใช้เป็นวัสดุชะลอการลุกลามของไฟไหม้ไม่ให้ลุกลามไปชั้นต่าง ๆ ได้ เหมาะกับอาคารสำนักงานเป็นอย่างยิ่ง

 

ประเภทของฝ้าเพดาน

1. ฝ้าเพดานฉาบเรียบ

หากใครต้องการให้บ้านหรือคอนโดของเราดูเรียบร้อย มีดีไซน์ กลมกลืนไปกับการออกแบบมีสไตล์ตามที่เราตั้งใจไว้ ต้องนึกถึง ฝ้าเพดานแบบฉาบเรียบ อย่างแน่นอน โดยวัสดุส่วนใหญ่ที่นิยมมาติดตั้งจะทำมาจากแผ่นยิปซั่ม หรือไม่ก็ไฟเบอร์ซีเมนต์ เพราะด้วยคุณสมบัติที่มีน้ำหนักเบา และติดตั้งง่ายครับ โดยฝ้าเพดานประเภทนี้จะเป็นการติดตั้งแบบถาวรจึงต้องมั่นใจจริง ๆ ครับ ว่าต้องการดีไซน์แบบนี้จริง ๆ ส่วนวิธีการติดตั้งคือ จะยึดเข้ากับโครงคร่าวอลูมิเนียมที่ติดตั้งไว้กับเพดานหรือโครงหลังคาอีกทีหนึ่ง หลักจากติดตั้งฝ้าเพดานเสร็จ ช่างจะทำการฉาบเรียบแต่ละแผ่นโดยจะฉาบปิดรอยต่อด้วยปูนสำหรับฉาบปิดรอยต่อฝ้า แล้วปิดทับรอยต่อด้วยผ้าด้ายดิบ เมื่อเสร็จทั้งหมดแล้วก็จะทาสีทับอีกครั้ง จึงมองเห็นแผ่นฝ้าเพดานเรียบเป็นผืนเดียวกันตลอดแนวของห้อง

2. ฝ้าเพดานแขวน หรือ ฝ้า T-Bar

ฝ้าเพดานประเภทนี้เป็นที่นิยมค่อนข้างมากเพราะการติดตั้งไม่ซับซ่อน แถมยังมีราคาถูกกว่าบรรดาฝ้าในแบบอื่น ๆ อีกทั้งง่ายต่อการ Maintenance สายไฟ และท่อน้ำต่าง ๆ ได้ แถมหากฝ้าเพดานชิ้นใดเกิดชำรุดก็สามารถเปลี่ยนที่ชำรุดได้เลยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทั้งหมดเหมือนกับฝ้าฉาบเรียบ ฝ้าเพดานชนิดนี้ จะมีการติดตั้งโครงคร่าวอลูมิเนียมที่เป็นรูปตัว T คว่ำ ที่ยึดด้วยลวดโครงคร่าวกับหลังคาหรือเพดาน ก่อนที่จะติดตั้งฝ้าเพดาน ซึ่งโครงคร่าวรูปตัว T คว่ำนี้จะแบ่งเป็นสี่เหลี่ยมตามขนาดของแผ่นฝ้าเพดาน โดยจะมี 2 ขนาดด้วยกัน ได้แก่ 60 x 60 ซม. และขนาด 60 x 120 ซม. เป็นขนาดมาตรฐานของแผ่นยิปซั่มครับ

การติดตั้งฝ้าเพดานประเภทนี้เหมาะกับอาคารสำนักงานที่ต้องการซ่อมบำรุงของส่วนเพดานได้ง่าย หรือจุดใดจุดหนึ่งของอาคารเกิดความเสียหาย อย่างเช่น น้ำรั่วจึงทำให้ฝ้าเพดานบริเวณนั้นเกิดความเสียหายได้ ซึ่งก็สามารถเปลี่ยนแผ่นฝ้าเพดานได้ใหม่เฉพาะจุดนั้นได้เลย จึงไม่เสียค่าใช้จ่ายมากเท่าที่ควร แต่ไม่เหมาะกับอาคารสำนักงานสูง (ที่บางอาคารเปิดหน้าต่างรับลม) เพราะถ้าหากว่ามีลมพัดแรงมาก ๆ อาจจะโดนฝ้า และทำให้ฝ้าเพดานหลุดร่วงได้ครับ และอีกอย่างเลยก็คือ หากอาคารมีการสั่นไหวจากแรงแผ่นดินไหว (อาจจะเกิดกับประเทศไทยได้น้อย) อาจจะทำให้ฝ้าเพดานหลุดลงมาเป็นอันตรายต่อคนในอาคารได้ครับ

นอกจากนี้ฝ้าเพดานชนิดนี้ไม่ควรติดตั้งที่ห้องน้ำ หรือพื้นที่ครัว เพราะฟังก์ชั่นนี้มีความชื้นสูง ทางที่ดีควรจะใช้ฝ้าเพดาน และโครงคร่าว  T-Bar แบบกันชื้น ไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้ฝ้าเพดานมีความชื้นและเกิดเชื้อรา

เนื่องจากประโยชน์ใช้สอยของฝ้าเพดาน มีอยู่หลายแง่หลายมุมดังกล่าวแล้ว ฝ้าเพดานที่ผลิตออกมาในท้องตลาดจึงมีหลายแบบ หลายชนิด เพื่อสนองความต้องการในการใช้ประโยชน์ด้านต่างๆ ทั้งนี้ การแบ่งชนิดของฝ้าเพดานจะขึ้นอยู่อยู่กับวัสดุ และองค์ประกอบ ของวัสดุที่ใช้เป็นส่วนใหญ่ วัสดุที่ใช้ทำฝ้าเพดานสำหรับบ้านเรือนทั่วไปที่มีจำหน่ายตามท้องตลาดแบ่งออกได้เป็น 4 ชนิดใหญ่ๆ คือ

1. กระเบื้องแผ่นเรียบ

2. แผ่นยิปซัม

3. ไม้

4. อลูมิเนียม

กระเบื้องแผ่นเรียบ

กระเบื้องแผ่นเรียบซึ่งมีชื่อเต็มว่า กระเบื้องซีเมนต์ใยหินแผ่นเรียบ (asbestos cement sheet) เป็นวัสดุก่อสร้างพื้นฐาน ที่รู้จักกัน และใช้กันมาเป็นเวลานาน มีคุณสมบัติที่แข็งแรง ไม่ติดไฟ ทนต่อน้ำ และความชื้น จึงสามารถใช้ทำได้ทั้งผนังของตัวบ้าน และ ฝ้าเพดาน แต่กระเบื้องแผ่นเรียบก็มีข้อเสียบางประการ เนื่องจากเป็นวัสดุที่มีความแข็งจึงยืดหยุ่นได้น้อย เมื่อโครงไม้ที่กระเบื้องแผ่น เรียบยึดติดอยู่เกิดการยืดหดตัวเนื่องจากอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงก็จะทำให้กระเบื้องแผ่นเรียบเกิดรอยแตกร้าวได้ง่าย นอกจากนี้ การใช้ กระเบื้องแผ่นเรียบยังเกิดร่องหรือรอยต่อระหว่างแผ่นซึ่งดูไม่สวยงาม ปัจจุบันความนิยม ในการใช้กระเบื้องแผ่นเรียบ ลดน้อยลง เนื่องจากข้อเสียดังกล่าว ประกอบกับมีวัสดุอื่นที่มีคุณภาพดีกว่ามา ทดแทน แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากกระเบื้องแผ่นเรียบ ยังมีคุณสมบัติเด่นคือทนต่อน้ำ และความชื้นจึงยังคงมีผู้ใช้กันอยู่ ซึ่งส่วนใหญ่จะ ใช้ในการบุฝ้าเพดานตามชายคา บริเวณบ้าน หรือโรงรถที่มักจะมีความชื้นจากน้ำฝน

แผ่นยิปซัม

แผ่นยิปซัม (gypsum board) เป็นวัสดุก่อสร้างที่ใช้สำหรับบุฝ้าเพดาน และกั้นห้องภายในที่นิยมใช้กันแพร่หลายใน ปัจจุบันมีคุณสมบัติเด่น คือ น้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย ให้ความปราณีตสวยงาม มีลวดลายต่างๆให้เลือก และยังมีหลายชนิดหลายขนาด ให้เลือก ใช้ตามวัตถุประสงค์ ที่ต่างกัน เช่น แผ่นยิปซัมชนิดธรรมดา ชนิดทนความชื้น ชนิดมีอลูมินัมฟอยล์กันความร้อน นอกจากนี้ ยังมีทั้งชนิดแผ่นใหญ่ สำหรับการติดฝ้าเพดานแบบฉาบเรียบไร้รอยต่อ และชนิดแผ่นเล็กสำหรับการติดฝ้าเพดานแบบแขวน (ที-บาร์) ซึ่งสามารถประกอบใส่ และถอดออกได้โดยง่าย

ฝ้าเพดานชนิดทำด้วยไม้

ฝ้าเพดานชนิดทำด้วยไม้นี้มิใช่วัสดุสำเร็จรูปที่ใช้ทำฝ้าเพดานโดยเฉพาะ แต่จะเป็นลักษณะของฝ้าระแนงไม้ โดยการนำไม้ ที่มีลักษณะ เป็นแผ่นยาวหน้าแคบมาวางเรียงกันโดยแต่ละแผ่นอาจเว้นช่องเล็กน้อย เมื่อบุเสร็จแล้วฝ้าเพดานจะมีลักษณะเป็นซี่ไม้วาง เรียงกัน ส่วนใหญ่มักใช้ทำฝ้าเพดานสำหรับชายคาภายนอก ฝ้าเพดานชนิดทำด้วยไม้มีข้อดีคือให้ความสวยงามแปลกตาเป็นธรรมชาติ แต่ก็มีข้อเสียหลายประการ คือ วัสดุที่ทำด้วยไม้มีราคาแพง ติดไฟง่าย เกิดการผุกร่อนได้เมื่อใช้ไปนานปี ฝ้าเพดานชนิดนี้ถ้าการวางไม้ แต่ละซี่เว้นช่องห่างมากเกินไปก็จะเป็นที่อยู่อาศัยของแมลงต่างๆ และเป็นที่สะสมสิ่งสกปรก บางแห่งจำเป็นต้องบุมุ้งลวดไนลอน เพิ่ม เติมเข้าไปเพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าวซึ่งก็เป็นการเพิ่มขั้นตอน และค่าใช้จ่ายอีก ฝ้าเพดานชนิดนี้จึงไม่ค่อยมีผู้นิยมใช้กันมากนัก

ฝ้าเพดานชนิดทำด้วยอลูมิเนียม

ฝ้าเพดานชนิดทำด้วยอะลูมิเนียมนี้จะมีลักษณะ และหน้าตาคล้ายกับ ฝ้าเพดานชนิดทำด้วยไม้ ข้างต้น คือจะป็นการนำซี่ อลูมิเนียมมา วางเรียงกัน โดยการสวมประกอบเข้าร่อง เมื่อบุเสร็จแล้วฝ้าเพดาน จะมีลักษณะเป็นซี่ คล้ายกับ ฝ้าเพดานที่ทำด้วยไม้ แต่จะไม่ มีช่องห่างระหว่างซี่ ดังเช่นฝ้าเพดาน ที่ทำด้วยไม้ เพราะเป็น การสวมเข้าร่อง ฝ้าเพดานชนิดทำด้วยอะลูมิเนียม ข้อดีคือให้ความสวยงาม แปลกตา และไม่ติดไฟ แต่มีข้อเสียคือ ไม่กันความร้อน และดูแข็งกระด้าง ไม่เป็นธรรมชาติส่วนใหญ่ มักใช้ทำ ฝ้าเพดานสำหรับชายคาภาย นอกอาคาร ที่มีลักษณะเป็น ห้างร้านมากกว่า ที่จะพบเห็นตามบ้าน
นอกจากวัสดุที่กล่าวถึงข้างต้นแล้ว ยังมีวัสดุอีกชนิดหนึ่งซึ่งสามารถนำมาทำเป็นฝ้าเพดานได้เช่นกัน ได้แก่ไม้อัด ไม้อัด เป็นวัสดุที่นิยมใช้กันมากในงานทำเฟอร์นิเจอร์ และงานตกแต่งต่างๆ ในด้านของงานก่อสร้าง ก็มีการนำมาใช้กันบ้างเพื่อทำผนังกั้นห้อง และฝ้าเพดาน ข้อดีของไม้อัด คือ มีน้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย ราคาไม่แพง แต่มีข้อเสีย คือ ติดไฟง่าย ขึ้นราง่าย และถ้าเป็นไม้อัดที่คุณภาพ ไม่ดีจะแตกปริ และเสื่อมสภาพได้เร็ว ปัจจุบันยังมีการใช้ไม้อัด ทำผนังกั้นห้องกันบ้างเนื่องจากให้ความสวยงามเป็นธรรมชาติของลายไม้ แต่ไม่ค่อยนิยม นำมาบุฝ้าเพดานเนื่องจากข้อเสียดังกล่าว ประกอบกับมีวัสดุทดแทนชนิดอื่น ที่มีคุณภาพดีกว่า มาใช้แทน ได้แก่ แผ่นยิปซัม และกระเบื้องแผ่นเรียบตามที่ได้กล่าวไปแล้ว
นอกจากนี้ ยังมีข้อสังเกตเพิ่มเติมบางประการเกี่ยวกับการเลือกใช้วัสดุเพื่อเป็นข้อมูล และข้อคิดในการเลือกใช้วัสดุให้ เหมาะสมกับการใช้งาน ในแต่ละจุดโดยเฉพาะ แผ่นยิปซัมซึ่งนิยมใช้กันมากในปัจจุบัน และข้อสังเกตเกี่ยวกับขั้นตอนในการบุฝ้าเพดาน เพื่อให้ผลงานที่ออกมามีความเรียบร้อย ไม่ต้องแก้ไขกันภายหลัง

การเลือกใช้วัสดุ และขั้นตอนการบุฝ้าเพดาน

  1. แผ่นฝ้าเพดานที่ทำจากแผ่นยิปซัมที่ใช้บุตามห้องทั่วไปภายในบ้านมีให้เลือกใช้ทั้งแบบแผ่นใหญ่ซึ่งติดตั้งโดยการยึดเข้ากับ โครงคร่าว และฉาบรอยต่อเรียบเพื่อเน้นความสวยงามเรียร้อย และแบบแผ่นเล็กโดยการติดตั้งกับโครงคร่าวแบบแขวน (ที-บาร์) ซึ่งจะ ให้ความประหยัด และคล่องตัวกว่า และยังมีลวดลายของผิวแผ่นยิปซัมให้เลือกมากกว่าแบบแผ่นใหญ่ แต่จะมีข้อเสียคือจะเห็นแนวเส้น ของโครงคร่าวที่ทำจากอะลูมิเนียมหรือเหล็กเป็นตารางอยู่โดยตลอด และยิ่งถ้าการติดตั้ง ขาดความประณีตแล้วจะเห็นเป็นแนวเส้น อลูมิเนียมคดเคี้ยวไปมา ดูไม่สวยงาม
  2. ในห้องน้ำซึ่งต้องมีการวางท่อระบายสิ่งปฏิกูล และท่อระบายน้ำอยู่เหนือเพดาน เช่น บ้านที่มีห้องน้ำชั้นบน และชั้นล่างอยู่ใน แนวเดียวกัน ควรใช้ฝ้าเพดานชนิดแผ่นยิปซัมแบบแผ่นเล็กที่มีการติดตั้งกับโครงคร่าวแบบแขวน (ที-บาร์) เพื่อความ สะดวกในการซ่อม บำรุง เพราะฝ้าเพดานชนิดนี้สามารถประกอบใส่ และถอดออกได้โดยง่าย
  3. ในจุดที่อาจต้องเปียกน้ำหรือบริเวณที่มีความชื้นสูง เช่น ชายคาหรือเพดานห้องน้ำ ถ้าเลือกใช้ฝ้าเพดานชนิดที่ทำจากแผ่น ยิปซัมชนิดทนความชื้นเพื่อให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น เพราะแผ่นยิปซัม ชนิดดังกล่าวจะประกอบด้วย กระดาษเหนียวชนิดพิเศษ และแกน หรือเนื้อของแผ่นยิปซัมภายใน จะประกอบด้วยยิปซัม และสารซิลิโคน (silicone) ซึ่งมีคุณสมบัติในการป้องกันความชื้น และกัน น้ำได้ดี
  4. ในห้องชั้นบนสุดของตัวบ้านซึ่งต้องได้รับความร้อนจากหลังคาอันเนื่องมาจากแสงแดด และมิได้มีวัสดุกันความร้อนชนิดอื่น ใดติดตั้งอยู่ หรือในห้องที่ชั้นบนเป็นดาดฟ้า และได้รับความร้อนจากแสงแดดซึ่งส่องมายังพื้นดาดฟ้า ถ้าเลือกใช้ฝ้าเพดาน ชนิดที่ทำจาก แผ่นยิปซัมชนิดนี้จะช่วยลดความร้อนได้มากพอควร อีกทั้งราคาก็แพงกว่าแผ่นยิปซัมชนิดธรรมดาไม่มาก
  5. ก่อนการบุฝ้าเพดานโดยเฉพาะฝ้าเพดานแบบแผ่นใหญ่ที่มีการติดตั้งโดยการติดยึดเข้ากับโครงคร่าว และฉาบรอยต่อเรียบ หรือการติดตั้งฝ้าเพดานแบบอื่นซึ่งเป็นแบบถาวรไม่สามารถรื้อหรือถอดออกมาทำการแก้ไขได้โดยง่ายควรมีการตรวจตราสิ่งต่างๆ ที่อยู่ เหนือฝ้าเพดานอย่างละเอียดรอบคอบว่าทุกอย่งอยู่ในสภาพที่เรียบร้อย เช่น กระเบื้องหลังคาจะต้องไม่มีรอยแตกรั่ว การผูกยึดแผ่นกระ เบื้องหลังคากับโครงหลังคาจะต้องแน่นหนาเรียบร้อย การเดินท่อน้ำ และท่อร้อยสายไฟ โดยเฉพาะตรงจุดเชื่อมต่อต่างๆ ตลอดจนการ เดินสายไฟ และการต่อสายไฟตามจุดต่างๆ ที่อยู่เหนือฝ้าเพดาน จะต้องมีการทดสอบเสียก่อน ว่าทุกอย่างทำงานได้ดี และอยู่ในสภาพที่ เรียบร้อยจึงค่อยทำ การบุฝ้าเพดานปิดขึ้นไปมิฉะนั้น หากเกิดปัญหา หรือข้อผิดพลาดขึ้น ภายหลังอาจจะต้องรื้อฝ้าเพดาออกเพื่อทำการ ซ่อมแซม
ออย ธนา
ออย ธนา

ออย ธนา สารภาพตรงๆ ใจไม่เด็ดพอถ่ายรูปหน้าสด กล้องปกติเอาไม่อยู่แล้ว ที่มา  กลายเป็นโพสต์ระบายความในใจไปซะอย่างนั้น สำหรับคลิปวิดีโอล่าสุดออย-ธนา สุทธิกมล นำมาแบ่งปันผ่านทางอินสตาแกรม @oilthana ซึ่งเผยให้เห็นภาพของเจ้าตัวในตอนที่หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดกล้องเพื่อเช็กความหล่อใสของใบหน้า

แต่ทว่าใต้โพสต์ดังกล่าวนี้เอง แคปชั่นที่ ออย ธนา ได้เขียนบรรยายเอาไว้ กลับเป็นการกล่าวถึงเหตุผลที่ทำให้เจ้าตัวไม่กล้าพอที่จะใช้กล้องปกติในการถ่ายรูปหรือคลิปวิดีโอเซลฟี่ ก่อนจะทิ้งท้ายขำๆ ด้วยความเป็นห่วงแฟนคลับทุกคนว่า ที่ต้องใช้แอปพลิเคชันในการถ่ายเป็นเพราะอยากให้ทุกคนสบายใจก็เท่านั้นเอง

“เวลาที่หากระจกไม่ได้บางคนก็เอามือถือขึ้นมากดกล้อง สำรวจหน้าตัวเอง พยายามไม่มองสายตาคนรอบข้าง ไม่ได้ทำงานนานมาก คุณหมอไม่ได้เติมวิตามิน ทำนู่นนี่ เหลือแต่แอปในมือถือนี่แหละ

กล้องปกติมันเอาไม่อยู่จริงๆ ตีนเป็ดตีนห่าน เดินเรียงแถวกันเข้ามา ไฮไลต์ผมอันสวยงามก็มีให้เห็น (นี่ผมผ่านแอปละเลยไม่เห็น  ใจไม่เด็ดพอลงหน้าสด 555) เพื่อความสบายใจของแฟนคลับ พี่ขอลงภาพมายาแบบนี้ไปก่อน ได้อยู่นะ”

เปิดชีวิต
เปิดชีวิต

เปิดชีวิต เก่ง ชาติชาย นักแสดงหนุ่มกล้ามโต ที่วันนี้มาเปิดเผยวีรกรรมความเฮี้ยวมีเรื่องกับรุ่นพี่ ตัองย้ายที่เรียนถึง 4 ที่ และเผยเส้นทางจากเด็กเกเร สู่นักแสดงแถวหน้า อยู่ในวงการบันเทิงกว่า 28 ปี พร้อมเล่าวีรกรรมความเจ้าชู้ระดับตัวพ่อ แอบคบกันในกองถ่าย อีกทั้งยังเผยเส้นทางความรักกับแฟนสาวนอกวงการที่คบหากันมากว่า 23 ปี ที่มา ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง วัน31 ที่มีหนิง ปณิตา และบูม สุภาพร เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

เห็นว่ากว่าจะมีวันนี้ พี่ผ่านอะไรมาเยอะมาก ไหนลองเท่าให้ฟังหน่อย?

เก่ง : “ตอนนั้นเรียนอยู่ที่โรงเรียน แล้วไปเล่นกีฬา ก็เล่นอยู่กับพี่ท็อป พี่ไทด์ ที่บ้านอยากให้รับราชการตำรวจ คราวนี้พอเราไปอยู่ในกฎระเบียบอะไรต่างๆ เราไม่ใช่เด็กเรียน เพราะเราเล่นกีฬา เอ็นเนอร์จี้มันสูง เราก็อยากทำอะไรที่มันสนุกๆ ตามภาษาผู้ชาย ก็เรียนหนังสือไม่ค่อยเก่ง คุณแม่ก็เลยบอกว่าอย่างนั้นก็ออกมาเรียนอำนวยศิลป์แล้วกัน มันยังต่อสายวิทย์ได้ เพื่อที่จะไปสอบสายนายร้อยได้”

ไม่เรียบร้อย ไม่เกเร แต่ขึ้นศาลมันเรื่องใหญ่อยู่นะ?

เก่ง : “ไม่ถึงขนาดนั้น สมัยก่อนเราก็เกเร กรอบไม่ได้รุนแรงอะไรมาก เต็มที่ก็ตีกัน”

แต่เกือบจะต้องไป แต่หนีทันก่อน?

เก่ง : “หนีทันครับ”

ประสบการณ์ในการเป็นเด็กเกเร มันให้อะไรกับเรา?

เก่ง : “เราโตไวกว่าเด็กทั่วไป มันเป็นเรื่องปกติของเด็ก เราได้เจอเหมือนเพื่อนเรา สังคมที่เราเป็นอย่างนี้ มันก็เลยมากกว่าเด็กปกติ จะเรียนรู้ได้เร็ว เราได้เห็นวิสัยทัศน์ เรามีประสบการณ์ชีวิตได้เร็วกว่าเด็กปกติทั่วไป มันไม่ได้สอนแต่วิชาการ ทำให้เรารู้ว่าอะไรผิด อะไรถูก โตมามันจะกลับกัน ทำให้เรามีระเบียบวินัย เพราะเราผ่านมาแล้ว ผมเป็นคนที่ไปโรงเรียนสายที่สุด ต้องบอกอาจารย์นะครับ มีเหตุผลที่ไปสาย เพราะเราเลี่ยงการตีกันตอนเช้า ผมก็ไปโรงเรียนสายทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง ยอมโดนตี แต่พอมาในปัจจุบันเป็นคนตรงต่อเวลามากในการทำงานหรือสังคมที่เราอยู่กับผู้ใหญ่”

เห็นบอกว่าย้ายมหาวิทยาลัยถึง 4 ที่?

เก่ง : “ด้วยความเป็นเด็กอำนวยศิลป์เราเรียนกับผู้ชาย แล้วเราก็เลือกเรียนมหาวิทยาลัยที่มีรุ่นพี่ รุ่นน้องไปเรียน เราไม่ได้สนใจวิชาการ ปีแรกเราก็ไปเรียนหอการค้า ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าตัวเองอยากเรียนอะไร ก็ไปเรียนคณะเศรษฐศาสตร์ เราไม่เคยเรียน แต่เรียนเพื่อได้อยู่กับเพื่อน ปี 2 ก็เหมือนเดิมไม่มีความคิดที่จะเรียนก็ไปเข้ามหาวิทยาลัยกรุงเทพ  ก็ไปสอบเป็นพิธี แต่ว่าไม่ได้ลงสาขา ก็ได้มนุษศาสตร์ เอก ไทย ไปปฐมนิเทศ อาจารย์บอกว่า คุณเป็นครูสอนภาษาไทยได้นะ เพราะคุณต้องเรียนภาษาไทยอย่างลึกซึ้ง ซึ่ง 2 มหาวิทยาลัยนี้ที่บ้านเขาเส้น ยัดเข้าไป เราไปเรียนได้ปีเดียว ก็ได้ไปเจอเพื่อน เจออะไร พอปี 3 รู้ละ ตอนนั้นมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ดังเรื่อง นิเทศ ซึ่งเรายังไม่ได้รู้สึกอะไร ก็ตอนนั้นเรียนนิเทศ เราก็เคยเรียนมาแล้ว ไปรายงานตัวสายอีก  เราก็ถูกตัดชื่อออก ก็ไปมหาวิทยาลัยอื่น ปีนั้นเป็นปีที่ว่างทำให้ได้เข้ามาวงการ แล้วก็ได้เรียนรู้ว่าเราชอบอะไรจริงๆ เรารู้สึกว่าเกเรเสียเวลาไป 3 ปีละ เพราะน้องสาวก็นิเทศ ม.กรุงเทพ เหมือนกัน น้องสาวขึ้นปี 3 แล้ว เราเพิ่งจะเข้าไปปี 1 เราก็เหมือนเกรงใจที่บ้าน เหมือนคิดได้แล้วว่าต้องเรียนหนังสือ”

แต่ตอนไปเรียนก็ไม่วายมีเรื่องกับรุ่นพี่?

เก่ง : “มันก็ไม่เชิง มันเป็นระบบของเขาที่ต้องมารับน้อง ทีนี้ผมเข้าไปแบบซิล 3 ปี อายุเยอะกว่า พอเข้าไปก็มองว่าผมโตเป็นรุ่นพี่ เป็นหัวโจก ข้าวไม่ต้องไปซื้อเลย นั่งเฉยๆ น้องมันไปซื้อข้าวให้กิน จริงๆ ไม่กล้าไปซื้อเองเพราะคนจะมอง อยากรู้ว่าใคร เพราะมันเหมือนโจรมากตอนนั้นตัวใหญ่ ไม่ใช่เด็กมหาวิทยาลัย ปีแรกเข้ามนุษศาสตร์ก็ได้เป็นเดือนคณะ เพราะว่าไปรับน้อง เราพยายามจะเรียนแล้วนะ แต่เราเข้าสังคมไม่ได้ ต้องไปตามธรรมชาติของเขา เขาไปรับน้องที่ชายทะเลมั้ง เขาให้เรานั่งรถบัสไป เสร็จเขาบอกให้ผู้ชายถอดเสื้อออกให้หมด เราก็ถอดเสื้อ พอเดินลงมาเหมือนแรมโบ้ ไม่มีใครกล้ารับน้อง สายสิญจน์เต็ม ก็ได้เป็นเดือนคณะเรียนแค่ปีเดียว เราก็ออกไป”

พี่เข้ามาในวงการบันเทิงได้ยังไง?

เก่ง : “ยุคนั้น ดาราศิลปิน ส่วนใหญ่จะเที่ยวหลังสวน ผมก็ขี่มอเตอร์ไซค์ไปเที่ยวหลังสวนเหมือนคนปกติ ก็จะเห็นดารา นายแบบยุค 90 ลูกครึ่งทั้งนั้นเลย ถ้าจำไม่ผิดเหมือนมีใครมาให้นามบัตรนี่แหละ แต่เราไม่ได้สนใจอะไร เขาได้เบอร์เราไป เรียกผมไปแคสตั้งแต่เด็กๆ เราก็ไปแคสตามโปรดักชั่นเฮาท์ต่างๆ เราไปบ่อยมาก พูดตรงๆ เราไม่ได้ถนัดหรือชอบตรงนี้ เป็นคนขี้อาย ไม่ชอบเลยอะ”

แต่เราก็ได้ ได้เล่นโฆษณาดังๆ 2 ตัวเลย?

เก่ง : “อันนั้นเราแคสมานานมากแล้วนะ ยุคนั้นเขาฮิตลูกครึ่งซะส่วนใหญ่ ไม่ใช่หน้าไทยๆ ช่วงนั้นก็แคสมาเรื่อยๆ จนเป็นการบ่มให้เรามีประสบการณ์ พอเราแคสำได้ บวกกับหนังสือที่เราเรียน เราเรียนนิเทศโฆษณาด้วย เริ่มรู้สึกสนุก อยากได้โฆษณาดีๆ พอเราได้โฆษณา เราก็ปฏิเสธไม่เล่น พอเราไม่เล่น เราก็ได้แคสโฆษณาที่มีสเต็ปขึ้นไปเรื่อยๆ”

2499 ดังไปถึงต่างประเทศ พี่เก่งถูกเชิญให้ไปเดินพรมเทศกาลหนังเมืองคานส์ คนไทยจะรู้จักพี่เก่งเรื่อง 2499 แต่ต่างชาติจะรู้จักพี่เก่งในเรื่องฟ้าทะลายโจร?

เก่ง : “เรื่องนี้คนเขียนบทมีวิธีการเขียนที่ทำให้คนไทยดูได้ด้วย แล้วต่างชาติยอมรับ ซึ่งตอนนั้นเนี่ยมันอาจจะดูเป็นหนังอาร์ต คนไทยอาจจะมองว่าดูยากไหม แต่จริงๆ แล้วดูไม่ยากนะ แล้วแกก็ไม่ส่งหนังประกวดที่ไหนเลย แล้วลักษณะของคานส์เนี่ยคุณต้องไม่ประกวดหนังที่ไหน”

ความติสท์ของพี่เก่งคือพี่ก็ไม่ไปเดินด้วย?

เก่ง : “พอเราได้ไป เราก็รู้สึกดีใจนะ ผมก็อยากไปกับคนที่ทำงานกับผม เหนื่อยกับผม นอนกลางดิน กินกลางทราย ฟ้าทะลายโจร เป็นงานที่โหดมาก แล้วทำไมคนนั้นไม่ได้ไป คนนี้ไม่ได้ไป เราไม่ได้ซีเรียสหรอกก็มีตัวแทนไป เราก็อยากจะไป เราภูมิใจกับคนที่ทำงานกับเรา”

จริงๆ พี่เป็นคนเจ้าชู้ไหม?

เก่ง : “เจ้าชู้ได้ไง ผมเรียนโรงเรียนผู้ชายล้วน ผมไม่เคยเจอผู้หญิงเลย ผมจะไปจีบผู้หญิงไม่กล้าจีบ ด้วยสถาพสังคม เราจีบผู้หญิงไม่เป็น พอเราเข้าวงการ เจอดาราด้วยกัน เจอรุ่นพี่ รุ่นน้อง เจอเพื่อน”

จริงไหมพี่แอบคบนักแสดงที่เล่นละครด้วยกัน ในขณะที่พี่มีแฟนนอกวงการ?

เก่ง : “พอเราเข้าวงการใช้ไหม เราก็ต้องเจอ มันเป็นเรื่องธรรมชาติที่ต้องเจอนักแสดงผู้หญิง เราอาจจะได้คุย แล้วพี่เป็นคนที่แบบ ใครนิสัยดีมาคุยกับพี่ คือหน้าตาพี่โหดขนาดนี้ไม่ค่อยมีใครกล้าคุยกับพี่ พอใครมาคุยพี่ก็ติดเขา ก็คุยกับเขาเหมือนเพื่อน มันก็เลยสนิทกัน พอละครออกเราก็ไปออกรายการ เล่นกับดาราผู้หญิง คนนี้ก็สวย ก็ต้องมีคนที่เป็นสเปคบ้าง เราอาจจะแอบชอบในใจ อย่างที่บอกไม่กล้าจีบ”

สเปคพี่คืออะไร?

เก่ง : “ขาว หมวย”

ทุกวันนี้โสดไหม หรือมีคนคุย?

เก่ง : “มีแฟนแล้วครับตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว”

เวลาที่คบใคร หรือคุยกับใคร เขาจะบอกกับคนคนนั้นว่าเขามีแฟนอยู่แล้ว แล้วเขาคบกับแฟนเขามา 23 ปี พี่เอาสาลิกาตรงไหนมาพูดให้คนที่เขารู้ว่าพี่มีแฟนอยู่แล้วก็ยังอยากคุย?

เก่ง : “ไม่ได้เชิงบอกหรอกครับ อย่างผมคบกับแฟนปัจจุบันมาตั้งแต่เด็กคือคนนอกวงการ”

การที่พี่เก่งจะคุยหรือสานสัมพันธ์กับคนที่เข้ามาก็จะบอกเขาเลยว่ามีแฟนแล้ว?

เก่ง : “คงไม่ได้บอกหรอกครับ จุดเริ่มต้นผู้หญิงก็ต้องถามแหละ พี่คงไม่โสดหรอก เขาอาจจะรู้อยู่แล้วว่าเรามี แต่เหมือนกับไม่พูด แต่ว่าเหมือนเราพอใจที่จะคบกันในช่วงตรงนั้น”

แฟนพี่รู้ไหมว่ามีสาวๆ เข้ามา?

เก่ง : “แฟนคบมาตั้งแต่เด็ก เป็นนักศึกษาธรรมดาทั่วไป พอเราเข้าวงการมันก็เหมือนเพื่อน เราเจอคนก็เป็นเรื่องปกติ ก็ต้องยอมรับว่าเขาไม่ได้คิดอะไร ให้โอกาสเรา ให้เราได้ใช้ชีวิตช่วงตรงนั้น ผมเจอเขาในวันที่ผมไปเรียนมหาวิทยาลัยวันแรก เห็นปุ๊บไม่กล้าคุยกับผู้หญิงคนอื่น ถูกชะตา ก็เดินเข้าไปคุยกับเขา แล้วไม่คุยกับคนอื่นเลย”

ประคองยังไง 23 ปี?

เก่ง : “อาจจะเข้าใจกันในสิ่งที่เราทำ คือเข้าใจกันมากกว่า”

อะไรที่พี่เก่งคิดว่าพี่อ้อยเป็นคนน่ารัก แล้วเป็นคนคนนี้ของเรา?

เก่ง : “เราเป็นผู้ชายแบบน้อยที่ผู้หญิงจะเข้าหา บางทีผมจะอยู่ในสังคมแก๊งเซอร์มาตั้งแต่เด็ก มีเพื่อน มีรุ่นพี่ที่จริงๆ อยู่กับผู้ชายเยอะมาก เราชอบการที่ไปไหน มาไหนกับผู้ชายที่มันสุดเหวี่ยง แล้วคือเขาก็นิสัยเหมือนผู้ชายเหมือนกัน ซึ่งไม่ได้มาจุกจิกเรื่องอะไรแบบนี้ ในชีวิตผมก็เป็นอย่างนี้ ก็ไม่เคยมาหึงหวง ไม่เคยอะไรเลย คือรู้นิสัย เห็นมาตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว เราทำให้เห็นตั้งแต่เด็กอยู่แล้วภาพลักษณ์เราเป็นแบบนี้ ทั้งในวงการและนอกวงการ”

พี่เก่งมีการวางแผนเรื่องการแต่งงาน มีลูกบ้างไหม?

เก่ง : “เราคงจะเลยจุดตรงนั้นแล้ว ก็คบกัน อาจจะมีข่าวดีก็ได้ครับ เล็กๆ แต่ว่าเรื่องลูกเราไม่ได้คิดว่าเราจะมี เราอยากใช้ชีวิต ดูแลคุณพ่อ คุณแม่ของแต่ละคนให้ดี แล้วทำตัวเป็นวัยรุ่น ให้มีความสุข”

อยากบอกอะไรพี่อ้อยหน่อยไหม?

เก่ง : “ไม่ตายแล้วครับวันนี้ ไม่โดนเผา”

ซีรีส์จีน 2021 มาแรงแห่งปี
ซีรีส์จีน 2021 มาแรงแห่งปี

ซีรีส์จีน 2021 มาแรงแห่งปี สนุกครบรส จดไว้ในลิสต์ด่วน ซีรีส์จีนน่าดู คัดสรรมาครบรสทั้งแนวโรแมนติก ดราม่า แอคชั่น
สืบสวนคดี You are my glory เริ่มกันที่ ซีรีส์จีน 2021 เรื่องแรก กับเรื่องราวที่สร้างจากนิยายดัง You are my glory เป็นเรื่องราวของ
เฉียวจิงจิง นักแสดงหญิงสาวสวยสุดเพอร์เฟคที่เข้ามาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับเกมชื่อดังอย่าง MOBA ดูหนังออนไลน์
แต่เพราะเธอเล่นเกมส์ได้แย่มากจึงเป็นจุดเริ่มต้นของโชคชะตาที่พาให้เธอกลับมาพบกับ อวี๋ถู่ ที่ต้องกลายมาเป็นโค้ชให้กับเธออย่างช่วยไม่ได้
แต่ใครจะรู้ว่าในอดีตเขาเป็นหนุ่มเทพเกมที่เธอเคยสารภาพรักแต่กลับถูกปฏิเสธ! เมื่อความใกล้ชิดของทั้งคู่ก่อเกิดเป็นความผูกพัน เรื่องราวจะเป็นอย่างไร
ทั้งสองจะได้ลงเอยกันหรือเปล่าต้องรอชมกันค่ะ เรื่องนี้นำแสดงโดยนักแสดงหนุ่มหล่อขวัญใจสาวๆ อย่าง หยางหยาง ประกบคู่กับนางเอกตัวท็อปอย่าง ตี๋ลี่เร่อปา ที่จะมาในลุคสาวสวยสุดมั่น

 

 

 

FANTASTIC BEASTS: THE CRIMES OF GRINDELWALD

หนังทำเงิน กวาดรายได้ไป 596.2 ล้านเหรียญ

หนังภาคต่อ ผลงานของนักเขียนชื่อก้องโลกอย่างเจ.เค. โรว์ลิ่ง ซึ่งภาคแรก Fantastic Beasts and Where to Find Them กวาดรายได้ไป 814 ล้านเหรียญ ซึ่งมากกว่าภาค 2 อย่างเห็นได้ชัด

ภาคนี้จึงเป็นการเดินทางครั้งที่ 2 ของหนุ่มน้อยมากความสามารถผู้หลงใหลในสัตว์วิเศษ ‘นิวท์ สคามันเดอร์’ ซึ่งคราวนี้เขาไม่ได้มาแนะนำสัวต์เวทที่น่าตื่นตาเหมือนภาคแรก แต่เป็นเรื่องราวที่เข้มข้นขึ้นของการปะทะของ 2 ฝ่ายตรงข้าม โดยมี นักเวทผู้ยิ่งใหญ่ ‘เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์’ ขณะเดียวกันก็ต้องไขปริศนาว่า ‘ครีเดนซ์ แบร์โบน’ ผู้มีพลังมืดแฝงอยู่ในตัว แท้จริงแล้วคือใครกันแน่

หนังทพเงินสูงสุดปี 2018, หนังทำเงิน, หนัง, มาร์เวล, marvel

ANT-MAN & THE WASP

หนังทำเงิน กวาดรายได้ไป 622.7 ล้านเหรียญ

หนังแนวซุปเปอร์ฮีดร่จากค่าย Marvel Studios เป็นหนังภาคต่อจากเรื่อง Ant-Man ที่เข้าฉายเมื่อปี 2015 โดยเนื้อเรื่องของภาคนี้เรียกได้ว่าเป็นควันหลงจากเรื่อง Captain America: Civil War คงไม่ผิดนัก เมื่อ ‘สก็อตต์ แลงก์’ ต้องรับผิดชอบในฐานะแอนท์-แมน เข้าร่วมกับ ‘โฮป แวน ไดน์’ และ ‘ดร. แฮงค์ พิม’ ในภารกิจใหม่สุดเร่งด่วน แถมยังต้องเรียนรู้ที่จะต่อสู้เป็นทีม เพื่อค้นหาคำตอบที่เป็นปริศนาจากเรื่องราวในอดีต

หนังทพเงินสูงสุดปี 2018, หนังทำเงิน, หนัง, มาร์เวล, marvel

BOHEMIAN RHAPSODY

หนังทำเงิน กวาดรายได้ไป 636.6 ล้านเหรียญ

หนังชีวประวัติที่เล่าเรื่องได้อย่างสนุก โดยบอกเล่าเรื่องราวของ ‘เฟร็ดดี้ เมอร์คูรี่’ นักร้อง นักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์ รวมทั้งหัวหน้านำวง Queen วงร็อคในตำนาน ที่ไม่เพียงแต่หน้าตาที่ทำให้เขากลายเป็นขวัญใจแฟนเพลงในยุคนั้น แต่พลังเสียงและตัวตนที่มีเอกลกัษณ์ของเขา ทำให้เขากลายยังเป็นอีกหนึ่งบุคคลน่าจดจำในวงการเพลง แถมยังถูกโหวตให้เป็นนักร้องที่ยอดเยี่ยมในประวัติศาสตร์เพลง ในปีค.ศ. 2005 แม้ว่าเขาจะจากไปในปี 1991 แล้วก็ตาม แต่ผลงานเพลงของเขาก็ยังคงเป็นที่ประจักษ์และน่าชื่นชมมาจนปัจจุบัน

หนังทพเงินสูงสุดปี 2018, หนังทำเงิน, หนัง, มาร์เวล, marvel

DEADPOOL 2

:: กวาดรายได้ไป 734.2 ล้านเหรียญ

อีกหนึ่งหนังภาคต่อที่ได้รับเสียงตอบรับมาเป็นอย่างดีตั้งแต่ภาคแรกที่ออกฉายในปี 2016 พร้อมกวาดรายได้ไป 783.1 ล้านเหรียญ (มากกว่าภาค 2)

สำหรับภาคนี้ยังคงเอกลักษณ์ของฮีโร่ที่ความเกรียนได้เสมอต้นเสมอปลาย แถมภาคนี้จะเกรียนยิ่งขึ้นเมื่อมีสมาชิกแก๊งฮีโร่ตัวอื่นๆ มาช่วยสนับสนุน แน่นอนว่าเนื้อเรื่องของหนังยังคงเป็นแนว 18+ ที่แม้จะไม่ได้ฮีโรติกอะไร แต่เลือดสาดกระจาย พร้อมคำพูดไม่เพราะเช่นเดิม …อยากรู้ว่าภาคนี้สนุกยังไง เราเคยเขียนบอกไว้ ตามไปอ่านได้ที่

FANTASTIC BEASTS: THE CRIMES OF GRINDELWALD

หนังทำเงิน กวาดรายได้ไป 596.2 ล้านเหรียญ

หนังภาคต่อ ผลงานของนักเขียนชื่อก้องโลกอย่างเจ.เค. โรว์ลิ่ง ซึ่งภาคแรก Fantastic Beasts and Where to Find Them กวาดรายได้ไป 814 ล้านเหรียญ ซึ่งมากกว่าภาค 2 อย่างเห็นได้ชัด

ภาคนี้จึงเป็นการเดินทางครั้งที่ 2 ของหนุ่มน้อยมากความสามารถผู้หลงใหลในสัตว์วิเศษ ‘นิวท์ สคามันเดอร์’ ซึ่งคราวนี้เขาไม่ได้มาแนะนำสัวต์เวทที่น่าตื่นตาเหมือนภาคแรก แต่เป็นเรื่องราวที่เข้มข้นขึ้นของการปะทะของ 2 ฝ่ายตรงข้าม โดยมี นักเวทผู้ยิ่งใหญ่ ‘เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์’ ขณะเดียวกันก็ต้องไขปริศนาว่า ‘ครีเดนซ์ แบร์โบน’ ผู้มีพลังมืดแฝงอยู่ในตัว แท้จริงแล้วคือใครกันแน่

หนังทพเงินสูงสุดปี 2018, หนังทำเงิน, หนัง, มาร์เวล, marvel

ANT-MAN & THE WASP

หนังทำเงิน กวาดรายได้ไป 622.7 ล้านเหรียญ

หนังแนวซุปเปอร์ฮีดร่จากค่าย Marvel Studios เป็นหนังภาคต่อจากเรื่อง Ant-Man ที่เข้าฉายเมื่อปี 2015 โดยเนื้อเรื่องของภาคนี้เรียกได้ว่าเป็นควันหลงจากเรื่อง Captain America: Civil War คงไม่ผิดนัก เมื่อ ‘สก็อตต์ แลงก์’ ต้องรับผิดชอบในฐานะแอนท์-แมน เข้าร่วมกับ ‘โฮป แวน ไดน์’ และ ‘ดร. แฮงค์ พิม’ ในภารกิจใหม่สุดเร่งด่วน แถมยังต้องเรียนรู้ที่จะต่อสู้เป็นทีม เพื่อค้นหาคำตอบที่เป็นปริศนาจากเรื่องราวในอดีต

หนังทพเงินสูงสุดปี 2018, หนังทำเงิน, หนัง, มาร์เวล, marvel

BOHEMIAN RHAPSODY

หนังทำเงิน กวาดรายได้ไป 636.6 ล้านเหรียญ

หนังชีวประวัติที่เล่าเรื่องได้อย่างสนุก โดยบอกเล่าเรื่องราวของ ‘เฟร็ดดี้ เมอร์คูรี่’ นักร้อง นักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์ รวมทั้งหัวหน้านำวง Queen วงร็อคในตำนาน ที่ไม่เพียงแต่หน้าตาที่ทำให้เขากลายเป็นขวัญใจแฟนเพลงในยุคนั้น แต่พลังเสียงและตัวตนที่มีเอกลกัษณ์ของเขา ทำให้เขากลายยังเป็นอีกหนึ่งบุคคลน่าจดจำในวงการเพลง แถมยังถูกโหวตให้เป็นนักร้องที่ยอดเยี่ยมในประวัติศาสตร์เพลง ในปีค.ศ. 2005 แม้ว่าเขาจะจากไปในปี 1991 แล้วก็ตาม แต่ผลงานเพลงของเขาก็ยังคงเป็นที่ประจักษ์และน่าชื่นชมมาจนปัจจุบัน

หนังทพเงินสูงสุดปี 2018, หนังทำเงิน, หนัง, มาร์เวล, marvel

DEADPOOL 2

:: กวาดรายได้ไป 734.2 ล้านเหรียญ

อีกหนึ่งหนังภาคต่อที่ได้รับเสียงตอบรับมาเป็นอย่างดีตั้งแต่ภาคแรกที่ออกฉายในปี 2016 พร้อมกวาดรายได้ไป 783.1 ล้านเหรียญ (มากกว่าภาค 2)

สำหรับภาคนี้ยังคงเอกลักษณ์ของฮีโร่ที่ความเกรียนได้เสมอต้นเสมอปลาย แถมภาคนี้จะเกรียนยิ่งขึ้นเมื่อมีสมาชิกแก๊งฮีโร่ตัวอื่นๆ มาช่วยสนับสนุน แน่นอนว่าเนื้อเรื่องของหนังยังคงเป็นแนว 18+ ที่แม้จะไม่ได้ฮีโรติกอะไร แต่เลือดสาดกระจาย พร้อมคำพูดไม่เพราะเช่นเดิม …อยากรู้ว่าภาคนี้สนุกยังไง เราเคยเขียนบอกไว้ ตามไปอ่านได้ที่

เฟอร์นิเจอร์ลักษณะการติดตั้งกับที่
เฟอร์นิเจอร์ลักษณะการติดตั้งกับที่

เฟอร์นิเจอร์ลักษณะการติดตั้งกับที่ เฟอร์นิเจอร์ ลอยตัว สถาปนิก เฟอร์นิเจอร์ ที่สามารถถอดประกอบได้ และข้อดีข้อเสียของเฟอร์นิเจอร์

หากเราจะแบ่ง เฟอร์นิเจอร์ไม้ ตามลักษณะการติดตั้งแล้วเราสามารถ แบ่งเฟอร์นิเจอร์ไม้ออกได้เป็น 3 ชนิดใหญ่ๆคือ

1. เฟอร์นิเจอร์ ติดตั้งกับที่ (Built-in Furniture หรือ Fixed Furniture)
2. เฟอร์นิเจอร์ ลอยตัว (Movable Furniture หรือ Loose Furniture)
3. เฟอร์นิเจอร์ ที่สามารถถอดประกอบได้ (Knock down Furniture)

เฟอร์นิเจอร์ ติดตั้งกับที่ (Built-in Furniture หรือ Fixed Furniture)

หมายถึง เฟอร์นิเจอร์ ที่ได้รับการออกแบบ และ ติดตั้งสำหรับพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง เป็นการเฉพาะ ยากที่จะเคลื่อนย้าย และติดตั้งใหม่ ข้อดีของ เฟอร์นิเจอร์ แบบนี้ คือ มีความแข็งแรงสูงมาก เนื่องจากยึดเกาะกับอาคาร หรือ โครงสร้างอาคาร มีรูปแบบเฉพาะตัว หรูหรา (Elegance) เป็นเอกเทศ (Unique) สามารถติดตั้ง และดัดแปลงให้เข้ากับพื้นที่ต่างๆ ได้โดยไม่จำกัด รวมทั้งมักจะนิยมออกแบบ เฟอร์นิเจอร์ ให้สูง จนชนฝ้าเพดาน เพื่อประโยชน์การใช้สอยสูงสุด และป้องกันการสะสมตัวของฝุ่นได้เป็นอย่างดี (เหมาะสำหรับ ประเทศ ที่มีฝุ่นมาก อย่างบ้านเรา) อย่างไรก็ดี ข้อเสียที่สำคัญของ เฟอร์นิเจอร์ ติดตั้งกับที่ คือไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ และเปลี่ยน รูปร่าง หน้าตาได้ยาก ดังนั้นหากมีการเปลี่ยนแปลงเจ้าของ หรือต้องการย้ายที่อยู่ เฟอร์นิเจอร์ เหล่านี้ จะต้องถูกรื้อถอนทิ้งไป โดยแทบจะไม่สามารถนำกลับ มาใช้ใหม่ได้อีกเลยรวมทั้งราคาของ เฟอร์นิเจอร์ ประเภทนี้ จะมีราคาแพงมาก เนื่องจากต้องใช้ แรงงานฝีมือ มาทำการ ติดตั้งที่หน่วยงานของลูกค้าเป็นการเฉพาะ และบ่อยครั้งที่ลูกค้าจะต้องทนกับปัญหา ในเรื่องของฝุ่น ที่เกิดจาก การทำงานในหน่วยงาน และกลิ่นสีที่เป็นอันตราย ต่อสุขภาพอีกด้วย

เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว (Movable Furniture หรือ Loose Furniture)

หมายถึง เฟอร์นิเจอร์ที่ผลิตสำเร็จที่โรงงานเฟอร์นิเจอร์ แล้วนำมาวางในหน่วยงาน ลูกค้าสามารถเลือกรูปแบบ และประโยชน์ใช้สอย ได้จากตัวอย่างที่มีอยู่จริง ในร้านค้าได้ ข้อดีของเฟอร์นิเจอร์ประเภทนี้ คือเลือกรูปแบบ และประโยชน์ใช้สอยได้ จากตัวอย่างที่มีอยู่จริง สามารถทดลองการใช้งานได้จริง ราคาถูกกว่าเฟอร์นิเจอร์ติดตั้งกับที่ และสามารถเคลื่อนย้ายไปตามพื้นที่ต่างๆ ได้ตามความต้องการ นอกจากนี้การที่ผลิตสำเร็จจากโรงงานยังทำให้ตัดปัญหา เรื่องฝุ่นไม้ที่เกิดจากการทำงานในพื้นที่ และกลิ่นสีอีกด้วย ส่วนข้อเสียที่สำคัญ ของเฟอร์นิเจอร์ประเภทนี้ ได้แก่มีรูปแบบ และขนาดจำกัดไม่สามารถปรับเปลี่ยน ให้เข้าพอดีกับพื้นที่ได้ และเฟอร์นิเจอร์ ที่มีความสูงมากๆ จะมีปัญหา เรื่องการสะสมตัวของฝุ่นบนหลังตู้ (เนื่องจากเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวสูงไม่เต็มพื้นที่) และอาจทำให้เกิด ภูมิแพ้ได้ รวมทั้งรูปแบบ ที่มีมักจะมีการผลิตเป็นจำนวนมากๆ เนื่องจากเป็น ระบบอุตสาหกรรม ทำให้ขาดความ เป็นเอกเทศ นอกจากนี้ งานตกแต่งภายใน ที่ใช้ แต่เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวเพียงอย่างเดียวจะให้ ความรู้สึกเหมือนห้องเช่า และส่วนใหญ่ มักมีประโยชน์ใช้สอยไม่ครบถ้วน ตามพื้นที่ที่มีอยู่ (เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวต้องมีขนาดไม่ใหญ่มาก เนื่องจาก จะต้องขนย้ายได้) รวมทั้งอาจจะทำให้ดูไม่หรูหราเท่าที่ควร ในงานตกแต่งภายใน แล้วจำเป็นอย่างมาก ที่จะต้องผสมผสาน ทั้งงาน เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว และติดตั้งกับที่เข้าด้วยกัน โดยเฟอร์นิเจอร์ติดตั้งกับที่ มักจะมีหน้าที่จัดเก็บของ ให้เป็นระเบียบ ในขณะที่เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว มักจะเป็นจุดเด่นที่คอยโชว์ความสวยงาม หากเน้นที่เฟอร์นิเจอร์ชนิดใด ชนิดหนึ่ง มากเกินไปแล้ว งานออกแบบมักจะไม่สมดุล เช่น หากมีเฟอร์นิเจอร์ติดตั้งกับที่ มากเกินไปห้อง หรือบ้านอาจดูเหมือน ห้องเก็บของขนาดใหญ่ ในขณะที่มีแต่ เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว บ้านก็ดูเหมือนบ้านเช่า ที่เจ้าของพร้อมจะย้ายออกได้เสมอ ดังนั้นงานออกแบบในปัจจุบัน จึงมักจะสร้างความสมดุลด้วยเฟอร์นิเจอร์ทั้งสอง ชนิดนี้เสมอ

เฟอร์นิเจอร์ที่สามารถถอดประกอบได้ (Knock down Furniture)

หมายถึง เฟอร์นิเจอร์ที่รวมเอาข้อดีของเฟอร์นิเจอร์ทั้งสองระบบแรกเข้าด้วยกัน โดยมี ลักษณะเป็นเหมือนเฟอร์นิเจอร์ติดตั้งกับที่ ในขณะที่มีการผลิตที่เกือบจะ สำเร็จรูปจากโรงงาน เพียงแต่นำมาติดตั้งด้วยช่างผู้ชำนาญงานเพียงไม่กี่คน และใช้เวลาไม่นานนัก ทำให้ลดปัญหาเรื่องฝุ่นไม้ และกลิ่นสีในหน่วยงานได้เป็น อย่างมาก อย่างไรก็ดี เฟอร์นิเจอร์ชนิดนี้ มักต้องการการออกแบบ และการตั้งเครื่องเพื่อเตรียมการผลิต ที่ยุ่งยาก และซับซ้อน ดังนั้น ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ชนิดนี้ จึงต้องทำการผลิตเป็นจำนวนมาก Mass Production เพื่อเฉลี่ยค่าใช้จ่ายในการออกแบบ และการเตรียม การผลิตให้ลดลงมามากที่สุด ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์แบบ Knock down ในบ้านเรา นิยมผลิตโดยใช้วัสดุสังเคราะห์ ประเภท Particle Board หรือ Chip Board ที่สามารถควบคุมคุณภาพได้ง่าย ในการผลิต จึงส่งผลให้เฟอร์นิเจอร์ประเภทนี้ มีอายุการใช้งานต่ำกว่า เฟอร์นิเจอร์ที่ผลิตจากไม้จริง หรือไม้อัด นอกจากนี้ รูปแบบการผลิต ของเฟอร์นิเจอร์ Knock down ยังมีข้อจำกัดอยู่มาก เนื่องจากขั้นตอนการผลิต ค่อนข้างยุ่งยาก และเครื่องจักร ในการผลิตก็มีราคาสูงมาก ดังนั้นหน้าตาของเฟอร์นิเจอร์ ประเภทนี้โดยส่วนใหญ่จึงเหมือนๆ กัน ทำให้เกิดสงครามราคา มีการตัดราคากันอย่างมากมาย และ สุดท้าย ผู้ผลิตก็ต้องไปทำการลดคุณภาพของสินค้าลงไปอีก ทำให้เฟอร์นิเจอร์ Knock down กลายไป เฟอร์นิเจอร์ราคาถูกไปในที่สุด

การติดตั้งเฟอร์นิเจอร์

งานเกี่ยวกับเฟอร์นิเจอร์ดูเผินๆ แล้วไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับการก่อสร้างบ้านแต่ประการใดถ้าเป็นการซื้อเฟอร์นิเจอร์สำเร็จรูป และ นำเข้ามาตั้งใน ภายหลัง แต่ถ้าเป็นเฟอร์นิเจอร์ชนิดติดตรึงอยู่กับที่ โดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์ที่จะต้องติดตั้งให้เข้าซอกเข้ามุมพอดีที่เรียกกัน
ทั่วไปว่า เฟอร์นิเจอร์แบบบิลต์อิน (built-in furniture) แล้วจะต้องมีการเตรียมการกันตั้งแต่ต้นมือเลยทีเดียว เพราะเฟอร์นิเจอร์เหล่านี้
จะประกอบเข้าเป็นส่วนหนึ่งของบ้านซึ่งมีความสัมพันธ์กับส่วนประกอบของตัวบ้านหลายอย่าง เช่นคิ้วเพดาน บัวเชิงผนัง ปลั๊กไฟ หรือ
แม้แต่ทางเดินของสายไฟ และท่อน้ำ การออกแบบเฟอร์นิเจอร์ในลักษณะนี้ควรทำตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อจะได้ดูว่าแบบที่ออกมานั้นเข้ากับตัว
บ้านได้ดีเพียงใด มีจุดขัดข้องที่ต้องแก้ไขหรือไม่ เผื่อว่าอาจต้องมีการดัดแปลงเกี่ยวกับส่วนประกอบของตัวบ้านบ้างเพื่อความเหมาะสม
ยิ่งขึ้นก็อาจจะทำได้
เฟอร์นิเจอร์ทั้งแบบบิลต์อิน และแบบซื้อสำเร็จรูปมาตั้งวางต่างก็เป็นที่นิยมใช้กันทั่วไป และสามารถใช้ทดแทนกันได้ แต่ประเด็น
การพิจารณาตัดสินใจในขั้นต้นนั้นมักจะเน้นในจุดที่ว่าจะทำเฟอร์นิเจอร์แบบบิลต์อินหรือไม่ เพราะถ้าจะทำต้องมีการตระเตรียม และ
ประสานงานกันไว้ตั้งแต่แรก ก่อนที่จะทำการตัดสินใจว่าควรใช้เฟอร์นิเจอร์แบบใดนั้น เรามาลองพิจารณาถึงข้อดี และข้อเสียของการ
เลือกทำเฟอร์นิเจอร์แบบบิลต์อินเมื่อเทียบกับเฟอร์นิเจอร์สำเร็จรูปกันเสียก่อน เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบอย่างถี่ถ้วนแล้วจะตัดสินใจอย่าง
ไรก็ขึ้นกับรสนิยม และความต้องการของเจ้าของบ้านแต่ละคน

ข้อดีของเฟอร์นิเจอร์แบบบิลต์อิน

ใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ไม่สูญเสียเนื้อที่
เช่น ตู้ใส่เสื้อผ้าหรือตู้เคาน์เตอร์สามารถสร้างให้สูงจรดเพดาน และชิดผนังทั้งด้านหลัง และด้านข้างทำให้สามารถใช้จุของได้
เต็มที่เฟอร์นิเจอร์ชนิดนี้นิยมใช้กันมากในบ้านหรือห้องพักอากาศที่มีเนื้อที่จำกัด ซึ่งจำเป็นต้องใช้เนื้อที่ด้านบนให้เกิดประโยชน์เต็มที่

สามารถออกแบบรูปร่าง และขนาดได้ตามต้องการ
เนื่องจากเฟอร์นิเจอร์ชนิดนี้เป็นเฟอร์นิเจอร์ชนิดสั่งทำเพื่อให้เข้ากับสถานที่โดยเฉพาะอยู่แล้วจึงสามารถออกแบบรูปร่าง และ
ขนาด ของตู้หรือลิ้นชักต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการหรือการใช้สอยของเจ้าของบ้านได้อย่างเต็มที่

ให้ความสวยงามกลมกลืน
เพราะเป็นการทำเฟอร์นิเจอร์แบบเข้ารูปจึงดูกลมกลืนเสมือนเป็นส่วนหนึ่งของตัวบ้าน

ทำความสะอาดได้ง่าย
เนื่องจากเฟอร์นิเจอร์ชนิดนี้มักจะสร้างให้ชิดผนังหรือจรดเพดานทำห้เกิดซอกมุมน้อย ไม่สะสมฝุ่นละอองหรือสิ่งสกปรก

ข้อเสียของเฟอร์นิเจอร์แบบบิลต์อิน

ราคาแพง
เพราะเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องออกแบบ และทำขึ้นเป็นพิเศษสำหรับแต่ละสถานที่โดยเฉพาะ จึงมีราคาแพงกว่าเฟอร์นิเจอร์แบบ
ซื้อสำเร็จรูปมากเมื่อเทียบขนาด และการใช้วัสดุที่ใก้เคียงกัน

ขั้นตอนการทำยุ่งยาก และใช้เวลามาก
ต้องมีการวางแผนล่วงหน้า และประสานงานกันหลายฝ่าย ทั้งฝ่ายที่ปลูกสร้างบ้าน และฝ่ายที่ทำเฟอร์นิเจอร์การนัดหมาย และ
การควบคุมจังหวะเวลาในการทำงานของทั้งสองฝ่ายมักจะไม่ค่อยประสานกันหรือสอดคล้องกัน จึงมักก่อให้เกิดปัญหาในขั้นตอนการ
ทำงาน และเกิดความล่าช้าขึ้น

ปัญหาในด้านคุณภาพ และความเรียบร้อย
ปัญหานี้อาจมีสาเหตุมาจากตัวบ้าน และส่งผลกระทบในการทำเฟอร์นิเจอร์ดังกล่าว หรืออาจเกิดขึ้นจากด้านตัวบ้าน และส่ง
ผลกระทบในการทำเฟอร์นิเจอร์ดังกล่าว หรืออาจเกิดขึ้นจากด้านการทำเฟอร์นิเจอร์เอง ปัญหาซึ่งเกิดจากตัวบ้าน ได้แก่ พื้นเอียงไม่ได้
ระดับหรือผิวพื้นเป็นคลื่นไม่ราบเรียบ ผนังไม่ได้ฉากหรือผิวผนังเป็นคลื่นไม่เรียบ มุมเสา และผนังไม่ได้ฉาก ฝ้าเพดานไม่ได้แนว ผนังปูน
แตกล่อนง่ายเมื่อทำการเจาะรูเพื่อติดยึด สิ่งเหล่านี้มีผลทำให้การติดตั้งเฟอร์นิเจอร์เกิดการบิดเบี้ยวไม่เข้ารูป เกิดซอกมุมมาก หรือทำให้
เปิด/ปิดตู้ และลิ้นชักลำบาก ส่วนปัญหาที่เกิดจาการทำเฟอร์นิเจอร์เอง ได้แก่ การวัดระยะหรือขนาดต่างๆ ผิดพลาด การวัดมุมผิดพลาด
สิ่งเหล่านี้ย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ เพราะการวัดระยะ และขนาดต่างๆ บางครั้งมีความซับซ้อนอาจเกิดการผิดพลาดได้ง่าย โดยเฉพาะช่างที่
ขาดประสบการณ์มักจะไม่มีการคำนวณเผื่อไว้ อีกประการหนึ่งงานในลักษณะนี้มักจะเกิดปัญหาเฉพาะหน้าขึ้นได้เสมอ ช่างที่ไม่ชำนาญ
หรือมีการเตรียมอุปกรณ์เครื่องมือมาไม่พร้อมย่อมจะแก้ปัญหาไม่ได้หรือทำการแก้ปัญหาแบบขอไปที แต่จะแฝงจุดบกพร่องเสียหายเอา
ไว้ให้เจ้าของบ้านต้องปวดหัวต่อไป
ใช้วัสดุได้อย่างจำกัด
ถึงแม้ว่าเฟอร์นิเจอร์แบบบิลต์อินจะสามารถออกแบบให้มีรูปร่าง และขนาดต่างๆ ได้ตามต้องการอย่างหลากหลายแต่ก็มีข้อ
จำกัดในด้านการใช้วัสดุเมื่อเทียบกับเฟอร์นิเจอร์สำเร็จรูปที่ผลิตขึ้นภายในโรงงานที่มีเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ เพียบพร้อมกว่า เช่น ถ้า
ต้องการตู้เสื้อผ้าฝังมุกหรือตู้โชว์แกะสลักลายวิจิตรก็คงเหมาะสมที่จะซื้อสำเร็จรูปมากกว่า เพราะการนำสิ่งเหล่านี้มาประกอบหรือ
ประดิดประดอยที่บ้านคงทำได้ลำบาก ฉะนั้นวัสดุที่ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์แบบบิลต์อินทั่วไปจึงมักจะเป็นไม้หรือผลิตภัณฑ์จากไม้แบบ
เรียบๆ ไม่มีการตกแต่งลวดลายมากนัก
ปัญหาในการบำรุงรักษา
เฟอร์นิเจอร์แบบบิลต์อินเมื่อเกิดการชำรุดเสียหายเนื่องจากกาลเวลาหรือการใช้งาน เช่น ไม้ผุ ไม่ปริแตก สีเก่าซีด หรือปลวก
ขึ้น การซ่อมแซมแก้ไขย่อมทำได้ยาก ยิ่งถ้าเกิดความเสียหายขึ้นตรงส่วนที่อยู่ด้านในแล้วการถอดรื้อก็ยิ่งทำได้ลำบาก เมื่อเทียบกับเฟอร์
นิเจอร์แบบสำเร็จรูปแล้วการจะยกไปซ่อมแซมหรือทำสีใหม่ย่อมทำได้ง่ายกว่า หรือแม้แต่จะขายของเก่า และซื้อของใหม่มาใช้แทนก็ย่อม
จะทำได้โดยสะดวก ผิดกับเฟอร์นิเจอร์แบบบิลต์อินซึ่งจะต้องทนใช้กันไปเรื่อยๆ ฉะนั้นการใช้เฟอร์นิเจอร์แบบบิลต์อินควรจะเลือกใช้
วัสดุที่มีคุณภาพดี มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการซ่อมแซมแก้ไขในอนาคต
ข้อควรระวังอีกประการหนึ่งเกี่ยวกับการทำเฟอร์นิเจอร์แบบบิลต์อินก็คือควรพยายามหลีกเลี่ยงการเดินสายไฟ และท่อน้ำอยู่
ข้างใต้หรือด้านหลังเฟอร์นิเจอร์เหล่านี้ เพราะถ้าเกิดปัญหาไฟฟ้าช็อตหรือน้ำรั่วซึมย่อมก่อให้เกิดอันตราย และความเสียหายได้มาก เฟอร์นิเจอร์ลักษณะการเฟอร์นิเจอร์ การ
แก้ไขก็ยุ่งยาก ต้องรื้อเฟอร์นิเจอร์ออกมา เฟอร์นิเจอร์ลักษณะการติดตั้งกับที่
ชมพู่ ก่อนบ่าย
ชมพู่ ก่อนบ่าย

ชมพู่ ก่อนบ่าย ท้องแก่ทั้งสวยและแบ๊ว ควงสามีเฉลยเพศลูกคนที่ 2 แล้ว หลังจากที่เพิ่งประกาศข่าวดีให้กับแฟนๆ ได้เฮกันไปแล้ว ที่มา  ว่ากำลังตั้งท้องลูกคนที่ 2 อยู่อย่างไม่ทันรู้ตัว สำหรับนักแสดงสาวอารมณ์ดี ชมพู่-ธัณย์สิตา สุวัชราธนากิตติ์ หรือ ชมพู่ ก่อนบ่าย ล่าสุดเจ้าตัวก็ได้ออกมาเฉลยเพศลูกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดย ชมพู่ ก่อนบ่าย ได้ควงแขนสามี บอย วัชรพงศ์ และลูกชายคนโต น้องธารา มาเฉลยเพศลูกผ่านอินสตาแกรม @chompu_konbai ซึ่งเผยไว้ว่าพักหลังมานี้อาจจะเห็นเธอแต่งตัวมาแนวสายแบ๊วบ่อยๆ หลายคนอาจจะทายไปว่าน่าจะได้ลูกสาวแน่นอน แต่แท้ที่จริงนั้นลูกในท้องเป็นเพศชาย และก็ได้ตั้งชื่อให้เรียบร้อยแล้วว่า น้องวายุ

จากนั้น ชมพู่ ก่อนบ่าย ก็ได้อัปรูปลูกชายคนโต น้องธารา พร้อมเขียนแคปชั่นว่า “ช่วงนี้อ้อนเก่ง ยิ้มเก่ง ทุกคนในบ้านหลงกันหมดแล้วลูก อีกไม่นานธาราจะมีน้องชายแล้วนะครับ ฝากเอ็นดูวายุด้วยคร้าบ”